วิธีกดบัตรคนจน ถอนเงินทำอย่่างไร แบบสั้น ๆ

วิธีและขั้นตอนการกดบัตรคนจน หลายคนคงสงสัยว่าการถอนเงินจากบัตรคนจนทำอย่างไร มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง เลื่อนอ่านรายละเอียดกันได้เลยจ้า

วิธีการถอนเงินสดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แบบสั้นๆ

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

การเปลี่ยนรหัสครั้งแรก
1.นำบัตรสอดที่ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย
2.ใส่รหัสบัตร การใช้งานครั้งแรก รหัสคือ หมายเลข 6 หลักสุดท้ายของบัตรประชาชน
3.เลือก กดเปลี่ยนรหัสบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (อยู่ด้านซ้ายมือของเมนู)
4.ใส่หมายเลขโทรศัพท์มือถือ หากต้องการรับผลการเปลี่ยนรหัส หากไม่มี ให้เลือก ดำเนินการต่อ โดยไม่ต้องกรอกข้อมูล
5.เลือก เปลี่ยนรหัสบัตร และ กรอกรหัสใหม่ 6 ตัว
6.กรอกรหัสใหม่อีกครั้งเพื่อยืนยัน

การถอนเงินสด ณ ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย

1.นำบัตรสอดที่ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย
2.กรอกรหัส 6 หลัก
3.เลือก ถอนเงิน
4.เลือก กระแสรายวัน / บัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์
5.กรอกจำนวนเงิน และรับเงินในช่องรับเงิน
6.ไม่มีค่าธรรมเนียมการถอนเงินทั่วประเทศ

ลืมรหัสผ่านของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนสามารถเปลี่ยนรหัสใหม่ได้

  1. สอดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เข้าตู้ ATM
  2. กรอกตัวเลข 6 หลัก (เช่น 111111 , 000000 เป็นต้น)
  3. เลือกลืมรหัสคู่บัตร
  4. ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ (เฉพาะเบอร์โทรศัพท์ที่เคยลงทะเบียนไว้เท่านั้น) จากนั้นกด “ยืนยัน”
  5. ตั้งรหัสคู่บัตรใหม่ จำนวน 2 ครั้ง
  6. กดหมายเลข OTP และกดยืนยัน

วิธีกดเงินสวัสดิการแห่งรัฐ Youtube

วิธีกดเงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแบบละเอียด

บัตรคนจน หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นสวัสดิการของรัฐที่ให้วงเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยทุก ๆ เดือน สำหรับรูดซื้อสินค้าต่าง ๆ ที่จำเป็น, ค่าเดินทางรถโดยสารสาธารณะ ทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า รถ บขส. และรถไฟ รวมทั้งเงินช่วยเหลือด้านอื่น ๆ ตามมาตรการที่ออกมา ซึ่งก็มีผู้ถือบัตรหลายคนมีคำถามว่า เงินส่วนไหนที่เราสามารถถอนออกมาเป็นเงินสดได้บ้าง หรือจะนำบัตรคนจนไปใช้เป็นเหมือนบัตร ATM เลยได้ไหม ใครยังสงสัยเรื่องนี้อยู่ มาดูรายละเอียดกันชัด ๆ 
* วงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กดออกมาเป็นเงินสดได้ไหม ?

           บัตรคนจนจะแบ่งวงเงินในบัตรเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือ

          1. วงเงินสำหรับซื้อสินค้าจำเป็นผ่านเครื่อง EDC และร้านค้าที่ร่วมรายการ

          เช่น เงินซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคร้านธงฟ้าประชารัฐ 200-300 บาท/เดือน, ค่าโดยสารรถสาธารณะ 500 บาท/เดือน, ค่าก๊าซหุงต้ม 45 บาท ต่อ 3 เดือน
          สำหรับส่วนนี้ผู้ถือบัตรไม่สามารถกดหรือถอนออกมาเป็นเงินสดได้ เพราะเป็นวงเงินที่สำรองไว้ใช้ผ่าน EDC ของหน่วยงาน หรือร้านค้าที่กำหนดเท่านั้น

          2. วงเงินที่ใส่ลงไปใน e-Money

          เช่น เงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพผู้สูงอายุ 50-100 บาท/เดือน, เงินคืนภาษี VAT 5% จากการใช้บัตรรูดซื้อสินค้าและบริการผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐ ซึ่งจะสามารถกดเป็นเงินสดได้เลย

ทั้งนี้ จากข้อมูลในเดือนกรกฎาคม 2563 วงเงินที่สามารถถอนจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ มีดังนี้

บัตรคนจน

* วิธีกดเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

          เราสามารถถอนเงินสดจากบัตรคนจนได้ที่ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย โดยทำตามขั้นตอนคือ

1. สอดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใส่รหัส 6 หลัก

บัตรคนจน

2. เมื่อเข้าหน้าเมนู ให้กดปุ่ม “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

บัตรคนจน

         หากตู้ ATM ไหน ไม่มีให้กดเลือก “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” จะไม่สามารถถอนเงินจากบัตรได้ ดังนั้น ต้องหาตู้ ATM ที่เมื่อสอดบัตรและใส่รหัสเข้าไปแล้ว มีข้อความให้กดเลือก “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” แบบนี้
3. กดปุ่ม “ขอดูยอดเงินคงเหลือ”
บัตรคนจน

          เพื่อตรวจสอบว่ามีเงินโอนเข้ามาหรือยัง หรือมียอดเงินที่สามารถกดได้เท่าไร โดยยอดเงินคงเหลือที่ใช้ได้จะแสดงให้เห็นในหน้าจอ

4. ระบบจะถามว่า ท่านต้องการบริการอื่นอีกหรือไม่ หากต้องการถอนเงิน ให้กดปุ่ม “ต้องการ”

บัตรคนจน


5. หน้าจอจะกลับมาที่หน้าเมนู หลังจากนั้นให้กดปุ่ม “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” อีกครั้ง

6. กดปุ่ม “ถอนเงิน”

บัตรคนจน

7. ใส่จำนวนเงินที่ต้องการถอน (ขั้นต่ำ 100 บาท ถอนได้ไม่เกินครั้งละ 20,000 บาท)




8. เช็กจำนวนเงินที่ต้องการถอน หากถูกต้องให้กดปุ่ม “ถูกต้อง” แล้วรอรับเงิน

บัตรคนจน

* ลืมรหัสกดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำอย่างไร ?
          หากลืมรหัสบัตร ให้ทำการเปลี่ยนรหัสได้ที่ตู้ ATM ตามขั้นตอนต่อไปนี้
บัตรคนจน
ภาพจาก ธนาคารกรุงไทย

* วิธีเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 

           การกดเงินสดบัตรคนจนนั้น นอกจากวงเงินในส่วน e-Money แล้ว ยังสามารถทำได้ด้วยการเติมเงินเข้าไปในบัตร ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าบัตรคนจนสามารถเติมเงิน-ฝากเงินได้เหมือนกันกับบัตร ATM ทั่วไปเลย

          การเติมเงินเข้าบัตรคนจน สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้  

1. เติมเงินผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย 

กดเงินบัตรคนจน
ภาพจาก Winning7799 / Shutterstock.com
          โดยนำบัตร ATM ของธนาคารกรุงไทยที่ต้องการหักเงินเข้าบัตรคนจน ไปทำรายการได้เลย ณ ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย ตามขั้นตอนต่อไปนี้ 

          – สอดบัตร ATM ธนาคารกรุงไทย ใส่รหัส 6 หลัก
          – เลือกหัวข้อ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”          – เลือก “เติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการฯ”
          – เลือกประเภทบัญชีที่ต้องการหักบัญชี ได้แก่ ออมทรัพย์ หรือ กระแสรายวัน/บัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ (บัตร ATM เราเป็นเงินฝากประเภทไหนก็เลือกประเภทนั้น)
          – ใส่หมายเลข 16 หลักของบัตรคนจนที่ต้องการเติมเงินเข้าไป
          – ตรวจสอบหมายเลขให้ดี แล้วกด “ถูกต้อง”
          – ระบุจำนวนเงินที่ต้องการโอนเข้าไปในบัตร ตั้งแต่ 100-30,000 บาท แล้วกด “ถูกต้อง”

2. เติมเงินผ่านเครื่องรับฝากเงินอัตโนมัติของธนาคารกรุงไทย (ADM)
          โดยทำตามขั้นตอนดังนี้
          – สอดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เครื่อง ADM
          – เลือกหัวข้อ “ฝาก/บัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์”
          – กดปุ่ม “บัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์”
          – ตรวจสอบเลขบัญชีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
          – นำเงินสดที่ต้องการฝากใส่ลงในเครื่อง
          – ตรวจสอบความถูกต้องแล้วกด “ถูกต้อง”

 3. เติมเงินผ่านธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ 

กดเงินบัตรคนจน
ภาพจาก Bai-Bua’s Dad / Shutterstock.com
          สำหรับใครที่ไม่อยากทำรายการด้วยตัวเองผ่านตู้ ATM ก็สามารถเติมเงินได้ผ่านธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้อยู่แล้ว

กดเงินบัตรคนจน
ภาพจาก ธนาคารกรุงไทย
* บัตรสวัสดิการแห่งรัฐสมัคร Internet Banking ได้ไหม 

          อีกหนึ่งความสามารถของบัตรคนจนที่หลายคนอาจยังไม่รู้ คือ สามารถสมัครใช้งาน Internet Banking ได้ด้วย ผ่านบริการ KTB netbank ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งผู้สมัครจะต้องมีบัญชีเงินฝากของธนาคารกรุงไทยด้วย โดยสามารถสมัคร KTB netbank ได้่ทั้งที่สาขาธนาคารกรุงไทยโดยตรง หรือตู้ ATM ตามขั้นตอนต่อไปนี้

กดเงินบัตรคนจน
ภาพจาก เฟซบุ๊ก KTB netbank

นอกจากจะเป็นสวัสดิการช่วยเหลือค่าครองชีพแก่ผู้มีรายได้น้อยแล้ว บัตรคนจนยังถูกออกแบบเพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้จ่ายของผู้มีรายได้น้อย โดยไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมากอีกด้วย 

ขอบคุณที่มาข้อมูลเพื่อคนจน : https://money.kapook.com/view198445.html

สิทธิประโยชน์ของบัตรคนจน หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 7 ข้อ

ซึ่งผู้ที่ถือบัตรจะได้รับสิทธิ์การช่วยเหลือจากรัฐฯทั้งในรูปแบบของเงินสด และ วงเงินในบัตรเพื่อนำไปใช้ตามร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านค้าเอกชนที่เข้าร่วมรายการ โดยสิทธิประโยชน์ต่างๆจะมีอะไรบ้างนั้น “ฐานเศรษฐกิจ”ได้รวบรวมมานำเสนอ


สิทธิ์ข้อที่ 1 ซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค

สิทธิข้อที่ 1 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ของทุกเดือนจะได้วงเงินซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค คนละ 200-300 บาทต่อเดือน สามารถนำไปใช้ซื้อสินค้าได้ตามร้านธงฟ้าประชารัฐ และวงเงินตรงนี้ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้ 

สิทธิข้อที่ 2 ค่าเดินทาง รถโดยสารสาธารณะ


สิทธิข้อที่ 2 ค่าเดินทาง รถโดยสารสาธารณะ (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้) โดยจะแบ่งเป็นค่าโดยสารรถเมล์ -รถไฟฟ้า 500 บาทต่อเดือน (ใช้ชำระค่าโดยสารด้วยระบบ e-Ticket),ค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาทต่อเดือน และ ค่าโดยสารรถไฟ 500 บาทต่อเดือน

สิทธิข้อที่ 3 คือ ส่วนลดสำหรับการซื้อ ก๊าซหุงต้ม


สิทธิข้อที่ 3 คือ ส่วนลดสำหรับการซื้อ ก๊าซหุงต้ม กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้) ในวงเงิน 45 บาท ต่อ 3 เดือน ( 3เดือนใช้ได้ 1 ครั้ง)

สิทธิข้อที่ 4.เงินพิเศษผู้สูงอายุ

ต่อมาในวันที่ 15 ของทุกเดือน ผู้ถือบัตรคนจนหรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จะได้รับ สิทธิข้อที่ 4.เงินพิเศษผู้สูงอายุ รายละ 50 – 100 บาท (ผู้สูงอายุที่มีรายได้ 30,001-100,000 บาท ได้รับเงินช่วยเหลือ เดือนละ 50 บาท ส่วนผู้สูงอายุที่มีรายได้ 0-30,000 บาทต่อปี ได้รับเงินช่วยเหลือ เดือนละ 100 บาท ) สำหรับเงินในส่วนนี้สามารถกดออกมาเป็นเงินสดเพื่อนำมาใช้ได้

สิทธิข้อที่ 5.เงินคืนภาษี VAT  5%  

สิทธิข้อที่ 5.เงินคืนภาษี VAT  5%  ผู้ที่เติมเงินเข้าบัตรคนจน แล้วใช้บัตรจ่ายเงินซื้อของในร้านที่เข้าร่วมรายการหรือร้านค้าเอกชนอื่นๆที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านเครื่อง EDC ที่มีการเชื่อมต่อระบบ POS ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – 30 กันยายน 2563 รัฐจะคืนภาษี VAT 5% ให้ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ยกตัวอย่าง เช่น ใช้จ่ายผ่านบัตรคนจน 100 บาท คืน VAT 5% เข้าบัตรคนจน 5 บาท ใช้จ่ายผ่านบัตรคนจน 1,000 บาท คืน VAT 5% เข้าบัตรคนจน 50 บาท โดยยอดคืนสูงสุดจะไม่เกิน  500 บาท/เดือน และเงินจะโอนเข้าบัตรวันที่ 15 ผู้ถือบัตรคนจนสามารถกดออกมาเป็นเงินสดออกมาใช้ได้ หรือรูดซื้อของตามร้านธงฟ้าฯ และร้านค้าอื่น ๆ ที่ร่วมโครงการได้ หลังจากนั้นในวันที่ 18 ของทุกเดือน

สิทธิข้อที่ 6. ส่วนลดค่าน้ำประปา

สิทธิข้อที่ 6. ส่วนลดค่าน้ำประปา ไม่เกินเดือนละ 100 บาทต่อหนึ่งครัวเรือน โดยผู้ถือบัตรคนจนที่จะได้รับสิทธินี้ก็ต่อเมื่อลงทะเบียนรับสิทธิกับการประปาในพื้นที่ รวมไปถึงใช้น้ำในหลักเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ 

สิทธิข้อที่ 7. ส่วนลดค่าไฟฟ้า


สิทธิข้อที่ 7.ส่วนลดค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 230 บาทต่อเดือนและต่อหนึ่งครัวเรือน โดยหลักเกณฑ์จะเหมือนกับค่าน้ำ ที่ต้องไปลงทะเบียนก่อน และต้องใช้ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด 

ถือเป็นสิทธิ 7 ข้อของผู้ถือบัตรคนจน หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะได้รับสิทธิการช่วยเหลือต่างๆจากภาครัฐ ซึ่งเมื่อดูจากวันและเวลา ก็เท่ากับว่าในเดือนมิถุนายน สิทธิข้อ ที่ 1 -3 นั้นก็ได้รับกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือคือข้อที่ 4 – 7 ที่จะเริ่มทยอยเข้าในวันที่ 15 มิถุนายน และ 18 มิถุนายนต่อไป

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีผู้ถือบัตรคนจนเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการจ่ายเงินอาจจะมีล่าช้าเกินจากวันที่ได้ระบุเอาไว้ เพราะต้องทยอยจ่าย หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หมายเลข 0-2109-2345 ในวันและเวลาราชการ

สำหรับปฏิทินเงินเข้า “บัตรคนจน – สวัสดิการแห่งรัฐ ของเดือนมิถุนายน

– วงเงินซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค จากร้านธงฟ้าประชารัฐ คนละ 200-300 บาทต่อเดือน (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้)

– ค่ารถโดยสารสาธารณะ (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้)

  • รถเมล์ รถไฟฟ้า (รฟม.และ BTS) 500 บาท
  • รถ บขส. 500 บาท
  • รถไฟ 500 บาท

– วงเงินซื้อก๊าซหุงต้ม 45 บาท ต่อ 3 เดือน (3 เดือนใช้ได้ 1 ครั้ง) โดยนำบัตรไปซื้อแก๊สกับร้านที่ร่วมรายการ (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้)

– เงินคืนภาษี VAT 5% จากการเติมเงินเข้าบัตรแล้วนำไปใช้จ่าย ซึ่งจะโอนเข้ากระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money) สามารถนำบัตรไปกดเป็นเงินสดออกมาได้ หรือใช้รูดซื้อสินค้า-บริการกับร้านค้าที่ร่วมโครงการ (ถึงเดือนกันยายน 2563) 

  • ใช้จ่ายผ่านบัตรคนจน 100 บาท ได้คืน VAT 5% เงินจะเข้าบัตรคนจนเดือนถัดไป 5 บาท
  • ใช้จ่ายผ่านบัตรคนจน 1,000 บาท ได้คืน VAT 5% เข้าบัตรคนจนเดือนถัดไป 50 บาท
  • ใช้จ่ายผ่านบัตรคนจน 10,000 บาท ได้คืน VAT 5% เข้าบัตรคนจนเดือนถัดไป 500 บาท

– ค่าน้ำประปา ไม่เกิน 100 บาท/เดือน/ครัวเรือน (ถึงเดือนกันยายน 2563)

– ค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 230 บาท/เดือน/ครัวเรือน (ถึงเดือนกันยายน 2563) 

– ผู้สูงอายุที่มีบัตรคนจน ได้รับเงินตามเกณฑ์รายได้ (ถึงเดือนกันยายน 2563) ดังนี้

  • รายได้ 0-30,000 บาทต่อปี ได้รับเงินช่วยเหลือ เดือนละ 100 บาท
  • รายได้ 30,001-100,000 บาท ได้เงินช่วยเหลือ เดือนละ 50 บาท

สำหรับปฏิทินเงินเข้า “บัตรคนจน – สวัสดิการแห่งรัฐ ของเดือนกรกฎาคม

ค่ารถโดยสารสาธารณะ

ผู้ที่มีสิทธิ์ – ทุกคนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ไม่สามารถนำไปกดเงินสดได้

  • แบ่งออกเป็น ค่าโดยสารรถเมล์, รถไฟฟ้า 500 บาท ต่อเดือน (ใช้ชำระค่าโดยสารด้วยระบบ e-ticket)
  • ค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาท ต่อเดือน
  • ค่าโดยสารรถไฟ 500 บาท ต่อเดือน

แจกเงินวันที่ 4 กรกฎาคม 2563

เงินช่วยเหลือเยียวยา เดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน (พ.ค. – ก.ค. 63) รวมเป็นเงิน 3,000 บาท/คน จ่ายครั้งเดียว

วันที่ 15 กรกฎาคม 2563

เงินผู้สูงอายุ 50-100 บาท

ผู้ที่มีสิทธิ์รับเงิน – ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์ เพื่อการยังชีพเพิ่มเติม ตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 ไปจนถึงเดือน กันยายน 2563 โดยจะเริ่มจ่ายให้ ทุกวันที่ 15 ของเดือน ตามรายละเอียดด้านล่าง

  • ผู้สูงอายุที่มีรายได้ 0-30,000 บาทต่อปี ได้รับเงินช่วยเหลือ เดือนละ 100 บาท
  • ผู้สูงอายุที่มีรายได้ 30,001-100,000 บาท ได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 50 บาท

เงินคืนภาษี VAT 5%

สำหรับผู้ที่ถือบัตรคนจน หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เติมเงินเข้าบัตร เพื่อใช้จ่ายเงินจากการรูดซื้อสินค้า และ บริการผ่านร้านธงฟ้า ประชารัฐ หรือ ร้านค้าเอกชนอื่นๆ ที่จดทะเบียนผ่านเครื่อง EDC ที่มีการเชื่อมต่อระบบ POS ระหว่างวัน ที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 รัฐจะทำการคืนภาษี VAT 5% ให้ผ่านบัตร สวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเงินส่วนนี้ สามารถนำบัตรคนจนไปกดเป็นเงินสดออกมาใช้ หรือ รูดซื้อของตามร้านธงฟ้า รวมไปถึงร้านค้าอื่นที่ร่วมโครงการได้

ผู้ที่มีสิทธิ์รับเงิน – เป็นผู้ที่เติมเงินเข้าบัตรคนจน แล้วมีการใช้จ่ายเงินในบัตร เพื่อซื้อของ จะได้รับเงินภาษี VAT 5% คืนเข้าบัตร ตามยอดใช้จ่าย ตามรายละเอียดด้านล่าง

  • จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน 100 บาท คืน VAT 5% เข้าบัตรคนจน 5 บาท
  • จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน 200 บาท คืน VAT 5% เข้าบัตรคนจน 10 บาท
  • จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน 500 บาท คืน VAT 5% เข้าบัตรคนจน 25 บาท
  • จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน 1000 บาท คืน VAT 5% เข้าบัตรคนจน 50 บาท

จะได้รับยอดคืนสูงสุด 500 บาท ต่อเดือน

วันที่ 18 กรกฎาคม 2563

คืนค่าน้ำประปา ไม่เกิน 100 บาท ต่อเดือน ต่อครัวเรือน

มีการต่ออายุจากมาตรการเดิม โดยจะให้ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินช่วยเหลือค่าน้ำประปา ไม่เกิน 100 บาท ต่อเดือน ต่อครัวเรือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ไปจนถึงเดือนกันยายน 2563 เป็นระยะเวลาทั้งหมด 11 เดือน

ผู้ที่มีสิทธิ์ – ครัวเรือนที่ใช้น้ำประปา่ไม่เกินกำหนด และ ได้ลงทะเบียนรับสิทธิื แต่หากยังไม่เคยลงทะเบียน สามารถลงทะเบียนได้ที่

  • การประปานครหลวง
  • การประปาส่วนภูมิภาค

ค่าไฟฟ้าไม่เกิน 230 บาท ต่อเดือน ต่อครัวเรือน

มีการต่ออายุมาตรการช่วยเหลือ เช่นเดียวกับค่าน้ำประปา โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 230 บาท ต่อเดือน ต่อครัวเรือนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ไปจนถึงเดือน กันยายน 2563 เป็นระยะเวลาทั้งหมด 11 เดือน

ผู้ที่มีสิทธิ์ – ครัวเรือนที่มีการใช้ไฟฟ้า ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และ ได้มีการลงทะเบียนขอรับสิทธิ์เรียบร้อย หากท่านใดยังไม่เคย สามารถลงทะเบียนได้ตามรายละเอียดด้านล่าง

  • ลงทะเบียนรับสิทธิ์ การไฟฟ้านครหลวง
  • ลงทะเบียนรับสิทธิ์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

เงินเยียวยา โควิด-19

ผู้ที่มีสิทธิ์รับเงินเยียวยา – ในส่วนของผู้ที่มีสิทธิ์รับเงินเยียวยา ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจนจะได้รับสิทธิ์ ซึ่งจะต้องเป็นบุคคลที่มีบัตร สวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิ์ใดๆเลย จากการเยียวยาจากทางภาครัฐบาล ที่เกี่ยวกับโควิด-19 มาก่อน ยกตัวอย่างเช่น เยียวยาเราไม่ทิ้งกัน, เงินชดเชยประกันสังคม, เงินเยียวยาเกษตรกร ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 1 ล้านกว่าคน โดยคนกลุ่มนี้ จะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องลงทะเบียนใดๆทั้งสิ้น

ได้รับเงินเท่าไหร่?

สำหรับเงินเยียวยา จะได้รับ 1,000 บาทเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่พฤษภาคม 2563 ไปจนถึงเดือน กรกฎาคม 2563 รวมเป็นเงิน 3,000 บาท ซึ่งมีการคาดการณ์ออกมาว่า จะโอนให้ทีเดียว 3,000 บาท ในเดือนกรกฎาคม 2563 นี้ แต่ยังไม่มีกำหนดออกมาว่าจะโอนเมื่อไหร่ ให้รอติดตามข่าวสารกันอีกครั้งหนึ่ง ถ้ามีอะไรอัพเดทเพิ่มเติม เราจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง สำหรับใครที่มีคำถาม หรือ ปัญหา สามารถโทรติดต่อ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้ที่เบอร์ 02-109-2345 ตั้งแต่วันจันทร์ ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 ไปจนถึงเวลา 17.30 น.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง