เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 6 วัน 5 คืน

Post นี้ เป็นการเตรียมข้อมูล เพื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ระยะเวลา 6 วัน 5 คืน ในโตเกียว ฟูจิ และนิโก ซึ่ง Admin ตั้งใจหาและทำข้อมูลไว้สำหรับ Admin เอง และเห็นว่าอาจมีประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังคิดเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นซักครั้ง

Download Planweb.xls

เพราะหากไปญี่ปุ่นแบบไม่มีข้อมูลเลยคงจะไม่สนุกแน่นอนเลย ทั้งการเดินทางเข้าประเทศเพื่อให้ผ่านตรวจคนเข้าเมือง, ที่พัก, เส้นทางและการเดินทางโดยรถไฟฟ้าซึ่งมีจำนวนมากเหลือเกิน แบบด่วนพิเศษ ด่วน และแบบท้องถิ่นคือจอดทุกสถานี, และที่สำคัญสถานที่เที่ยว, อากาศการเตรียมเสื้อผ้า , และที่สำคัญมากๆ คืออาหารการกิน ร้านไหนอร่อย ราคาพอประมาณ หน้าตาดี ฯลฯ

2019-05-07_215327

และจากการเปรีบเทียบประมาณค่าใช้จ่ายกับบริษัททัวร์ การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองโดยไม่ใช้ทัวร์ จะประหยัดเงินอย่างน้อยคนละ 5,000 บาท หากไป 3 คน ก็ 15,000 บาท ไม่รวมค่าทริปไกด์ ค่าคนขับรถ อื่น ๆ และที่สำคัญการไปด้วยตัวเองได้ระยะเวลาที่นานกว่า เช่นทัวร์ 5 วัน 3 คืน (อยู่บนเครื่อง 2 คืน) เดินทางเอง 6 วัน 5 คิน นอนที่พักทั้ง 5 คืน การเดินทางก็ไม่ต้องเร่งรีบหรือรอคณะทัวร์ เพียงแต่เราไม่มีใครนำเที่ยวและไม่สะดวกในการเดินทาง แต่น่าจะสนุกดี เหมือนๆ การไป
ฮ่องกง สิงคโปร์ครั้งแรก ๆ

สำหรับทริปนี้เดินทางใช้ระยะเวลา 6 วัน 5 คืน เดินทางจากสนามบินดอนเมือง บินตรงไปสนามบินนาริตะ โดยสายการบินแอร์เอเซีย บินกลางวันถึงสนามบินนาริตะประมาณ 13.00 น. และเดินทางเข้าที่พัก 15.00 ย่านอูเอโนะพอดี

ราคาค่าตั๋วไป-กลับ 7,000 บาทต่อคน พร้อมประกันชีวิตเผื่อไปป่วยไข้ที่โน้น การเดินทางครั้งนี้ไปพร้อมคุณแม่ จึงพยายามวางแผนการเดินทางแบบสะดวกหน่อย อาศัยใช้ Pass ให้คุ้มค่าและประหยัดสุด เพราะลำพังค่าเครื่อง 21,000 บาท เงินเดือนก็หมดละ

1399038235-0000-o
รูปนี้สร้างแรงบันดาลใจให้อยากไปฟูจิ

แต่เนื่องจากในสมองอันน้อยนิดไม่มีคำว่า “ญี่ปุ่น” อยู่ในหัวเลยแม้แต่น้อย นั่งมองแผนที่ระบบรถไฟฟ้าของญี่ปุ่นก็จะค่อนข้าง จะงง ๆสถานีรถไฟฟ้า 3 สายอยู่ติดกัน แต่ก็พยายามอ่านรีวิวเก่าๆ จนทำข้อมูลการเดินทางสาย East Line โดยใช้รถไฟฟ้าค่าย JR เพื่อนั่งเจ้า “ซินคันเซ็น” เป็นหลัก เพื่อไปเที่ยวฟูจิ นิโก๊ะ และที่อื่น ๆนิดหน่อยให้คุ้มกับค่า Pass 10,000 เยน ใช้ได้ 3 วัน

ส่วนที่พักเลือกที่พักที่ติดสถานีรถไฟฟ้า “อูเอโนะ” เป็นหลัก เพราะมีรถไฟฟ้าหลายสายให้เลือกมากมาย อาหารการกินและแหล่ง Shopping ตลาดท้องถิ่น หรือ สถานที่ออกกำลังกาย พร้อมสรรพ ราคาค่าที่พักไม่แพงมาก อ่านริวิวแล้วพอให้คุณแม่นอนได้สบาย

โรงแรมอยู่บริเวณสวนสาธารณะของสถานี UENO

ขอบคุณ : http://japan555.com/prepare/UenoSta/UenoMap.pdf
ที่พักอยู่ตรงข้ามประตูสถานีรถไฟฟ้า

และที่สำคัญมาก การจองที่พักทริปนี้ 3 วันแรก จองผ่าน Booking ได้ลด 1,000 บาทต่อการจองราคารวม 2,000 บาทขึ้นไป 1 ห้องนอน 3 คน ใช้ User 3 เมล์ในการจอง (แต่ที่สำคัญผู้จองต้องเดินทางไปด้วยนะถึงจะได้เงินตีกลับเข้าบัตรเครดิต 1000 บาทหลัง Checkin จริง) ส่วนบัตรเครดิตใช้ของใครก็ได้ที่ตัดค่าใช้จ่ายผ่านได้

และการจองนั้น ต้องใช้การจองแบบจ่ายที่หลัง และยกเลิกได้ก่อนวันเดินทาง แบบไม่เสียค่าธรรมเนียมเพราะชีวิตมันไม่แน่นอนนะ


“ภาพซ้าย คือ Keisei Skyliner” & ภาพขวา คือ Tokyo Subway Ticket นับเป็นพาสที่ทั้งคุ้มทั้งสะดวกจริงๆ เพราะนอกจากจะใช้เดินทางไปกลับสนามบินนาริตะได้แล้ว ยังใช้เดินทางท่องเที่ยวในโตเกียวได้อีกด้วย

ซึ่งการออกไปเที่ยวในโตเกียว สิ่งแรกที่เราต้องรู้ คือ 1.ชื่อสถานที่ที่เราไปเที่ยว จากนั้น เข้า Google Map ใส่ชื่อเข้าไปและ 2. จุดเริ่มต้นจาก “สถานีรถไฟฟ้า” หรือ “โรงแรมที่เราไปพัก” คลิกลงไป google จะบอกเราว่า ต้องใช้รถไฟฟ้าสายไหนจากสถานีต้นทางไปรถสถานีใดหรือต่อรถไฟฟ้าสายไหน เดินกี่นาที หรือ ใช้เว็บนี้ สำหรับค้นหาเส้นทาง https://www.tokyometro.jp/lang_th/index.html มีภาษาไทยให้เลือกด้วย

ก็ดูไว้คร่าวๆ พอเป็นข้อมูลนำทาง เพราะในแผนที่กับการเดินทางในสถานีจริงจะต่างกัน สำหรับในสถานีก็ดูป้ายเป็นหลัก หลงๆ บ้างไม่เป็นไร แต่หากเป็นรถไฟซินคันเซ็น ที่จองตั๋วไว้ล่วงหน้าละก็ ต้องตรงเวลา ห้ามไปสายโดยเด็ดขาด เพราะรถไฟฟ้าที่นี้เค้าจะตรงเวลามาก ๆที่สุด

ตัวอย่างการใช้ Google Map

ขึ้นสาย Ginza line

G ในวงกลม คือ Ginza line
16 หมายเลขสถานี
ผลการนำทางจาก Google 5 นาที 2 ป้าย 170 Yan หรือ 51 บาท (เงิน Yen คูณ .30 บาท)

จากนั้นนำชื่อสถานที่ท่องเที่ยวมาต่อกันเป็นไปตามลำดับ จะได้รู้อนาคตว่า จะไปพักที่เมืองไหนกี่วัน ควรไปกี่โมง เดินทางด้วยวิธีใดที่แปลกใหม่ เช่น ขาไปใช้รถบัสประจำทาง แต่ขากลับ กลับรถไฟฟ้า และที่สำคัญคือ ราคาตั๋ว เพราะค่าเงินบ้านเค้าแพงกว่าบ้านเรา .30 สตางค์ และเราก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่เพียงอยากเที่ยวหาประสบการณ์เท่านั้น อันไหนประหยัดได้ก็ประหยัดไป เพราะหากดูจากยอดค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเครื่อง + เดินทาง + ค่าที่พัก 3 คน ไม่ธรรมดา ประมาณคนละ 20,000 บาท (ไม่รวมค่าอาหาร) ซึ่งต้องหยอดกระปุกไว้ล่วงหน้า

แต่เมื่อดูรวมๆการเดินทางด้วยตนเอง 6 วัน 5 คืน จะประหยัดกว่าการไปเที่ยวกับทัวร์แน่นอน

img_valid01


สาย East Line เส้นปะ คือเส้นทางวิ่งของรถไฟซินคันเซ็น ซึ่งสามารถใช้ Tokyo Wide Pass 3 วัน ได้ในราคา 10,000 YAN ส่วน JR LINE ใช้ได้ทุกเส้นทาง

มาดูแผนการท่องเที่ยวและการเดินทางคร่าวๆ 6 วัน 5 คืนกันก่อน

ตารางทัวร์ 6 วัน 5 คืน วัน , เวลา , สายรถไฟ – รถบัส , จาก, ไปยัง , เวลาเดินทาง, ราคา, ที่พัก ซึ่งหากดูตารางแล้วจะค่อนข้างแน่น จึงพยายามใช้ที่พักที่โตเกียวโรงแรมเดียวกัน เพื่อที่เราจะฝากกระเป๋าเดินทางไว้ 2 ใบ และนำติดตัวไป 1 ใบ และที่ญี่ปุ่น โรงแรมส่วนใหญ่เปิดให้ Checkin 14.00 – 15.00 น. และ Checkout 10.00 น. Checkin ช้า แต่ Checkout เร็ว

ซึ่งตอนทำแผนถึงนาริตะ วันแรก อยากจะประหยัดค่าใช้จ่าย เมื่อบินถึงสนามบินนาริตะ กะจะนั่งรถไฟฟ้าแบบธรรมดาแบบไม่ต้องจองที่นั่ง แต่เมื่อคิดถึงการต้องลากคนคนละใบและคุณแม่ จึงหันกลับมาใช้รถไฟฟ้า Keisei Skyliner แบบจองไป-กลับ + Pass รถไฟใต้ดิน 24 ชม. เพื่อใช้ในวันแรก ซึ่งราคาต่างกันไม่กี่ร้อยบาท แต่มีที่นั่ง และ Keisei Skyliner วิ่งจากนาริตะถึงสถานีอูเนโนะ ได้ภายใน 41-45 นาที เดินออกจากสถานีข้ามถนนถึงที่พักพอดี เพื่อได้มีเวลาอาบน้ำและเดินทางออกไปเที่ยวในโตเกียวต่อไป คือ เป็นการลงทุนเพื่อความสบายและแลกกับเวลาที่ได้มาประมาณ 40 นาที

วันแรกเข้านาริตะสู่อูเนโนะ

วันแรก

นั่ง Keisei Skyliner โดย ซื้อตั๋วแบบไป-กลับ มีแถม Pass “Tokyo Subway 24 ชั่วโมง” ราคา 1,410 ต่อคน คืนแรกพักที่อูเนโนะ ,
Check in โรงแรมเสร็จ ออกมาหาอะไรกิน, ร้านอะไรดี ??
และไปเที่ยววัดอาซากุซะ, นั่งรถต่อเดียว
จากนั้น ไปชม Tokyo Skytree คงไม่ขึ้นไป ค่าขึ้นแพง ถ่ายรูปไกลๆ สวยกว่า,
และหากเวลาเหลือก็ไปเดิน Shopping หาอะไรกินต่อไป ใช้ “Tokyo Subway 24 ชั่วโมง”ให้คุ้มค่า ,
กลับโรงแรม 20.00 น.

จาก นาริตะ สู่ อูเอโนะ
https://www.talonjapan.com/wp-content/uploads/2017/07/free_tokyo-sightseeing-map_2.jpg

วันที่สองจากอูเนโนะ สู่ คาวากุจิโกะ โดยรถบัส

ตื่นเช้าหน่อย เพราะเราจะไป Kawaguchiko คาวากุจิโกะ ชม ภูเขาฟูจิ กัน ซึ่งวันที่สองเราจะไม่ใช้ pass ใดๆ ดังนั้น จึงเลือกนั่งรถบัส ใช้เวลา 2 ชั่วโมง Kawaguchiko ,(เดิมจองห้องไว้ 2 คืน เผื่อพลาดฟูจิ เพราะสภาพอากาศอาจไม่เข้าข้าง แต่ด้วยเวลาน้อย จึงยกเลิกไป 1 คืน)

ถึง Kawaguchiko ฟูจิ ถ่ายรูปแถวสถานีกันก่อน, ที่สถานี Kawaguchiko มีห้องน้ำ, ร้านอาหาร, ร้านขายของ, Locker ใครมีสัมภาระเยอะฝากไว้ที่สถานีรถไฟได้ครับ
ออกจากสถานี Kawaguchiko ให้เดินไปทางขวามือไม่กี่สิบเมตร จะเจอกับ Tourist Information ให้ไปขอแผนที่เส้นทางรถ Retro Bus และตารางรถที่นี่,
ซื้อ Pass รถบัสสีแดง + เขียว 2 วัน,
นั่งรถบัสไปใกล้ที่พัก เดินไปที่พักเอากระเป๋าไปเก็บ,และถ่ายรูปแถวทีพักริมทะเลสาบ
เดินมามุมสวนและตรงไปหาป้ายขึ้นรถบัส ไปเก็บรูป Mr.Fuji ให้เต็มตา โดยนั่งรถเมล์ไปยังป้ายต่าง ๆ
ป้ายที่ควรหยุดแวะ ป้าย 22 เด็ดสุด ส่วนป้ายอื่น ๆมาลงรายละเอียดใหม่ ฯลฯ

แต่ส่วนตัวชอบวิวมุมนี้ โดย ขอบคุณภาพ Supot Pp

และใบไม้เปลี่ยนสี มุมนี้นะ ที่มา : https://www.eatntravel.co/เที่ยว-ทะเลสาบคาวากุจิ


อ้างอิงภาพ จาก japanexperttour.com (ของคุณครับ เมื่อไม่เคยไปก็คงไม่มีภาพของตัวเอง)

ซึ่งการเที่ยวใน Kawaguchiko ใช้เหมา Pass รถบัส แบบ 2 วัน จะแวะศาลเจ้าหรือลงเรือ และหาอะไรอร่อยๆแปลกชิม จากนั้นกลับที่พัก senjo lake kawaguchiko แบบเรียวกัง นอน ริมทะเลสาบ 1 คืน

วันที่สาม ขึ้นกระเช้าและหมู่บ้านน้ำใส

วันนี้ขอตื่นเช้าไปขึ้นกระเช้า ชมฟูจิ แบบไม่ย้อนแสง ถ่ายรูปซักครึ่งชม.จากนั้นไปต่อกันที่ หมู่บ้านน้ำใส หรือหมู่บ้านโอชิโนะ ฮักโก ชมฟูจิให้เต็มตาและเดินทางกลับมาโตเกียว

ซึ่งการเดินทางวันนี้เราจะใช้ Pass – JR Tokyo Wide Pass 3 วัน ราคา 10,000 YAN/คน หรือ 3,000 บาท/คน Press ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะมากๆ สีเหลืองคือ ค่าใช้จ่ายเดินทางต่อวัน

วันแรกของ Pass นี้เริ่มด้วยขบวนรถ Fuji Kyuko Line ต่อด้วย สาย Chuo Line-Limited Express จากนั้นนั่งสาย JR Yamanote line มาลง Ueno เข้าที่พัก และหาอะไรอร่อยๆ กิน

แล้ว 15.30 น. เดินทางต่อ ด้วย Hokuriku Shinkansen จาก Ueno ไป Kawagoe โดยไปต่อรถที่ Omiya เดินเล่นย่านเมืองเก่าประมาณ 2 – 3 ชม. แล้วนั่งรถย้อนกลับเส้นทางเดิม มาถึงที่พักประมาณ 20.30 น. ไม่ต้องห่วงเพราะที่พักอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้า

วันที่สี่ ช่วงเช้าไปวัดนาริตะซัน และ Ueno ไปนอน นิกโก – Nikko

วันนี้จะไปนอนที่ นิกโก – Nikko แต่ก่อนไป ช่วงเช้าไปเที่ยววัดนาริตะซัน (Naritasan Shinshoji Temple) โดยนั่งสาย Keisei Line ไปลงที่ Keisei-Narita Station ได้เวลาใกล้เที่ยง ทานข้าวหน้าปลาไหลเสร็จ,

นั่งรถกลับ Ueno ต่อด้วย รถไฟ สาย Shinkansen Yamabiko ใช้เวลาชั่วโมงนิดๆ ถึง สถานี JR Utsunomiya และต่อรถเข้า Nikko เข้าชมศาลเจ้านิกโกโทโชกู  และนอนนิกโก 1 คืน

วันที่ห้า จาก Nikko เข้า Ueno และไปเดิน Shopping Karuizawa

วันที่ 5 ยังคงอยู่ที่นิกโกครึ่งวัน กำลังคิดว่าจะไปเที่ยวไหนที่ๆคุ้มค่ามากที่สุด ส่วนใหญ่เที่ยงศาลเจ้าและธรรมชาติ

ประมาณเที่ยงเดินทางกลับโตเกียว โดยย้อนกลับทางเดิมด้วยรถไฟ สาย Shinkansen Yamabiko ไปลง Ueno เข้าที่พัก

อาบน้ำพักซักนิด แล้วจับรถไฟสาย Hokuriku Shinkansen ไปเดินเล่น Shopping ไกลแถว Karuizawa ไปกลับ 3 ชม. มีเวลาเดินเล่นถึง 20.00 ตีรถกลับถึงที่พัก 21.30 น. คุ้มมั้ย

วันที่หก บินจากนาริตะ สู่ มาตุภูมิ

วันสุดท้ายไฟท์บินที่สนามบินนาริตะ ประมาณ 14.00 น. เช้านั่ง Keisei Skyliner ที่จองไว้ล่วงหน้าแบบไปกลับ ถึงสนามบินนาริตะ ฝากกระเป๋า แล้วไปเที่ยวสถานที่ใกล้สนามบินด้วยรถบัส และกลับมาสนามบิน ขึ้นเครื่อง Airasia กลับบ้านเรา ถึงประมาณ 20.00 น.เวลาสบาย ๆ