รอเข้าครม.โครงการ “คนละครึ่ง” 1 ต.ค.63 เปิดร้านค้าลงทะเบียน

22 ก.ย. 63 รอครม. เห็นชอบ มาตรการ “โครงการคนละครึ่ง” อีกครั้ง

โครงการคนละครึ่ง เป็นการแจกเงิน 3,000 บาท ให้ประชาชนทั่วไปจำนวน 10 ล้านคน จะมีการเปิดให้ร้านค้าลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 63 ซึ่งจะต้องเป็น ร้านค้าขนาดเล็ก หาบเร่ แผงลอย เนื่องจากวัตถุประสงค์คือต้องการร้านของกินของใช้ เช่น ร้านโชห่วย หรือร้านธงฟ้า

ส่วนร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เป็นนิติบุคคล เช่น ร้านสะดวกซื้อ รัฐบาลจะไม่เปิดให้เข้าร่วมโครงการ

16 ก.ย. / นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมศูนย์บริหารสถานการเศรษฐกิจจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หรือ ศบศ. ครั้งที่ 3/2563 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการโครงการ  “คนละครึ่ง” 

เพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรคนจน” 500 บาทต่อคนต่อเดือน 

พร้อม เห็นชอบในหลักการโครงการ “เพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” โครงการดังกล่าวจะเพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรคนจน” สำหรับผู้มีรายได้น้อยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 14 ล้านคน จำนวน 500 บาทต่อคนต่อเดือน 

หลักการโครงการ  “คนละครึ่ง” 

ภาครัฐจะให้สิทธิประโยชน์โดย อาศัยวิธีการร่วมจ่าย (Co-pay) ร้อยละ 50 ไม่เกิน 100 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ เพื่อให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยในสินค้าประเภทอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ไม่รวมล็อตเตอรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ และการบริการ

1 ต.ค.63 เปิดร้านค้าลงทะเบียน

  • ร้านค้าที่มีสิทธิ์ลงทะเบียน ร้านค้าขนาดเล็ก หาบเร่ แผงลอย ร้านโชห่วย หรือร้านธงฟ้า
  • ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เป็นนิติบุคคล เช่น ร้านสะดวกซื้อ ไม่เปิดให้เข้าร่วมโครงการ

ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตั้งแต่ 16 ตุลาคม 256306.00-23.00 น.

กําหนดเงื่อนไขให้ผู้ที่ได้รับสิทธิจะต้องเป็น บุคคลสัญชาติไทยที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปในวันที่ลงทะเบียนและมีบัตรประจําตัวประชาชน มีกลุ่มเป้าหมาย ประมาณ 10 ล้านคน โดยสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตั้งแต่ 16 ตุลาคม 2563

สําหรับร้านค้าที่จะเข้าร่วม โครงการ ได้แก่ ผู้ประกอบการร้านอาหาร/เครื่องดื่ม ร้านค้าทั่วไป ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่ใช่นิติบุคคล และไม่ใช่ร้านค้าสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจเฟรนไชส์ มีกลุ่มเป้าหมายร้านค้าจํานวนประมาณ 100,000

  • ลงทะเบียนจองสิทธิผ่าน www.คนละครึ่ง.com
  • ผู้ที่ลงทะเบียนต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป (ต้องไม่ใช่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ)
  • เปิดลงทะเบียน  16 ต.ค.63 เวลา 06.00-23.00 น.
  • หากวันแรกไม่เต็ม ก็จะเปิดรับวันต่อ ๆ ไปจนเต็มตามจำนวน
  • หลังลงทะเบียนแล้วภายใน 2 วัน ผู้ลงทะเบียนจะได้รับข้อความ SMS แจ้งผลการพิจารณา

23 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563

โดยร้านค้า สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือแจ้งผ่านสาขาธนาคารกรุงไทย ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถ เริ่มดําเนินโครงการให้มีการใช้จ่ายได้ต้ังแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563

  • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” รัฐบาลโอนวงเงิน 3,000 บาทให้กับผู้ได้สิทธิ เข้าแอป “เป๋าตัง” นำไปซื้อของจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
  • ผู้ได้สิทธิเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค.63 ในช่วงเวลา 06.00-23.00 น. ถึงวันที่ 31 ธ.ค.63
  • รัฐบาลช่วยจ่ายค่าซื้อสินค้าวันละไม่เกิน 100 บาท หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน
  • การซื้อสินค้าจะต้องจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเท่านั้น

ในที่ประชุมฯ นายกรัฐมนตรี สั่งการให้นำปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนศึกษาประกอบ เพื่อป้องกัน แก้ไข อาทิ เรื่องการลงทะเบียนใช้สิทธิ์ และนายกรัฐมนตรีได้สั่งการเพิ่มเติมให้นำข้อพิจารณาและข้อสังเกตจากที่ประชุม เช่น การใช้ไปรษณีย์ไทยเข้ามาช่วยเรื่องการลงทะเบียน ไปประกอบการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป. 


โครงการ “คนละครึ่ง” “รัฐแจกเงิน 3,000 บาท” ผ่าน แอป “เป๋าตัง 3”

ซึ่งจะดำเนินการผ่าน www.คนละครึ่ง.com รัฐจะจัดเงินไปให้คนละ ไม่เกิน 3,000 บาท

การประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบศ. ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2563 มีวาระของกระทรวงการคลังเสนอให้ที่ประชุมไฟเขียว วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท

ชื่อโครงการ “คนละครึ่ง” ซึ่งจะดำเนินการผ่าน www.คนละครึ่ง.com ถือเป็นอีก 1 โครงการกระตุ้นการใช้จ่ายในลักษณะเดียวกับชิมช้อปใช้ ถ้าใครจำได้

แต่มาตรการครั้งนี้พิเศษกว่า คือรัฐจะจัดเงินไปให้คนละ ไม่เกิน 3,000 บาท เพื่อเอาไปใช้จ่ายซื้ออาหาร เครื่องดื่ม ตามร้านค้าหาบเร่แผงลอย หรือร้านโชห่วย โดยภาครัฐจะพยายามช่วยให้ผู้ค้ารายเล็กรายน้อยได้เข้าร่วมโครงการให้ได้มากที่สุด เพื่อจะเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาล โดยไม่ได้ตั้งเป้าให้เงินเข้ากระเป๋าทุนใหญ่แต่อย่างใด

ครึ่งละครึ่ง

โดยรัฐบาลจะช่วยค่าใช้จ่าย 50% และจำกัดการใช้จ่ายต่อคนตลอดโครงการ สำหรับกลุ่มเป้าหมายของผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการจะต้อง

– เป็นผู้มีสัญชาติไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวนประมาณ 15 ล้านคน (เดิม)

– กลุ่มร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการจะมุ่งเน้นไปที่ร้านค้ารายย่อยทั่วไปครอบคลุม กลุ่มร้านค้าหาบเร่แผงลอย ร้านโชห่วย ร้านขายข้าวแกง ร้านขายอาหาร และเครื่องมือตามตลาดหรือตลาดนัด เป็นต้น ประมาณ 80,000 ร้านค้า ครอบคลุม อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้า ยกเว้นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และบุหรี่

คนละครึ่ง

การดำเนินการจะทำผ่านกลไกการดำเนินงานผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐบาล หรือผ่าน แอป “เป๋าตัง” โดยเงินนี้จะใช้ได้ในช่วงเวลา 3 เดือน จำกัดการใช้ไม่เกินวันละ 100 บาท โดยจะเปิดให้มาลงทะเบียนรับสิทธิ์กันต่อในเร็วๆ นี้

ลูกค้าจ่ายและร้านค้ารับเงินเท่าไหร่

ประชาชนจ่ายไปให้ร้านค้า 50% ส่วนที่เหลือ 50% ร้านค้าจะได้รับจากรัฐในวันถัดไป

อุ่นใจติดตั้ง APP เป๋าตังไว้ก่อนได้เลย มาดูวิธีติดตั้ง

ขั้นตอนการดาวน์โหลดแอพฯ “เป๋าตัง” เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม โดยสามารถทำให้ได้ตามวิธีดังต่อไปนี้

1. เข้าไปดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้ที่ Play Store และ App Store 

เป๋าตัง
การติดตั้ง APP เป๋าตัง

2. ค้นหาแอพพลิเคชั่น โดยพิมพ์ว่า “เป๋าตัง”  และดาวน์โหลดแอพฯ “เป๋าตัง” เพื่อทำการติดตั้งลงเครื่อง

3. เปิดแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ที่ติดตั้งแล้วขึ้นมา จะพบว่าแอพฯ ต้องการยืนยันตัวตนผู้ใช้งานของคุณ ผ่านรหัสลับ OTP (One Time Password) ซึ่งก็ต้องให้กรอกเบอร์โทรศัพท์มือถือผู้ใช้งานลงไปเพื่อรอรับรหัส OTP 

4. จากนั้นระบบจะทำการส่งรหัส OTP มาทางข้อความ ในโทรศัพท์มือถือ พอได้มาแล้วก็ให้คุณกรอกรหัสนั้นลงไปในแอพฯ

5. ระบบจะขอ PIN หรือรหัส 6 หลัก ผู้ใช้จะต้องตั้งรหัสรักษาความปลอดภัย 6 หลักนี้เพื่อเข้าใช้งานแอพฯ “เป๋าตัง” ทุกครั้ง ดังนั้นผู้ใช้จึงต้องจำรหัส 6 หลักนี้ไว้ให้ดี เพื่อใช้ในการเข้าสู่แอพพลิเคชั่น

6. เมื่อได้รหัส 6 หลักแล้ว ก็สามารถนำรหัสนี้เข้าใช้งานแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ได้เลย 

นอกจากนี้ APP เป๋าตังยังรองรับ

– ซื้อขายพันธบัตรออมทรัพย์ (มีจำน่ายเฉพาะแอพฯเป๋าตังเท่านั้น)
– ชำระหนี้ กยศ. (ทำได้เฉพาะแอพฯเป๋าตังเท่านั้น)
– เติมเงิน
โครงการเราเที่ยวด้วยกัน

และสามารถนำนำไปชำระเงินธุรกรรมต่างๆ ได้อย่างดี

ที่มา: ธนาคารกรุงไทย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง