ขึ้นเครื่องต้องแสดงใบรับรองแพทย์ ป้องกัน COVID-19 ของสายการบิน

วันนี้เรามีข้อกำหนดการเดินทางสู่ประเทศไทย สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางจากจีน ฮ่องกง มาเก๊า เกาหลีใต้ อิหร่าน และอิตาลี โดยต้องแสดงเอกสารต่อไปนี้ที่สนามบินต้นทาง

1.ใบรับรองแพทย์
•ใบรับรองแพทย์ต้องกรอกและลงนามโดยแพทย์ เพื่อยืนยันว่าผู้โดยสารไม่ได้เป็นผู้ป่วย COVID-19 โดยต้องระบุผลตรวจ COVID-19 ที่มีผลเป็นลบจากโรงพยาบาลประเทศต้นทาง และต้องตรวจภายใน 48 ชั่วโมง (ผู้โดยสารต้องใช้แบบฟอร์มที่กำหนด เพื่อนำไปให้แพทย์รับรองข้อมูล และแสดงต่อเจ้าหน้าที่ โดยสามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://www.airasia.com/aa/covid-19/pdf/mcgp.pdf หรือรับแบบฟอร์มได้ที่เคาน์เตอร์เช็คอินในสนามบิน)
•ระบุว่าผู้โดยสารไม่มีอาการป่วยอื่นภายใน 14 วันที่ผ่านมา

2.เอกสารอื่นๆ
หนังสือรับรองประกันสุขภาพที่มีวงเงินคุ้มครองมูลค่า 100,000 เหรียญสหรัฐต่อท่านในระหว่างที่อยู่ในประเทศไทย (ยกเว้นบุคคลสัญชาติไทย)
หมายเหตุ: ผู้โดยสารต้องดำเนินการกักกันโรคด้วยตัวเองเป็นเวลา 14 วันนับจากวันที่เดินทางมาถึงไทย

สำหรับผู้โดยสารจากประเทศอื่นๆ ที่เคยมีประวัติการเดินทางไปประเทศจีน ฮ่องกง มาเก๊า เกาหลีใต้ อิหร่าน และอิตาลี ภายใน 14 วันที่ผ่านมาไม่จำเป็นต้องแสดงเอกสารดังกล่าว แต่ต้องดำเนินการกักกันโรคด้วยตัวเองเป็นเวลา 14 วัน

ยกระดับต่อเนื่อง / ศูนย์บริหารจัดการการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 แถลง “ยกเลิกวีซ่า On Arrival 18 ประเทศ พร้อมทั้งยกเลิก Free Visa อีก 3 ประเทศ (อิตาลี ฮ่องกง เกาหลีใต้)

การบินไทยประกาศแจ้งผู้โดยสารที่บินจากเกาหลีใต้ จีน ฮ่องกง อิตาลี มาประเทศไทยต้องแสดงใบรับรองแพทย์ยืนยันไม่มีความเสี่ยงโรคโควิด-19 ตามประกาศของ กพท.

นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยหรือ กพท. ได้ออกประกาศให้ทุกสายการบินของไทยปฏิบัติเกี่ยวกับการรับผู้โดยสารจากท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน เขตบริหารพิเศษฮ่องกง เขตบริหารพิเศษมาเก๊า สาธารณรัฐอิตาลี สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

เพื่อสนับสนุนมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคของประเทศไทยนั้น บริษัท การบินไทยฯ จึงมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามในการรับผู้โดยสารมายังประเทศไทยจากจุดบินตามประกาศดังกล่าว ซึ่งผู้โดยสารทุกท่านของการบินไทยที่จะเดินทางจากจุดบินสาธารณรัฐเกาหลี (โซล และปูซาน) สาธารณรัฐประชาชนจีน (ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู และกวางโจว) เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐอิตาลี (โรม และมิลาน) จะต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าผู้โดยสารไม่มีความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อการบินไทยตรวจสอบใบรับรองแพทย์แล้วจึงจะออก Boarding Pass รวมทั้งต้องจัดให้ผู้โดยสารกรอกข้อมูลตามแบบ ต.8 ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และยื่นต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศที่สนามบินปลายทางในประเทศไทย

ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถติดต่อเปลี่ยนแปลงการเดินทาง และ/หรือ เปลี่ยนแปลงเส้นทางบินได้ที่สำนักงานขายการบินไทย หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ thaiairways.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ THAI Contact Center โทร. 0-2356-1111 ตลอด 24 ชั่วโมง

ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน เขตบริหารพิเศษฮ่องกง เขตบริหารพิเศษมาเก๊า สาธารณรัฐอิตาลี สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน นั้น

ไทยสมายล์ ประกาศผู้โดยสารที่เดินทางจากฮ่องกงเข้าประเทศไทยต้องแสดงใบรับรองแพทย์ โรคโควิด-19

สายการบินไทยสมายล์ มีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรการในการรับผู้โดยสารมายังประเทศไทยจากจุดบินตามประกาศดังกล่าว ซึ่งผู้โดยสารที่จะเดินทางจากจุดบินเขตบริหารพิเศษฮ่องกง จะต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ (Health Certificate) รับรองว่าไม่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในระยะเวลา 2 วันก่อนการเดินทาง มาแสดงแก่เจ้าหน้าที่เช็คอิน และเมื่อสายการบินตรวจสอบเอกสารแล้วจึงจะออก Boarding Pass รวมทั้งดำเนินการให้ผู้โดยสารกรอกข้อมูลตามแบบ ต.8 ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และยื่นต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศที่สนามบินปลายทางในประเทศไทย

สำหรับผู้โดยสารที่ถือหนังสือเดินทางประเทศไทย เดินทางไปยังเขตบริหารพิเศษฮ่องกง และมีระยะเวลาพำนักไม่เกิน 14 วัน ไม่จำเป็นต้องแสดงเอกสารใบรับรองแพทย์ แต่หากมีความประสงค์จะพำนักในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงเกิน 14 วัน จะต้องนำเอกสารใบรับรองแพทย์มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่เช็คอิน โดยมาตรการดังกล่าวนี้ จะเริ่มปฏิบัติตั้งแต่วันนี้ 10 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ผู้โดยสารที่มีความประสงค์เปลี่ยนแปลงการเดินทาง และ/หรือ เปลี่ยนแปลงเส้นทางบิน สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าไทยสมายล์ (Smile Service Center) 13 แห่งทั่วประเทศในเวลาทำการ หรือ Call Center โทร 1181, 02-118-8888 ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง แนวปฏิบัติสำหรับผู้ดำเนินการเดินอากาศเกี่ยวกับการให้บริการจากท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ท้องที่ราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ. 2563 กำหนดให้ท้องที่ที่นอกราชอาณาจักร ได้แก่ สาธารณรัฐเกาหลี (Republic of Korea) สาธารณรัฐประชาชนจีน (People’s Republic of China) รวมถึงเขตบริหารพิเศษมาเก๊า (Macao) และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (Hong Kong) สาธารณรัฐอิตาลี (Italian Republic) และสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน (Islamic Republic of Iran) เป็นเขตโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) นั้น

เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ดำเนินการเดินอากาศในการปฏิบัติการบินระหว่างท้องที่ดังกล่าว และเพื่อสนับสนุนการดำเนินมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคของประเทศ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจึงประกาศแนวปฏิบัติสำหรับผู้ดำเนินการเดินอากาศเกี่ยวกับการให้บริการจากท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ดังต่อไปนี้

1. ในกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้ท้องที่นอกราชอาณาจักรใดเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากท้องที่นั้นต้องได้รับการกักตัว (quarantine) และอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดต่ออย่างอื่นตามที่รัฐบาลกำหนด

2. ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศที่ให้บริการจากสถานีต้นทางในท้องที่ที่เป็นเขตโรคติดต่อทำการคัดกรองผู้โดยสารโดยในเวลาแสดงตัวเพื่อออกบัตรขึ้นเครื่อง (Check in) โดยตรวจสอบใบรับรองแพทย์ (Health Certificate) เพื่อยืนยันว่าผู้โดยสารไม่มีความเสี่ยงจากโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หากผู้โดยสารไม่สามารถแสดงใบรับรองแพทย์ดังกล่าวได้ ให้งดการออกบัตรขึ้นเครื่อง (Boarding Pass) ให้แก่ผู้โดยสารนั้น

3. ผู้ดำเนินการเดินอากาศอาจพิจารณาใช้มาตรการตาม 2. ในการคัดกรองผู้โดยสารจากสถานีต้นทางในประเทศและเขตปกครองพิเศษที่มีรายงานจากกระทรวงสาธารณสุข หรือ World Health Organization ว่าพบผู้ติดเชื้อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

4. เมื่อได้ตรวจสอบใบรับรองแพทย์ (Health Certificate) และออกบัตรขึ้นเครื่องให้ผู้โดยสารแล้ว ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศจัดให้ผู้โดยสารกรอกข้อมูลตามแบบ ต.ค ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และยื่นต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศที่สนามบินปลายทาง

5. เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศมีอำนาจออกคำสั่งตามความในพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ดังต่อไปนี้
(1) ห้ามผู้ใดเข้าไปในหรือออกจากอากาศยานที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยังไม่ได้รับการตรวจจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ
(2) ห้ามนำพาหนะอื่นใดเข้าเทียบอากาศยานที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร
(3) ดำเนินการหรือออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศดำเนินการ
ดังต่อไปนี้
(ก) กำจัดความติดโรค เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ของโรค
(ข) จัดให้อากาศยานจอดอยู่ ณ สถานที่ที่กำหนดให้จนกว่าเจ้าพนักงาน
ควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศจะอนุญาตให้ไปได้
(ค) ให้ผู้เดินทางซึ่งมากับพาหนะนั้นรับการตรวจในทางแพทย์ และอาจ
ให้แยกกัก กักกัน คุมไว้สังเกต หรือรับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ณ สถานที่และระยะเวลาที่กำหนด
6. ผู้ดำเนินการเดินอากาศจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการขนส่งผู้เดินทางซึ่งมากับ
อากาศยานนั้น เพื่อแยกกัก กักกัน คุมไว้สังเกต หรือรับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ตลอดทั้งออกค่าใช้จ่ายใน
การเลี้ยงดู การรักษาพยาบาล การป้องกันและควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ

7. ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังโรคติดต่ออันตรายและมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดต่ออันตรายตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดตามความในพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 โดยเคร่งครัด

8. ให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศแจ้งแนวปฏิบัติดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ประจำสถานีต้นทางและเจ้าหน้าที่ประจำอากาศยานให้ทราบและถือปฏิบัติ และให้เจ้าหน้าที่ประจำอากาศยานประกาศเพิ่มเติมบน
อากาศยานให้ผู้โดยสารทราบโดยทั่วกัน

ประกาศ ณ วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2563

นายจุฬา สุขมานพ
ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

————————————————————————

The Notification of the Civil Aviation Authority of Thailand on Practical Guideline for the Air Operators Relating to the Service to be Provided in the Territories outside Thailand Defined as Disease Infected Zones of the Coronavirus Disease (COVID – 19) Outbreak

In reference to the Notification of the Minister of Public Health, with the advice of the National Emerging Infectious Diseases Committee, declaring that Coronavirus Disease (COVID – 19) is a dangerous communicable disease under the Communicable Disease Act B.E. 2558 (2015) and the Notification of the Ministry of Public Health Re: Territories Outside the Kingdom of Thailand Defined as Disease Infected Zones of the Coronavirus Disease (COVID – 19) Outbreak, where Republic of Korea, People’s Republic of China, including Macao and Hong Kong Special Administration Regions, Italian Republic and Islamic Republic of Iran are defined as Disease Infected Zones of the Coronavirus Disease (COVID – 19) outbreak.

In order to provide practical guidance for the air operators performing the flights between those Disease Infected Zones and to Support the surveillance measures taken by the Ministry of Public Health, the Civil Aviation Authority of Thailand hereby issues following guideline for all air operators:

1. Where the Ministry of Public Health defines any territory outside Thailand as Disease Infected Zone of the Coronavirus Disease (COVID – 19), the passengers from such Disease Infected Zone shall be subject to quarantine and any other measures for the prevention and control of communicable diseases as imposed by the Government of Thailand.

2. The air operators providing services from the airport of embarkation in the Disease Infected Zones are required to perform the screening of the passengers at the time of check in. The passengers need to present Health Certificate certifying that they have no risk of Coronavirus Disease (COVID – 19). If any passenger is unable to present such certificate, boarding shall be denied and the boarding pass shall not be issued.

3. The air operators may apply the measure as specified in 2. for the screening of passengers from the airport of departure in the countries as affected from Coronavirus Disease (COVID – 19) from the report of the Ministry of Public Health or World Health Organization.

4. After being satisfied with the Health Certificate and the boarding passes are issued to the passengers, the air operators shall furnish the passengers with Form T 8 issued under the Communicable Disease Act B.E. 2558 (2015) and require the passengers to fill out the forms and submit them to the communicable disease control officials at the control post at the airport of disembarkation

5. The communicable disease control officials at the control post at the airport of disembarkation have the power to give an order under the Communicable Disease Act B.E. 2558 as follows:
(1) Prevent anyone from entering into or leaving from the aircraft coming into Thailand without undergoing medical examination
(2) Prevent any vehicle from approaching the aircraft
(3) Take or make an order to the air operators to take the following action:
(a) Disinfect the disease in order to prevent and control the spread of the disease
(b) Detain the aircraft at a specified place until the communicable disease control officials at the control post permit to go
(c) Require the persons on board the aircraft to undergo medical examination and may also isolate, quarantine, confine them for observation, or order to receive immunization at the place and period to be specified.

6. The air operators shall be responsible for the expenses incurred relating to the isolation, quarantine, confinement for observation, and immunization of the persons on board, including the expanses for the care, hospitalization and prevention and control of international communicable disease.

7. The air operators will strictly comply with the measures for the surveillance, prevention and control of dangerous communicable disease issued by the Ministry of Public Health under the Communicable Diseases Act B.E. 2558 (2015)

8. The air operators shall notify their staff at the airport of embarkation and the crew members of the above guideline and comply with full cooperation” The cabin crew shall also make on board public announcement to the passengers.

Issued on 8 March B.E. 2563 (2020)

Chula Sukmanop
Director General
The Civil Aviation Authority of Thailand

วิธีการป้องกันตัวเองจาก Coronavirus หากต้องโดยสารโดยเครื่องบิน

วิธีการป้องกันตัวเองจาก Coronavirus หากต้องโดยสารโดยเครื่องบิน

ป้องกันตัวเองลักษณะเดียวกับการอยู่ในพื้นที่แออัด
- ระมัดระวังการสัมผัสโดนสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ
- ช่องทางเสี่ยงติดเชื้อคือ อวัยวะบนใบหน้า เช่น ตา จมูก ปาก
- พบคนไอจาม ควรแบ่งปันหน้ากากอนามัย(ถ้ามี) เพื่อลดโอกาสในการแพร่เชื้อ
- ถ้าโดนไอจามใส่หน้า ต้องรีบล้างหน้าเพื่อลดความเสี่ยง

สวมหน้ากากอนามัย
- สวมหน้ากากอนามัยโดยหันด้านสีออกข้างนอก สวมให้กระชับครอบคลุมทั้งจมูกและปาก
- เวลาใส่หรือถอดให้จับบริเวณสายคล้องเพื่อป้องกันโรคติดที่มือ

มือเป็นอวัยวะที่มีความเสี่ยงในการนำพาเชื้อเพราะสัมผัสกับสิ่งต่างๆ
- อย่าเอามือจับหน้า
- ควรล้างมือบ่อยๆ โดยใช้สบู่ หรือแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ

ข้อมูลจำเพาะเกี่ยวกับ Coronavirus
- สามารถ "ติดจากคนสู่คน" ด้วยวิธีการสัมผัสโดนสารคัดหลั่ง ซึ่งเป็นพาหะไวรัสเข้าสู่ร่างกาย
- Corovavirus มีระยะฟักตัว 2-10 วัน หากมีอาการน่าสงสัย หรือมีความเสี่ยงให้รีบพบแพทย์ทันที

**ขอให้ทุกท่านให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่การบิน และเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขในการคัดกรองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด**

ป้องกันตัวเองลักษณะเดียวกับการอยู่ในพื้นที่แออัด
– ระมัดระวังการสัมผัสโดนสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ
– ช่องทางเสี่ยงติดเชื้อคือ อวัยวะบนใบหน้า เช่น ตา จมูก ปาก
– พบคนไอจาม ควรแบ่งปันหน้ากากอนามัย(ถ้ามี) เพื่อลดโอกาสในการแพร่เชื้อ
– ถ้าโดนไอจามใส่หน้า ต้องรีบล้างหน้าเพื่อลดความเสี่ยง

สวมหน้ากากอนามัย
– สวมหน้ากากอนามัยโดยหันด้านสีออกข้างนอก สวมให้กระชับครอบคลุมทั้งจมูกและปาก
– เวลาใส่หรือถอดให้จับบริเวณสายคล้องเพื่อป้องกันโรคติดที่มือ

มือเป็นอวัยวะที่มีความเสี่ยงในการนำพาเชื้อเพราะสัมผัสกับสิ่งต่างๆ
– อย่าเอามือจับหน้า
– ควรล้างมือบ่อยๆ โดยใช้สบู่ หรือแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ

ข้อมูลจำเพาะเกี่ยวกับ Coronavirus
– สามารถ “ติดจากคนสู่คน” ด้วยวิธีการสัมผัสโดนสารคัดหลั่ง ซึ่งเป็นพาหะไวรัสเข้าสู่ร่างกาย
– Corovavirus มีระยะฟักตัว 2-10 วัน หากมีอาการน่าสงสัย หรือมีความเสี่ยงให้รีบพบแพทย์ทันที