facebook ฟ้องไทย สังคมไทยเข้าสู่สงคราม IO บูลลี่ เต็มรูปแบบ

จากปรากฎการสมาชิกที่เปิดเผยและไม่เปิดเหตุ ต่างใช้ Facebook เสนอมุ่งคิดต่าง ๆ พร้อมยืนเงื่อนไขข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาล จนกระถึงการทำบูลลี่ ทำสงครามสื่อโซเซียล โดยเฉพาะ Facebook ซึ่งมีกระแสวิพากษ์ ด่า บูลลี่ กดดัน ฯลฯ ตลอดจนต้องยอมรับว่ามีคนบางกลุ่มทำสื่อโจมตีสถาบันจริง

Facebook ยอมรับว่าปิดกั้นไม่ให้ผู้ใช้งานในไทยเห็นบางโพสต์จริง

Mashable ได้รายงานข่าวการปิดกั้นเนื้อหาบางโพสต์ของเฟซบุ๊กในประเทศไทย จากการตั้งข้อสังเกตของ แอนดรูว์ แม็กเกรเกอร์ มาร์แชลล์ (Andrew MacGregor Marshall) อดีตผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์ ที่ระบุว่าโพสต์ของเขาบางโพสต์ไม่ปรากฏให้ผู้ใช้ภายในประเทศได้เห็น ขณะผู้ใช้งานนอกประเทศสามารถมองเห็นโพสต์ดังกล่าวได้ตามปกติ

ทั้งนี้ Mashable ได้ทำการสอบถามไปยังเฟซบุ๊กจนได้รับคำยืนยันว่า เฟซบุ๊กได้ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการนำโพสต์ออกจริง โดยอ้างอิงตามขอบเขตของกฎหมายไทย ซึ่งตัวแทนจากเฟซบุ๊กยังระบุด้วยว่า ทางบริษัทได้ดำเนินการจัดการกับโพสตที่มีคำร้องผ่านกระบวนการทางกฎหมาย และในปัจจุบันมีเนื้อหา 10 เรื่องแล้วที่ถูกปิดกั้นไม่ให้เผยแพร่ในประเทศไทยจากคำร้องขอของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

นับเป็นครั้งแรกที่มีการยืนยันจากเฟซบุ๊กในการร่วมมือกับรัฐบาลไทยเพื่อปิดกั้นเนื้อหาบางส่วน แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อย้อนกลับไปดูในรายงาน Global Government Requests ตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน ในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยกลับไม่ใช่ประเทศเดียวที่มีการปิดกั้นเนื้อหา เพราะในครึ่งปีแรกของปี 2016 เฟซบุ๊กได้ทำการปิดกั้นเนื้อหาไปแล้วถึง 9,663 ชิ้น จากคำร้องขอของรัฐบาลทั่วโลก

จากกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีการที่รัฐบาลไทยได้มีการร้องขอให้โซเชียลฮิตอย่าง Facebook ทำการปิดกั้นเนื้อหาล่อแหลม และส่อไปในทางเจตนาไม่ดีบนสื่อโซเชียลดังกล่าว ล่าสุดทาง เฟซบุ๊ก ได้ออกแถลงการณ์ถึงกรณีดังกล่าวด้วยเช่นกัน

คำแถลงการณ์

“หลังจากที่ Facebook ได้พิจารณาอย่างระมัดระวังและถี่ถ้วนแล้ว เราตัดสินใจที่จะจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาที่ทางรัฐบาลไทยระบุว่าเป็นเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ข้อเรียกร้องจากรัฐบาลเช่นครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่รุนแรง และขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนสากล และยังส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออก การดำเนินงานของ Facebook มีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องและรักษาไว้ซึ่งสิทธิต่างๆ ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทุกคน และขณะนี้เรากำลังเตรียมความพร้อมเพื่อโต้แย้งในข้อกฎหมายต่อข้อเรียกร้องครั้งนี้ การแทรกแซงที่เกินขอบเขตของรัฐบาลเช่นในกรณีนี้ยังถือเป็นการบั่นทอนความสามารถของ Facebook ในการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ตลอดถึงการดำเนินงานของสำนักงานในประเทศไทย การคุ้มครองดูแลพนักงานของบริษัทฯ และการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนโดยตรงต่อธุรกิจต่างๆ ที่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์ม Facebook

ตัวแทนจาก Facebook กล่าว

ข้อเรียกร้องของรัฐบาล

  1. ประเด็นด้านเสรีภาพในการแสดงออกและกฎระเบียบที่ว่าด้วยการแสดงออกถือเป็นความท้าทายที่ซับซ้อนมากที่สุดและมีความสำคัญสำหรับเราในฐานะที่เป็นองค์กร โดยเป็นหัวข้อที่ต้องอาศัยการหาความสมดุลที่ละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่งระหว่างการช่วยให้ผู้คนสามารถแสดงออกถึงความคิดอย่างเสรีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยไม่ขัดต่อกฎหมายท้องถิ่นและบรรทัดฐานทางวัฒนธรรม
  2. เมื่อเราได้รับคำขอจากรัฐบาลหรือหน่วยงานทางกฎหมายให้จำกัดการเข้าถึงของเนื้อหา เราได้ทบทวนว่าเนื้อหานั้นขัดต่อมาตรฐานชุมชนของเราหรือไม่ หากพบว่าเนื้อหานั้นละเมิดมาตรฐานชุมชน เราจะลบเนื้อหาทั้งหมดออกจากแพลตฟอร์ม
  3. ในกรณีที่เนื้อหานั้นไม่ได้ละเมิดมาตรฐานชุมชน เราจะนำเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบทางกฎหมาย โดยกระบวนการทั้งสองขั้นตอนนี้เป็นไปเพื่อให้มั่นใจว่า คำขอนั้นถูกต้องตามกฎหมาย และเนื้อหานั้นมีการละเมิดกฎหมายท้องถิ่นจริง และเราอาจจำกัดการเข้าถึงเนื้อหานั้นๆ ในประเทศที่ระบุว่าขัดต่อกฎหมาย โดยใน ประเทศไทย คำขอเหล่านั้นได้ถูกดำเนินการในรูปแบบคำสั่งศาลที่มีการยื่นคำร้องจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  4. เราดำเนินการอย่างโปร่งใสในการแจ้งถึงจำนวนเนื้อหาที่เราจำกัดการเข้าถึง โดยอิงจากกฎหมายท้องถิ่นในประเทศ ซึ่งสามารถดูรายละเอียดได้ที่รายงานเพื่อความโปร่งใส ซึ่งได้รับการปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ทุกๆ 6 เดือน

facebook อาจจะต้องฟ้องรัฐบาลไทยบีบบังคับให้ปิดกั้นเพจ รอยัลลิสต์ มาร์เก็ตเพลส

24 ส.ค. ว่า เฟซบุ๊ก กำลังมีแผนจะ ฟ้องร้องรัฐบาลไทย หลังจากที่ฝ่ายรัฐบาลไทยได้ขอให้บริษัทปิดกั้นไม่ให้ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กในประเทศไทยเข้าถึงโพสต์หรือข้อความของ เพจ “รอยัลลิสต์ มาร์เก็ตเพลส” บนเฟซบุ๊ก ที่วิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์

โฆษกของเฟซบุ๊กเปิดเผยกับซีเอ็นเอ็นว่า หลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว บริษัทตัดสินใจว่าบริษัทจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำขอโดยการปิดกั้นการเข้าสู่เนื้อหาของเพจดังกล่าวซึ่งรัฐบาลไทยเห็นว่าผิดกฎหมาย

เฟซบุ๊กยอมรับถูกกดดันจากรัฐบาลไทยให้สกัดกั้นการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในบางรูปแบบโดยรัฐบาลไทยได้ขู่จะดำเนินคดีอาญากับตัวแทนของเฟซบุ๊กในประเทศไทยด้วย แต่ตอนนี้ เฟซบุ๊กตัดสินใจว่า บริษัทอาจจะต้องฟ้องรัฐบาลไทยบ้างแล้ว

อะไรคือ “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส”

นายกฯ พร้อมสู้คดีหากถูก อมสู้คดีหากถูก facebook ฟ้อง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุม ครม.สัญจร จ.ระยอง ว่า กฎหมายแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ตนเองไม่เคยก้าวล่วงต่างประเทศ ซึ่งการดำเนินการของรัฐบาลเป็นไปตามกฎหมายไทย ไม่เคยใช้อำนาจเผด็จการไปสั่งปิด
.
พร้อมระบุว่า เบื้องหลังเพจดังกล่าวคือ ปวินกับสมศักดิ์ ซึ่งอยู่ข้างนอกไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย การขอปิดเพจเราทำตามขั้นตอนกฎหมายไทยทุกอย่าง หากถูกเฟซบุ๊กฟ้องร้องจริงก็พร้อมใช้กฎหมายไทยในการต่อสู้คดี เพราะ ทุกคนจะมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก แต่ต้องไม่ผิดกฎหมายไทย

“พุทธิพงษ์” เชื่อ “เฟซบุ๊ก” ไม่ฟ้องรัฐบาลไทย

26 ส.ค. 2563 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงข่าวกรณีเฟซบุ๊กออกแถลงการณ์เตรียมดำเนินคดีกับรัฐบาลไทย ว่า ได้รับมอบหมายตามหน้าที่และกรอบกฎหมายที่เรามี และเป็นการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมประเทศไทยอย่างครบถ้วน และ 15 วันที่ผ่านมา มีการทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังเฟซบุ๊ก และแพลตฟอร์มอื่นๆ ว่ามี 1,129 url มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขอให้ช่วยลบ หรือนำออกจากแพลตฟอร์ม ซึ่งเราประกบด้วยคำสั่งศาลไปด้วยทั้ง 1,129 รายการ ซึ่งทางเฟซบุ๊กได้ทยอยลบตั้งแต่ที่เราแจ้งเตือนไป และจนถึงวันนี้เฟซบลุ๊กลบให้ทั้งหมดแล้ว

นอกจากนี้ ยังมี url ดำเนินการยื่นขอศาลอีก 479 รายการ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบ หลังคัดกรองเหลือจำนวนที่เข้าเข้ากฎหมายก็จะส่งศาลทันที และมี 1,781 รายการ ที่ผ่านศาลแล้ว จะนำส่งตำรวจเพื่อติดตามผู้กระทำผิด และส่งถึงเจ้าของแพลตฟอร์มต่างๆ

ความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กับความผิดต่างๆ ทางกระทรวงฯ ไม่ได้ใช้ความคิดของตัวเองไปรังแกใคร เราใช้คำสั่งศาลภายใต้กฎหมายของไทย เราปกป้องอธิปไตยของไทย ที่อาจจะไม่ได้มาในรูปแบบของขอบเขตดินแดน แต่เป็นอธิปไตยไซเบอร์ ที่มาเร็วและมีความเสียหายกับคนไทยอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ทุก url ที่ส่งให้แพลตฟอร์มช่วยดำเนินการ เป็นคำสั่งศาลของประเทศไทย

ซึ่งวันนี้มีการไล่ล่าคนทำดี คนที่คิดต่าง แบบนี้ต่างหากที่เป็นการลิดรอนสิทธิ์คนอื่นโดยไม่ได้ผ่านกระบวนการยุติธรรม ใครทำดีเราก็ต้องปกป้อง

การลบ url เฟซบุ๊ก ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองในขณะนี้”

“ผมยังเชื่อว่าการฟ้องร้องอาจจะไม่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาชุดแรกที่ส่งไป 1129 url เฟซบุ๊กให้ความร่วมมือลบทั้งหมด ยูทูบลบทั้งหมด แม้กระทั่ง TikTok เราทำจดหมายไปขอเขาก็ลบให้ทั้งหมด จะเห็นว่าใน 15 วันที่ผ่านมา เราได้รับความร่วมมืออย่างดี แต่ก็จะคอยติดตาม ซึ่งเขาจะฟ้องที่ไหน อย่างไร ยังตอบไม่ได้เพราะไม่ทราบ แต่ถ้ามีการดำเนินการเราก็พร้อมที่จะสู้ เพราะมั่นใจว่าเราทำตามกฎหมายของไทย และเราก็มีความจำเป็นด้วยซ้ำที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นต่างประเทศ หรือเป็นคนไทยที่ทำผิด เราก็ดำเนินการ เราเว้นไม่ได้ว่าต่างประเทศเราไม่ดำเนินคดี ต้องใช้มาตรฐานเดียวกัน และเชื่อมั่นว่าเฟซบุ๊กจะไม่ฟ้องรัฐบาลไทย เราไม่ได้ละเมิดสิทธิ์ใคร ทำตามกระบวนการยุติธรรม รัฐบาลไม่เคยก้าวก่ายสิทธิ์ของไทย เคารพสิทธิ์ประชาชนเท่าเทียมกัน แต่ถ้าใครทำผิดกฎหมายต้องดำเนินคดี ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองในขณะนี้”

ผู้ใช้ Facebook ในไทย 50 ล้านบัญชี

สิ้นเดือนกรกฎาคม 2020 ประเทศไทยมียอดผู้ใช้งาน Facebook อยู่ 50 ล้านบัญชี ซึ่งหนึ่งคนอาจมี Facebook มากกว่า 1 บัญชี ในขณะที่ประเทศไทยมีประชากรประมาณ 69 ล้านคน ในประเทศไทย ไม่เคยมีแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียไหนที่สามารถดึงดูดจำนวนผู้ใช้งานได้มากขนาดนี้มาก่อน

เราใช้ Facebook ในการทำสิ่งต่างๆ เช่นโพสต์ข้อความ, อัปเดตสเตตัส, อัปโหลดรูป และ Story ติดตามข่าวสารจากเพจต่างๆ รวมถึงความเคลื่อนไหวของผองเพื่อน, คนรู้จัก, คนที่แอบชอบ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความสนใจ หรือเรื่องต่างๆ ในกรุ๊ป ซื้อขายสินค้าออนไลน์ผ่านฟีเจอร์ Marketplace หรือในกรุ๊ป เป็นต้น

ที่มาข้อมูล : เพจ ลงทุนแมน