เที่ยวนิกโก เมืองมรดกโลก ของญี่ปุ่น ช่วงปลายใบไม้เปลี่ยนสี

ทริปเที่ยว นิกโก (Nikko) ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

บันทึก ณ ปลาย ต.ค. 2562 – รูปเยอะนิดนะ

ทริปนี้เดินทาง 3 คน มีแม่ไปด้วย เป็นทริปญี่ปุ่นครั้งแรกด้วยตนเองของทุกคน ทำข้อมูลเพียงการเดินทางคร่าวๆ ตามนี้ แต่ที่สำคัญคือ ที่พัก ซึ่งต้องจองล่วงหน้า ในราคาที่ไม่แพงนัก ใกล้สถานีรถไฟฟ้าเป็นหลัก

ที่พักอยู่ตรงข้ามทางเข้าสถานีรถไฟ UENO

# แผนเที่ยวที่วางไว้ล่วงหน้าเที่ยวญี่ปุ่น 6 วัน 5 คืน

เดินเล่นสถานีโตเกียว ก่อนไป นิกโก

มาถึงญี่ปุ่นไม่มาเดินเล่นที่สถานีรถไฟโตเกียว เหมือนไม่ถึงโตเกียว เพราะเป็นสถานีเก่าแก่และที่นี้ใหญ่โตกว้างขวางมาก มีร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้าใหญ่ สินค้าเบรนดังมากมาย

ในสถานีรถไฟโตเกียว ต้องจำโซนรถไฟให้ได้นะ มันกว้างมาก

เนื่องจากเป็นวันที่ 2 ของทริปนี้ เริ่มจะดักทาง รู้วิธีขึ้นไฟฟ้าในญี่ปุ่นได้ถูก ว่า ควรเริ่มและสิ้นสุดที่ได้ จึงไม่กังวล ส่วนกระเป๋าเดินทางก็ฝากไวที่โรงแรม คือใช้เทคนิค จองคืน เว้น 1 คืน เพื่อให้สามารถฝากกระเป๋า และแบ่งซื้อผ้าใส่เป้สะพายมา สำหรับพรุ่งนี้

ซึ่งการเดิน หรือเข้าห้องน้ำในสถานีโตเกียว หากเช่่าพ็อกเก็ต wifi ไว้เครื่องเดียวและแชร์กัน ซึ่งทริปนี้ใช้ พ็อกเก็ต wifi 1 ตัว แชร์ 3 เครื่อง

แบตอึดใช้ได้ทั้งวัน สามารถชาร์ทไฟในขบวนรถได้สะดวก

ดังนั้นควรเดินไปเป็นกลุ่ม และมีจุดที่ยืนรอชัดเจน เพราะหากออกห่างจาก wifi มากโทรศัพท์จะคุยติดต่อ Line กันไม่ได้ และเท่าที่สังเกตุ wifi free ที่ญี่ปุ่นจะหายากกว่าสิงคโปร์

ช่วง 29 พ.ย. อากาศหนาวเลยละ ยิ่งช่วงเย็นใกล้ค่ำยิ่งหน้า
เข้าไปหาประสบการที่ LOUIS VUITTON
ยิ้มอะไร สู้ราคาไม่ไหวเหรอ
คุณๆ เข้าแต่ละร้าน เผื่อเวลาไว้ไปคอยรถไฟด้วยนะ
หาอะไรกินรองท้องก่อนขึ้นรถ แบบง่าย ๆ

ทริป นิกโก 1 คืน 1 วัน

ทริปนี้เริ่มจากสถานีโตเกียว ใช้ JR Tokyo Wide Pass นั่งซินคันเซ็น สาย ซึ่งการจองซินคันเซ็น ก็ไม่ยาก และพนักงานเค้าพร้อมบริการคนไทยมาก ใน JR Tokyo Wide Pass ระบุเวลาไว้ว่าเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 29 – 30 – 1 ธ.ค. 63 รวมระยะเวลา 3 วัน ซึ่งไปซื้อตั้งแต่วันแรก พร้อมออกตั๋วได้เลย หากมีตารางเดินทางล่วงหน้า

Tokyo – Utsunomiya Station – Nikko Line LocalNikko

JR Tokyo Wide Pass มีขายที่สถานีใหญ่ๆ เพียงนำพาสปอร์ตไปยื่นพร้อมเงิน ก็จะหน้า Pass หน้าตาแบบนี้มา 3 เริ่ม เข้าสถานี JR ให้ Pass ที่ช่องทางเข้าดู Pass ก็จะผ่านเข้าแบบสบายๆ

JR Tokyo Wide Pass ดูระยเวลา เส้นทางดีๆ จะคุ้มค่ามาก นั่งรถเล่นได้เลย Shopping

เพียงเข้าไปที่ศูนย์จำหน่ายตั๋วซินคันเซ็น เขียนข้อมูลในกระดาษ เป็นภาษาอังกฤษ
– สถานีปลายทาง เราลง Utsunomiya Station (และต่อรถไฟท้องถิ่น)
– วันนี้ – หรือวันที่เท่าไหร่ที่จะไป (จองตั๋วกลับไว้ด้วยได้เลย แต่ทริปนี้ทิ้ง 555)
– เวลา
– จำนวนกี่คน ที่ต้องการเดินทางส่งให้พนักงาน
– หากรู้ขบวนรถก็ระบุขบวนรถซินคันเซ็นไปได้เลย
– พร้อมยื่น JR Tokyo Wide Pass ให้พนักงานเพื่อสแตมป์ตราสถานี
จากนั้นพนักงานจะหันหน้าจอมาให้ดู อธิบายทานให้ทราบว่า เข้าใจตรงกันนะ และจะพิมพ์ตั๋วออกมากให้เรียบร้อย เหลือเพียงแต่ไปให้ถูกชานชาลา และ ขึ้นให้ถูกขบวนรถ

29 พ.ย. 2562 เวลา 18.00 เดิม 12.00 แต่ทิ้งตั๋ว (ออกตั๋วใหม่)

ในตั๋วระบุ จาก tokyo – Utsunomiya ขบวนรถ Tsubasa 153 เวลา 18.00 รถคันที่ 12 เลขที่นั่ง 14 C สวนชานชาลาไหน เช็คได้จากตารางเวลา รถมาตรงเวลา ห้ามสายแม้แต่นาทีเดียว เพราะรถไฟญี่ปุ่นจะไม่รอใครทั้งสิ้น

บริเวณขอบชานชาลา มีหมายเลขขบวนรถ
มีชื่อหมายเลขขบวนรถ 153 และ โบกี้ที่ 12
บนขบวนรถอุ่นสบาย ด้านนอกบริเวณชานชาลา หนาวมาก

เมื่อขึ้นขบวนรถ ก็หานั่งให้ถูกโบกี้ และ เลขที่นั่ง จากนั้นก็นั่งชมวิว กินข้าว ขนม หรือ ถ่ายรูปเล่นก็ตามใจชอบ ซินคันเซ็นถึงสถานี Utsunomiya 18.48 ตรงเวลามาก ไม่ขาดไม่เกินแม้นาทีเดียว

มาถึงสถานี Utsunomiya 18.48 หรือ เกือบทุ่มหนาวมาก รถไฟท้องถิ่นสาย Utsunomiya ปลายทาง Nikko มารออยู่แล้ว ไม่มีคนเลย เรานั่งหน้าขบวน

แม่เดินหนาว ใกล้ละ ต่อรถอีกขบวน
แอบถ่ายรูป
Nikko Line เลข 5

เดินลงมาหา Nikko line ด้านล่าง

ถึง Nikko ละ

ถึง Nikko Station

ถึงสถานี Nikko เกือบ ๆ 2 ทุ่ม ใช้เวลา 45 นาที ไม่รู้เป็นขบวนสุดท้ายหรือเปล่า แต่มีคนไทยมาด้วย 2 คน ถึงสถานีก็เปิด GPS ซิ หาทางเดินไปโรงแรม ซึ่งไมไกลจากสถานี คือ อย่างที่บอกไปข้างต้น จะเลือกโรงแรมที่พักที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า หรือ จุดจอดรถบัสเป็นหลัก จะได้ไม่ต้องเดินไกล

ถึงสถานี JR Nikko หนาว ๆ
บริเวณสถานีด้านหน้า เป็นเรือนไม้สวยงาม
เดิน 5 นาทีถึงที่พัก Nikko Station Hotel II

Nikko Station Hotel II

เดินตาม Gps
กล้ามาก ถึงป่านนี้
แม่ ok มาก บ่นร้อน

ทริป Nikko จอง 2 ห้อง แม่นอนคนเดียว ด้านนอกโรงแรมหนาวมาก แต่ในห้องร้อน เลยบอกแม่ อยากนอนสบาย เปิดหน้าต่างบานเล็กๆ ไว้นะ ลมหนาวเข้ามาเต็มๆ นอนสบาย

โรงแรมใหม่มาก ห้องน้ำมีน้ำอุ่น

นั่งคุยกันซัก 2 ทุ่มกว่า บอกแม่อาบน้ำนะ เดี๋ยวออกไปซื้ออะไรมาให้กินอุ่น ๆ เพราะตอนเดินเข้าโรงแรมเห็นมีซุปเปอร์มาเก็ตอยู่หน้าโรงแรม ไปเดินเล่นดูอะไรกิน และเป็นเสบียงไว้พรุ่งนี้

Lion Dor ของเยอะมาก เดินดูอะไรแปลกไปเรื่อย ครึ่งชม. ชอบอาหารของเค้าดูน่ากิน
คนนี้ได้ภาษาดีกว่า ส่วนผมนำทาง และบอกควรไปไหน รถไฟสายไหน
จ่ายเงินแบบใช้เครื่อง
มีเหรียญแบงค์เยอะ

สรุปมื้อดึก เป็น “มาม่าญึ่ปุ่น” กระป๋องเล็ก ๆ อร่อยมาก ไม่ใช่เพราะหิวนะ อร่อยจริง ๆ ส่วนแอปเปิ้ลญี่ปุ่น หั่นตอนแรก สงสัยทำไมข้างในมันสีช้ำ ๆ ลองกินดู รสชาดดีกว่าฟูจิ บ้านเรามาก กินเสร็จอาบน้ำนอน รอตื่นเช้า ไปเที่ยวนิกโกกัน อยากเห็นสะพานและเดินเล่นดูใบไม้เปลี่ยนสีบริเวณนั้น

ซื้อมา 1 ถุง จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ แต่อร่อย หั่นใส่ตูเย็นไว้ และที่ไม่ขาดคือ ป็อกกี๊ ญี่ปุ่น

ตื่นเช้าลงมาด้านล่าง มากินอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม มีไส้กรอก ขนมปัง ข้าวต้ม กาแฟ พออิ่ม

กินอาหารเช้าของโรงแรม
หน้าตาพี่พัก Nikko Station Hotel II

จากนั้นเดินไปที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้า ตอนแรกคิดว่าจะเดินไป ก็ไม่ไกล แต่ไม่อยากให้แม่เดินเยอะ อายุ 62 ละ (เชื่อมั้ย) เลยมารอรถบัสที่จุดจอดรถข้างสถานีรถไฟ

การเดินทางใน Nikko สามรถซื้อตั๋วรถบัสท่องเที่ยวจากสถานีรถไฟทั้ง 2 สาย, ทั้งจากเจ้าหน้าที่ขายตั๋ว หรือ ตู้จำหน่ายบัตรก็ได้ ,ตั๋วนี้เป็นแบบเหมาจ่าย ขึ้นลงกี่ป้ายก็ สะพานซินเกียว อยู่ที่ป้ายรถเมล์ที่ 7

นั่งรถบัสไปลงสะพานนี้ อยู่ที่ป้ายรถเมล์ที่ 7
หนาวแต่ไหวนะ
เตรียมเหรียญไว้
นั่งมองป้าย
ลงป้ายนี้ละ สะพานพอดี

เมืองนิกโก (Nikko) ในจังหวัดโทชิงิ (Tochigi) มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม บวกกับวัฒนธรรมเก่าแก่อันทรงคุณค่าจนได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก เมืองนิกโก (Nikko) สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งแบบวันเดย์ทริปจากโตเกียวและแบบค้างคืน

วันนี้นักท่องเที่ยวไม่เยอะ
เวลาประมาณ 9 โมง
อากาศกำลังดีมาก

Nikko มีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังมากมาย ตั้งกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ บนภูเขาที่งดงามด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ มีจุดเด่นสำคัญคือ “มรดกโลกศาลเจ้านิกโกโทโชกู (Nikko Tosho-gu Shrine)” ในครั้งนี้จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่จะให้เราได้เต็มอิ่มกับวัฒนธรรมและธรรมชาติของนิกโกแห่งนี้ให้ได้รู้จักกัน

สะพานซินเกียว Shinkyo bridge (สะพานเทพเจ้า)

สะพานซินเกียว Shinkyo bridge, สะพานสวยแห่งเมือง นิโก้ Nikko สะพานนี้ อยู่ที่ป้ายรถเมล์ที่ 7 บริเวณทางโค้งซึ่งเป็นทาง เดินขึ้นไปยัง World heritage ถ้ายังไม่ลงที่ป้ายนี้ ก็สามารถนั่งรถต่อไปได้เลยเพื่อไปยัง Chuzenji-onsen แต่ท่านต้องซื้อตั่วรถบัสที่ครอบคลุมจุดท่องเที่ยวอื่น ๆ

หรือจะเลือกกจ่ายเงินสดบนรถบัสท่องเที่ยวเองก็ได้ แต่จะ แพงกว่า และขึ้นอยู่ว่าท่านขึ้นลงกี่ป้ายด้วย

ไฮไลท์ที่นี้ละ
แม่ชอบบอกวันหน้ามาใหม่

วัดนิกโก้ซังรินโนจิ

วัดนิกโก้ซังรินโนจิ
มาถึงละไหว้ขอพรกัน
อธิษฐานให้ได้มาใหม่ แน่เลย

ศาลเจ้านิกโกโทโชกู (Nikko Tosho-gu Shrine), โทชิงิ (Tochigi)

รูปแกะสลักลิงสามตัวมิซะรุ, ประตูโยเมมง

ศาลเจ้านิกโกโทโชกู เป็นศาลเจ้าเก่าแก่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เอกลักษณ์ของศาลเจ้าแห่งนี้อยู่ที่สถาปัตยกรรมระดับสมบัติของชาติซึ่งใช้เทคนิคด้านฮวงจุ้ยประกอบการก่อสร้าง จนได้ชื่อว่าเป็นจุดเสริมดวงชะตาเรื่องโชคลาภเลยทีเดียว

จุดเด่นของศาลเจ้าแห่งนี้ก็คือ ประตูโยเมมง และ รูปแกะสลักหลากสีสันบนบานประตูนั้นสวยงามน่าชมเป็นอย่างมาก มี ระเบียงโทไซไคโร ทางฝั่งซ้ายและขวาของประตู ซึ่งประดับด้วยรูปแกะสลักนกและดอกไม้มากมาย และยังจะได้เห็นรูปแกะสลักลิงสามตัวมิซะรุ (Mizaru)  (The Three Wise Monkeys) ที่สื่อถึงการไม่ดู ไม่พูด และไม่ฟัง 

เมืองนิกโก (Nikko)

ถนนในนิกโกมีลักษณะคดเคี้ยวขึ้นไปตามแนวภูเขา และมีทางโค้งมากถึง 48 โค้ง แต่เป็นเส้นทางถนนที่ขับได้ง่าย และรายล้อมไปด้วยทัศนียภาพสวยงามตลอดทาง โดยเฉพาะในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีราวๆ กลางเดือนตุลาคม – ต้นเดือนพฤศจิกายน ถือเป็นจุดยอดนิยมในการชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีอันน่าประทับใจ อีกทั้งถนนสายนี้เชื่อมต่อไปยัง

ภาพจาก JNTO

น้ำตกเคะกง (Kegon Falls) ทะเลสาบชูเซนจิ (Lake Chuzenji) น้ำตกริวซุ (Ryuzu Falls) แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังของเมืองนิกโก

ทะเลสาบชูเซ็นจิ (Chuzenji Lake) ที่แหล่งท่องเที่ยวสำหรับคนที่ชื่นชมธรรมชาตินิกโก (Nikko) มีเส้นทางท่องเที่ยวให้ได้เต็มอิ่มกับใบไม้เปลี่ยนสี

หากขึ้นรถบัสไปจาก ชูเซ็นจิอนเซ็น (Chuzenji Onsen) รวมเดินด้วยเป็นเวลาประมาณ 40 นาที จะถึงจุดชมวิวฮังเก็ทสึยะมะ (Hangetsuyama Observation Park) ที่สามารถแพลิดเพลินไปกับวิวสวยๆ ของภูเขานันไต (Mt. Nantai) ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขานิกโก (Nikko Mountain Ranges) รวมถึงวิวพาโนรามาน่าตื่นตาตื่นใจของทะเลสาบชูเซ็นจิ (Chuzenji Lake) 

ทะเลสาบชูเซ็นจิ (Chuzenji Lake) 

ไฮไลท์ – สถานีกระเช้าไฟฟ้า Akechidaira Ropeway

นั่งกระเช้าลอยฟ้าจากอะเคจิไดระ ประมาณ 3 นาที จุดชมวิวอะเคจิไดระ ซึ่งเป็นจุดชมวิวดีที่สุดในนิกโก สามารถมองเห็นวิวที่ยิ่งใหญ่อลังการณ์ เช่น ทะเลสาบชูเซนจิ น้ำตกเคกอนโนะทากิ ภูเขานันไทซัง เป็นต้น


ด้านตะวันออก สามารถมองเห็นโขดหินที่สลับซับซ้อนแบบต่อเนื่อง มีหน้าผาที่สูงชันและเทือกเขาที่ซ้อนพาดกันอยู่ในระยะไกล ๆ

การเดินทาง โดยสารรถบัส ประมาณ 35 นาที จาก สถานีโทบุ นิกโก้
ลงที่ “อาเคจิไดระ” อยู่ติดป้ายรถบัส จุดลงรถขึ้นกระเช้า https://goo.gl/maps/YXo8krASLQBvxcMM8

ทริปนิกโกนี้ เราเที่ยวไม่ได้เยอะมาก เพราะก่อนหน้าที่ไปดูฟูจิมา แต่ไม่เจอ จึงนั่งรถไฟจาก นิกโก ไป kawaguchiko ใหม่

ป้ายลงรถขามา
ป้ายขึ้นรถกลับ
วิวบริเวณสถานี
ตรงนี้ถ่ายรูปสวยมาก

เมื่อคืนก่อนนอน นั่งดูเวลา ขบวนรถ และสถานีขึ้นรถ เพื่อไปให้ถึง kawaguchiko ก่อนพระอาทิตย์ตกขึ้นรถ และโชคดีที่ ก่อนขึ้นรถ ได้พบกับเจ้าหน้าที่ของสถานี JR NIKKO เป็นน้องผู้หญิง จึงบอกแผนว่า เราอยากไปให้ถึง kawaguchiko เพื่อดูฟูจิ พร้อมส่งแผนการเดินทางให้

ภายใน Nikko Line

จนท.อ่านและเข้าใจ ช่วยกดเครื่องจองตั๋วอัตโนมัติ จาก Utsunomiya Station ถึง โตเกียว และจากชินจิกุ ถึง สถานีที่จะต่อรถไป kawaguchiko โดยคำนวณเวลาให้เรียบร้อย และไปทันดูฟูจิจริง ๆ คือ รถไฟญี่ปุ่นตรงเวลามาก

แม่ไม่เหนื่อยนะ
พุดดิ้งหรือเค้กญี่ปุ่นอร่อยมา แอปเปิ้ล เย็นๆอร่อยสุดๆ
มีความสุขกินขนมบนซินคันเซ็น
ซินคันเซ็นวิ่งได้นิ่มและเร็วมาก
กลับถึงโตเกียวโดยปลอดภัย ขบวน เวลา ชานชาลา

ตัวอย่างภาพ ฟูจิรอบ 2 แต่ ฟูจิวันแรกก็สวยมาก “ตามรีวิวฟูจิกันนะ”

รูปนี้ชอบมา ไปอีกครั้งจะเดินผ่านทางม้าลายถ่ายรูปละ
แสงสีทอง ตัดสีขาวของหิมะ
แม่บอกว่า จุดนี้สายสีเขียว เห็นฟูจิเหรอ … เห็นสิ หากไปสายสีแดง จะไกล

เดี๋ยวมารีวิวเส้นทาง ฟูจิ kawaguchiko อีกครั้ง เป็นการเที่ยวญี่ปุ่นโดยตัวเองและครอบครัวครั้งแรกที่สนุกมากๆ

สุดประทับใจในนิกโก ไปใหม่แน่นอนเมื่อบินได้ …คิดถึงญี่ปุ่น

เส้นทาง JR (เหมาะกับ JR Tokyo Wide Pass)

ทริปนี้ใช้บริการรถไฟของบริษัท JR ให้เริ่มที่สถานีโตเกียว (Tokyo Station) เพื่อโดยสารรถไฟชินคังเซ็น ไปลงที่สถานีอุซึโนะมิยะ (Utsunomiya Station) แล้วต่อรถไฟท้องถิ่นสาย JR Nikko Line ไปลงที่สถานีนิกโก (Nikko Station) รวมใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที

เส้นทาง Tobu (เหมาะกับNikko Pass All Area)

จากโตเกียว ให้เริ่มที่สถานีอาซากุสะ (Asakusa Station) เพื่อขึ้นรถไฟด่วนของบริษัท Tobu Railway สาย Limited Express Kegon ไปลงที่สถานีโทบุ-นิกโก (Tobu-Nikko Station) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที จากนั้นเช่ารถจากบริเวณสถานีรถไฟ ขับไปยังถนนอิโรฮะซากะ (การจราจรอาจจะหนาแน่นในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จึงควรเผื่อเวลาในการเดินทางด้วย)

รายละเอียดเพิ่มเติม:
https://www.jnto.or.th/newsletter/nikko-in-autumn/…

พาสรถไฟที่เกี่ยวข้อง:
Nikko Pass All Area ใช้เดินทางจากโตเกียวไปยังเมืองนิกโก และพื้นที่อื่นๆของจังหวัดโทชิงิ ด้วยรถไฟ รถบัส รวมถึงยานพาหนะอื่นๆตามที่กำหนดของบริษัทโทบุ
https://www.tobu.co.jp/th/ticket/nikko/all.html


JR Tokyo Wide Pass ใช้เดินทางด้วยรถไฟของบริษัท JR รวมทั้งรถไฟชินคังเซ็น ในโตเกียวและพื้นที่อื่นๆของภูมิภาคคันโต ตามเส้นทางที่กำหนด มีระยะเวลการใช้งาน 3 วัน
https://www.jreast.co.jp/multi/pass/tokyowidepass.html 
ข้อมูลที่ตั้ง:
https://goo.gl/maps/M81NVNNBFguXAh7U7

#Nikko #เที่ยวญี่ปุ่น #คิดถึงญี่ปุ่น #JNTO

Advertisements

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

king9