“เช็ก,โปแลนด์,เดนมาร์ก,อินเดีย, อิตาลี,ฟิลิปปินส์ (มะนิลา) ซาอุดิอาระเบีย” ยกระดับป้องกัน COVID-19 ทั้งประกาศปิดประเทศและยกเลิกวีซ่า

สิงคโปร์ยกระดับ คุมโควิด-19 ห้ามนทท.ต่างชาติเข้าประเทศ -‘ทรานซิต’ก็ไม่ได้

รัฐบาลสิงคโปร์ ประกาศยกระดับมาตรการ สกัดการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) หลังจากมีผู้ป่วยชาวสิงคโปร์เสียชีวิตด้วยโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อโควิด19 แล้ว 2 ราย โดยกระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ได้ออกแถลงการณ์ประกาศเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม โดยห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนสิงคโปร์ระยะสั้นเข้ามาในประเทศ รวมทั้งผู้โดยสารที่จะมาต่อเครื่องบิน หรือ ทรานซิตที่สนามบินสิงคโปร์ นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 23 มี.ค.63

นอกจากนั้น มาตรการล่าสุดดังกล่าวของรัฐบาลสิงคโปร์ ยังยกระดับความเข้มงวดในการเดินทางเข้ามาในประเทศของชาวต่างชาติที่มีหนังสือใบอนุญาตทำงานในสิงคโปร์ด้วย โดยจะอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่ทำงานเฉพาะเรื่องสำคัญ อย่างเช่น งานด้านสาธารณสุข และการขนส่งเท่านั้น จึงจะได้รับอนุญาตให้เข้ามาในสิงคโปร์ได้

จนถึงขณะนี้ 16/06/63 มี อิตาลี สเปน เดนมาร์ก โปแลนด์ สาธารณะรัฐเชค ไซปรัส อินเดีย เกาหลีเหนือ สาธารณรัฐโอมาน สโลวเกีย ซูรินาม และยูเครน ปิดประเทศป้องกันเชื้อ COVID-19

1. สอท. ณ กรุงปราก>> https://bit.ly/2Ub6iz8

สอท. ณ กรุงปราก
มาตรการของทางการเช็ก ณ วันที่ 13 มีนาคม 2563
♦️ UPDATE สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในเช็ก ณ วันที่ 13 มีนาคม 2563
1.ผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในเช็กรวมทั้งสิ้น 117 คน
.
2.เมื่อเวลา 12.00 น. ของวันที่ 13 มีนาคม 2563 รัฐบาลเช็กประกาศมาตรการดังนี้ (1) ห้ามชาวเช็กและชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักถาวรและชั่วคราวเดินทางออกนอกประเทศ ตั้งแต่ช่วงเวลา 00.00 น. ของวันที่ 16 มีนาคม 2563 (คืนวันที่ 15 มีนาคม 2563) (ยกเว้นนักท่องเที่ยว) (2) ห้ามชาวต่างชาติทุกประเทศเดินทางเข้าเช็กตั้งแต่เวลา 00.00 น. วันที่ 16 มีนาคม 2563 (คืนวันที่ 15 มีนาคม 2563) ยกเว้นชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักถาวรและชั่วคราว และ (3) ให้ผู้เดินทางกลับจาก 15 ประเทศกลุ่มเสี่ยง ต้องกักตัวเองโดยไม่มีข้อยกเว้น
.
3.รัฐบาลเช็กระงับการให้บริการของรถโดยสารประจำทาง รถไฟ และเรือไปยังประเทศใกล้เคียง รวมทั้งลดจำนวนเที่ยวบินที่ให้บริการ
.
4. ให้สถานเอกอัครราชทูตเช็กทุกแห่งในต่างประเทศระงับการรับคำร้องของชาวต่างชาติในการขอรับตรวจลงตราแบบเช็งเก้น ระยะยาว และถาวร เป็นการชั่วคราว

สาธารณรัฐเช็ก ประกาศ ประเทศกลุ่มเสี่ยง 15 ประเทศ

สรุปการเดินทาง เข้า–ออก ระหว่างสาธารณรัฐเช็กกับประเทศที่ทางการเช็กกำหนดให้เป็นประเทศกลุ่มเสี่ยง 15 ประเทศ (จีน อิหร่าน อิตาลี เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส สเปน เยอรมนี สวิสเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ เดนมาร์ก เนเธอแลนด์ สวีเดน อังกฤษ เบลเยียม ออสเตรีย) ตามมาตรการเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563

ด่านชายแดน ที่ทางการเช็กอนุญาตให้ เข้า-ออกได้ โดยไม่กำหนดช่วงเวลา

ด่านชายแดนออสเตรีย
• Dolní Dvorište – Wullowitz
• Ceské Velenice – Gmünd
• Hate – Kleinhaugsdorf
• Mikulov – Drasenhofen

ด่านชายแดนเยอรมนี
• Strázný – Phillippsreut
• Pomezí nad Ohrí – Schirnding
• Rozvadov-dálnice – Waidhaus
• Folmava – Furth im Wald/Schafberg
• Zelezná Ruda – Bayerisch Eisenstein
• Krásný Les – Breitenau
• H. Sv. Šebestiána – Reitzenhain

สนามบิน
• Praha/Ruzyne (Vaclav Havel Airport)
• Praha/Kbely

ด่านชายแดนที่ เข้า-ออก ได้ สำหรับบุคคลที่เดินทาง เข้า-ออก เป็นประจำ หรือทำงานในประเทศออสเตรียและเยอรมัน กำหนดระหว่างเวลา 05.00 น. – 23.00 น.

ด่านชายแดนออสเตรีย
• Vratenín – Oberurnau
• Valtice – Schrattenberg
• Nová Bystrice – Grametten

ด่านชายแดนเยอรมนี
• Všeruby – Eschlam
• Jiríkov – Neugersdorf
• Vojtanov –Schönberg
• Cínovec – Altenberg

Photo cr. Ministry of Foreign Affairs of the Czech Republic

2. สอท. ณ กรุงโคเปนเฮเกน >> https://bit.ly/2IJJOzA

(คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ)
ข้อจำกัดในการเดินทางเข้าประเทศเดนมาร์ก

รัฐบาลเดนมาร์กได้มีการบังคับใช้ข้อจำกัดที่เข้มงวดขึ้นในการเดินทางเข้าประเทศเดนมาร์กอันเนื่องมาจากการระบาดของ COVID-19 ซึ่งหมายความว่า ผู้เดินทางชาวต่างชาติอาจถูกปฏิเสธการเข้าเมืองแม้ว่าจะมีวีซ่า

ข้อยกเว้นสำหรับการเดินทางเข้าเดนมาร์ก คือ ผู้เดินทางชาวต่างชาติที่มีวีซ่าและมีวัตถุประสงค์การเดินทางที่มีความจำเป็นยิ่ง (worthy purposes) ซึ่งได้แก่ ผู้เดินทางที่เป็นบิดามารดาหรือผู้ปกครอง (บิดามารดาบุญธรรม) ของผู้เยาว์ที่มีถิ่นพำนักในเดนมาร์ก การเดินทางไปเยี่ยมสมาชิกในครอบครัวที่ป่วยวิกฤต บุคคลที่อยู่ระหว่างการรักษาทางการแพทย์ในเดนมาร์ก บุคคลที่จะเข้าร่วมพิธีศพในเดนมาร์ก และบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีในศาลเดนมาร์ก

การเดินทางเพื่อท่องเที่ยวทั่วไป เพื่อเยี่ยมครอบครัว และเพื่อติดต่อธุรกิจไม่ถูกจัดว่าเป็นการเดินทางที่มีความจำเป็นยิ่ง คำร้องขอวีซ่าจะถูกส่งไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเดนมาร์กเพื่อการพิจารณา ซึ่งกระบวนการอาจใช้เวลานาน ทั้งนี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ website for information from the Danish Authorities

14 มีนาคม 2563
—————

ท่านสามารถติดตามข้อมูลและพัฒนาการต่าง ๆ เกี่ยวกับมาตรการควบคุมการผ่านแดนเข้าประเทศเดนมาร์กชั่วคราว ได้ที่เว็บไซต์ของสถานทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย

และ Facebook สถานทูตไทยฯ


?สอท. ณ กรุงโคเปนเฮเกน
ขอแจ้งมาตรการของรัฐบาลเดนมาร์กเกี่ยวกับ COVID 19 เพิ่มเติม ดังนี้

วันนี้ (13 มี.ค. 63) เวลา 19.30 น. นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้แถลงข่าว ดังมีรายละเอียดปรากฏตาม https://politi.dk/…/in-english/minstry-of-justice-12-03-2020 สรุปได้ ดังนี้

1. เดนมาร์กจะมีมาตรการการควบคุมการผ่านแดนเข้าประเทศทั้งหมดชั่วคราว เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 14 มี.ค. 63 เวลา 12.00 น. จนถึงวันที่ 13 เม.ย. 63

2. คนชาติเดนมาร์ก รวมทั้งผู้มีใบอนุญาตพำนักและทำงานในเดนมาร์ก ยังคงสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ แต่จะไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวและคนชาติอื่นที่ไม่มีเหตุจำเป็นเดินทางมายังเดนมาร์กได้ ตัวอย่างของเหตุจำเป็นดังกล่าว เช่น การมาเยี่ยมญาติที่ป่วยหนัก สิทธิการดูแลบุตร ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี

3. มาตรการดังกล่าวจะมีผลต่อการขนส่งผู้โดยสารทางเครื่องบิน รถไฟ เรือ และรถยนต์ อย่างไรก็ดี จะยังคงอนุญาตให้มีการขนส่งสินค้า อาหารและยาเข้ามาในพรมแดนเดนมาร์กได้

4. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเดนมาร์กขอให้ชาวเดนมาร์กที่เดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศขณะนี้เดินทางกลับเดนมาร์กโดยเร็วที่สุด แต่ไม่รวมถึงชาวเดนมาร์กที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในต่างประเทศอยู่แล้ว ซึ่งแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการท้องถิ่น ส่วนผู้ที่อยู่ในประเทศตอนนี้แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศหากไม่มีเหตุจำเป็นจริง ๆ รวมทั้งการท่องเที่ยวช่วงวันหยุดอีสเตอร์ที่ใกล้จะถึงนี้ด้วย
โดยที่รัฐบาลเดนมาร์กออกมาตรการดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินทางมาเดนมาร์กจากประเทศไทย สถานทูตฯ เห็นว่า หากไม่จำเป็น คนไทยอาจพิจารณาเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางมาเดนมาร์กในช่วงที่มีมาตรการนี้ โดยเฉพาะหากเดินทางมาเพื่อการท่องเที่ยวและจุดประสงค์อื่นที่ไม่มีความจำเป็น

ทั้งนี้ ขอให้ติดตามข้อมูลทาง facebook และ website ของสถานทูตฯ รวมทั้งข้อมูลจากทางการเดนมาร์กที่มีการรวบรวมไว้ที่เว็บไซต์ coronasmitte.dk หรือโทรศัพท์สอบถามไปยังสถานทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย

3. สอท. ณ กรุงวอร์ซอ >> https://bit.ly/2TN5q4E

สอท. ณ กรุงวอร์ซอ
มาตรการมีผลเมื่อใด?
– วันที่ 15 มีนาคม 2563

มาตรการสิ้นสุดเมื่อใด?
– มาตรการมีผลระยะเวลา 10 วัน แต่อาจขยายเวลาได้ (ขึ้น.
อยู่กับสถานการณ์)

ช่องทางการเดินทางเป็นอย่างไร
– รัฐบาลระงับการเดินทางออกนอกประเทศทางอากาศ และทางรถไฟ สามารถเดินทางออกทางรถยนต์หรือรถบัสได้

ใครสามารถเดินทางเข้าประเทศได้บ้าง?
– ผู้ถือสัญชาติโปแลนด์
– คู่สมรสของชาวโปแลนด์
– บุตรของชาวโปแลนด์
– ผู้ที่ถือ Permanant Residence Card, Temporary Residence Card หรือมีใบอนุญาตทำงานในโปแลนด์

โดยต้องกักตัวเอง 14 วัน หากฝ่าฝืนปรับ 5,000 สว้อตตี้

4. สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี

ปิดประเทศโดยพฤตินัย! อินเดียงดให้วีซ่าแก่นักท่องเที่ยว จนถึง 15 เม.ย. / รัฐบาลอินเดีย ยกระดับมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 ห้ามชาวต่างชาติทุกประเทศ เข้ามาในอินเดีย และระงับวีซ่าท่องเที่ยวทั้งหมด

5. สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโรม 13 มี.ค. 63

อิตาลี ยกเลิกวีซ่าชั่วคราวถึง​ 20 กันยา​ ดังนี้ 1. ยกเลิกฟรีวีซ่าสำหรับประเทศตามประกาศ
2. ยกเลิก​ visa on arrival สำหรับประเทศตามประกาศ.

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโรม

versione Italiana segue:
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2563 รัฐบาลอิตาลี ได้ออกประกาศมาตรการเร่งด่วน เพื่อยับยั้งการติดเชื้อและแพร่กระจาย Covid-19 โดยกำหนดเขตพื้นที่ควบคุมในแคว้นลอมบาร์ดี (Lombardy) ที่มีเมืองมิลานเป็นเมืองหลัก และจังหวัดภายใต้เขตการปกครองของอีก 14 เมือง ได้แก่ Modena, Parma, Piacenza, Reggio nell’Emilia, Rimini, Pesaro e Urbino, Alessandria, Asti, Novara, Verbano-Cusio-Ossola, Vercelli, Padova, Treviso และ Venezia(เวนิส) และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม – ถึงวันที่ 3 เมษายน 2563 ซึ่งมีสาระสำคัญที่การห้ามบุคคลเดินทางเข้า-ออกจากพื้นที่ที่กำหนด
สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอความร่วมมือคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ข้างต้นแจ้ง ชื่อ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ และช่องทางการสื่อสารทางโซเชียลมีเดีย ID Line ผ่านทางอีเมล์มายัง info@ambthai.it
ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ฯ ขอแจ้งแนวปฏิบัติบางประการ ตามที่ทางการอิตาลีกำหนดในเขตพื้นที่ ดังนี้
1. หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้า-ออกจากพื้นที่แคว้นและเมืองที่กำหนด รวมทั้งการเดินทางภายในพื้นที่ดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 3 เมษายน 2563 เว้นแต่จะมีความจำเป็นด้านการงาน ด้านสุขภาพและการเดินทางกลับภูมิลำเนา
2. ผู้ที่มีอาการบ่งว่าติดเชื้อทางเดินหายใจและมีไข้สูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ให้อยู่ภายในที่บ้าน/ที่พำนัก หลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและให้ติดต่อแพทย์ประจำตัว
3. ห้ามผู้ที่อยู่ระหว่างการกักกันโรคหรือผู้ที่ติดเชื้อ COVID-19 ออกนอกเคหสถานของตน
4. ในวันเสาร์-อาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ ร้านค้าขนาดกลางและขนาดใหญ่ รวมถึงร้านค้าภายในห้างสรรพสินค้าต้องปิดให้บริการ แต่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติในวันธรรมดา ยกเว้นร้านขายยา ร้านเวชภัณฑ์และร้านสินค้าอุปโภคบริโภค ยังคงเปิดให้บริการได้ทุกวัน โดยต้องเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย ๑ เมตร
5. ให้ระงับการจัดงานชุมนุม งานสาธารณะต่าง ๆ ไว้ก่อน เช่น งานทางวัฒนธรรม สันทนาการ กีฬา ศาสนา การแสดงสินค้า รวมทั้ง โรงภาพยนต์ โรงละคร ผับ โรงเรียนเต้นรำ สถานที่เล่นเกมส์และการพนัน ดิสโกเธค และสถานที่อื่น ๆ ที่มีลักษณะเดียวกัน
6. ให้สถานศึกษาทุกระดับหยุดการเรียนการสอน ยกเว้นการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทาง การฝึกงานของบุคลากรทางสาธารณสุข
7. ร้านอาหาร ร้านกาแฟ เปิดได้ตั้งแต่ 06.00 – 18.00 น. แต่ให้มีระยะห่างบุคคลระหว่างกันอย่างน้อย 1 เมตร
ทั้งนี้ ขอให้ศึกษา และติดตามมาตรการต่าง ๆ เพิ่มเติม และให้ความร่วมมือปฏิบัติตามคำสั่งคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด และหากมีพัฒนาการที่สำคัญใดใด สถานเอกอัครราชทูต ฯ จะแจ้งให้ทราบต่อไป
Versione italiana

L’8 marzo 2020 il Governo italiano ha decretato le misure urgenti in materia di contenimento e gestione dell’emergenza epidemiologica da COVID-19, identificando le zone da isolare: regione Lombardia con capoluogo Milano e le province di Modena, Parma, Piacenza, Reggio nell’Emila, Rimini, Pesaro e Urbino, Alessandria, Asti, Novara, Verbano – Cusio – Ossola, Vercelli, Padova, Treviso e Venezia. Queste misure sono in vigore a partire dall’8 marzo fino al 3 aprile 2020 con la misura principale di evitare ogni spostamento delle persone fisiche in entrata e in uscita nei territori sopra menzionati.

L’Ambasciata prega tutti i cittadini thailandesi domiciliati o residenti nei territori sopra indicati, viaggiatori e turisti rimanenti nella citata zona, di fornire nome e cognome in thailandese e in inglese, indirizzo, numero di telefono e altri canali di contatto sul social media ID Line via mail all’indirizzo info@ambthai.it

L’Ambasciata vuole ricordare alcune misure di comportamento secondo le misure stabilite dal Decreto:
1. evitare ogni spostamento delle persone fisiche in entrata ed in uscita dai territori citati nonché all’interno dei medesimi territori a partire dall’8 marzo 2020 fino al 3 aprile 2020, salvo per esigenze lavorative, situazioni di necessità, per motivi di salute e per il rientro presso il proprio domicilio, abitazione o residenza;
2. per le persone con sintomatologia da infezione respiratoria e febbre maggiore di 37,5ºC è raccomandato di rimanere presso il proprio domicilio e di limitare al massimo i contatti sociali, contattando il proprio medico curante;
3. divieto assoluto di mobilità dalla propria abitazione o dimora per le persone sottoposte alla misura della quarantena ovvero risultate positive al virus;
4. nelle giornate festive e prefestive sono chiuse le medie e grandi strutture di vendita, nonché gli esercizi commerciali presenti all’interno dei centri commerciali e dei mercati. Nei giorni feriali essi sono aperti rispettando la distanza di sicurezza interpersonale di 1 metro. La chiusura non comprende le farmacie, le parafarmacie e i punti vendita di generi alimentari;
5. sono sospese tutte le manifestazioni organizzate, nonché gli eventi in luoghi pubblici o privati, compresi quelli di carattere culturale, ludico, sportivo, religioso, fieristico, cinema, teatri, pub, scuole di ballo, sale giochi, sale scommesse, sale bingo, discoteche e locali assimilati;
6. sono sospesi i servizi educativi e le attività didattiche in corso nelle scuole di ogni ordine e grado, a esclusione dei corsi per i medici in formazione specialistica e delle attività dei tirocinanti delle professioni sanitarie;
7. sono consentite le attività di ristorazione e bar dalle 6.00 alle 18.00 rispettando la distanza di sicurezza interpersonale di almeno 1 metro.

Si prega di prestare la dovuta attenzione, di seguire ulteriori misure, di collaborare e di rispettare strettamente le dovute precauzioni indette dalle autorità locali. Se dovessero esserci sviluppi importanti, l’Ambasciata vi informerà su eventuali aggiornamenti.

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา

เมื่อค่ำวันที่ 12 มีนาคม 2563 ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ได้แถลงมาตรการเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1. ยกระดับสถานการณ์การติดเชื้อไวรัส COVID-19 ในฟิลิปปินส์เป็น Code Red Sublevel 2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด
2. ประกาศใช้มาตรการ Social Distancing ในเขตเมโทรมะนิลาเป็นเวลา 30 วัน ดังนี้
– ขยายการงดการเรียนการสอนจนถึงวันที่ 12 เมษายน 2563 โดยขอให้นักเรียนพยายามอยู่ในที่พักอาศัย
– การหยุดงานของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานหลักและไม่กระทบการให้บริการประชาชน
– ห้ามกิจกรรมที่มีการรวมตัว
– การเดินทางภายในประเทศทางบก ทางอากาศ และทางเรือระหว่างเมโทรมะนิลาและส่วนอื่น ๆ ของประเทศ สามารถทำได้ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2563 จากนั้นจะไม่สามารถกระทำได้ในช่วงที่บังคับใช้มาตรการ
– ระบบขนส่งสาธารณะยังคงให้บริการ โดยปฏิบัติตามหลัก Social Distancing
3. สำหรับเขตอื่น ๆ นอกจากเมโทรมะนิลา ขอให้หน่วยงานท้องถิ่นใช้วิจารณญาณตามความเหมาะสมและอย่างสมเหตุสมผลในการป้องกันการติดเชื้อ
4. ชาวฟิลิปปินส์สามารถเดินทางไปทำงานที่จีนแผ่นดินใหญ่ได้ ยกเว้นหูเป่ย
5. ห้ามการเดินทางมาจากประเทศที่มี local transmission ยกเว้นชาวฟิลิปปินส์ ผู้มีถิ่นพำนักถาวร และวีซ่านักการทูต (ยังไม่มีการประกาศรายชื่อประเทศ)

ทั้งนี้ จนถึงวันที่ 12 มีนาคม 2563 กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์แถลงยอดยืนยันผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 3 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสม 52 ราย ในจำนวนนี้ เสียชีวิตรวม 5 ราย (เสียชีวิตเพิ่มวันนี้ 3 ราย)

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา ขอให้คนไทยในฟิลิปปินส์ปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด และติดตามข่าวสารจากทางการฟิลิปปินส์ รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นที่คนไทยอาศัยอยู่ ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันในแต่ละท้องที่ การฝ่าฝืนอาจมีโทษ

กรณีฉุกเฉินสามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา ได้ที่หมายเลข +63 2 8815 4219-20, +63 917 806 3977 และ +63 917 805 8863

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด – มาตรการเกี่ยวกับการเดินทางของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียล่าสุด

ประกาศสถานเอกอัครราชทูตฯ วันที่ 3 มีนาคม 2563 เรื่องการแพร่ระบาดของ COVID-19 รวมถึงข้อมูลเรื่องมาตรการเกี่ยวกับการเดินทางของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียล่าสุด และผลกระทบต่อคนไทยและประเทศไทย

ที่มา : TravelNews

เรื่องที่เกี่ยวข้อง