วิธีดูแลตัวเองหลังกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง COVID-19

สองสาวพี่น้องไฮโซ ซูเปอร์สเปรดเดอร์แห่งเวียดนาม

แพทยสภาและคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ตั้งโต๊ะแถลงและเรียกร้องไปถึงผู้ที่มีประวัติเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสฯ ให้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาจากการปิดบังข้อมูล เพราะมิเช่นนั้น จะเป็นการแพร่เชื้อไวรัสฯ ไปยังคนอื่นได้

โดยเน้นย้ำว่า

ผู้ที่เดินทางกลับหรือแวะพักจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ จีน มาเก๊า ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ อิหร่าน อิตาลี

– แจ้งการเดินทางกลับแก่ผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้นทางโทรศัพท์ทันทีเพื่อลางาน

– หยุดทํางานหรืออยู่บ้านเป็นเวลา 14 วันนับจากเดินทางถึงประเทศไทย

– แยกพื้นที่อาศัย เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ กับผู้อื่น ถ้าเป็นไปได้เลือกอยู่ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทดี

– หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดบุคคลในที่พักอาศัยอย่างน้อย 1 เมตร (โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ)

– ทําความสะอาดมือด้วยสบู่และน้ำ หรือ แอลกอฮอล์เจล เป็นประจําอย่างเคร่งครัด

– ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น จาน ชาม ช้อนส้อม แก้วน้ำ ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ

– จัดหาอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อให้กับผู้สัมผัสใกล้ชิดด้วย เช่น หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์เจล ฯลฯ

– หลีกเลี่ยงการเดินทางไปที่ชุมชน

ผู้ที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนเดียวกับกลุ่มที่ 1 ในช่วง 14 วันแรก

– หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้นั้นในที่พักอาศัยอย่างน้อย 1 เมตร (โดยเฉพาะท่านที่เป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่าง ๆ และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ)

– ทําความสะอาดมือด้วยสบู่และน้ำ หรือ แอลกอฮอล์เจล เป็นประจําอย่างเคร่งครัด

– ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้นั้น เช่น จาน ชาม ช้อนส้อม แก้วน้ำ ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ

– ใส่หน้ากากอนามัย ถ้าจําเป็นต้องใกล้ชิดผู้นั้น

ทั้งสองกลุ่ม ต้องเฝ้าระวังอาการเจ็บป่วยของตนเองและผู้ใกล้ชิด ที่อาจบ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อ ได้แก่

– อาการไข้ ถ้ารู้สึกว่ามีไข้ ให้ตรวจวัดอุณหภูมิอย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง ว่าอุณหภูมิที่วัดทางปากมากกว่า 37.5 องศาเซลเซียส หรือทางรักแร้มากกว่า 37.0 องศาเซลเซียสหรือไม่

– อาการผิดปกติของทางเดินหายใจเฉียบพลัน เช่น ไอ น้ำมูก เจ็บคอ เหนื่อยหอบ หรือหายใจเร็วหากผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับหรือแวะพักจากประเทศต่าง ๆ ดังกล่าวหรือคนในครอบครัวมีอาการผิดปกติ ข้างต้นทั้ง 2 ข้อ ให้ติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิการรักษาหรือ โรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง หรือ สอบถาม สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

เรื่องที่เกี่ยวข้อง