ญี่ปุ่น อั้นไม่ไหว ทดลองออกมาตรการ “เปิดประเทศ” หวังให้ทันจัดโอลิมปิค

ข้อมูลการเดินทางเข้าญีปุ่่น

สำหรับชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นใหม่ โดยมาตรการทดลอง (ประเภท Residence Track) จะต้องติดต่อสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น หรือสถานกงสุลญี่ปุ่น ของแต่ละประเทศ・ภูมิภาค เพื่อขอวีซ่าใหม่ Update 1 ตุลาคม 2020

การเดินทางจากไทยไปญี่ปุ่น

ไปญี่ปุ่นได้ไหม

ภาพจากบทความ : สถานีโตเกียว→สนามบินนาริตะไม่ถึง 1,000 เยน! คู่มือใช้บริการ “Airport Bus TYO-NRT”
หากจะกล่าวโดยสรุปก็คือ “คนบางกลุ่ม” สามารถเดินทางไปญี่ปุ่นได้แล้ว โดยต้องปฏิบัติตามกฏะเบียบต่างๆ ตั้งแต่ก่อนออกจากประเทศไทยเลยทีเดียวค่ะ
มาลองดูกันว่าสถานะและความจำเป็นแบบไหนที่ญี่ปุ่นอนุญาตให้เข้าประเทศได้และต้องทำอย่างไรบ้างกัน เราขอแยกอธิบายออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้
1. ผู้ที่ถือวีซ่าแล้วและมี re-entry
2. ผู้ที่ต้องขอวีซ่าใหม่สำหรับไปอยู่ระยะยาว (ทำงาน/เรียน)
3. ผู้ที่ต้องการเดินทางระยะสั้น (ธุรกิจ/เที่ยว) หรือกรณีพิเศษอื่นๆ

ปัจจุบันไม่ว่ากลุ่มไหนก็ตามจะต้องติดต่อผ่านสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยทั้งหมด และหากได้รับสิทธิเดินทางไปญี่ปุ่นจะต้องแสดงผลตรวจเชื้อโควิด-19 ที่ตรวจภายใน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง รับการตรวจซ้ำเมื่อถึงญี่ปุ่น และต้องกักบริเวณ 14 วันโดยห้ามใช้ขนส่งสาธารณะตั้งแต่ถึงประเทศญี่ปุ่น
สิ่งที่ควรระวังคือการกักตัวในญี่ปุ่นนั้นเราต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง (ต่างจากการกักตัวเมื่อกลับไทยที่ไม่มีค่าใช้จ่าย) ด้วย

1. ผู้ที่ถือวีซ่าถาวรและระยะยาวและมี re-entry

สำหรับ :
ผู้ถือวีซ่าพำนักถาวร (เอจู – Permanent Resident) วีซ่าพำนึกระยะยาว (เทจู – Long Term Resident) วีซ่าคู่สมรสหรือบุตรของคนญี่ปุ่นหรือผู้ถือวีซ่าถาวร (Spouse or Child of Japanese National และ Spouse or Child of Permanent Resident) ซึ่งมีสิทธิในการเข้าประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง (re-entry)

สิ่งที่ต้องทำ :
ติดต่อสถานทูตเพื่อขอ “หนังสือรับรองการยื่นเอกสารเพื่อขอกลับประเทศสำหรับผู้มี Re-entry Permit”

ขั้นตอน :
1. เตรียมเอกสารดังนี้
(1) หนังสือเดินทาง (ที่มีสติกเกอร์ Re-entry Permit ที่ยังไม่หมดอายุ หรือตราประทับ Special Re-entry Permit )
(2) บัตรไซริวการ์ด
(3) ใบคำร้องสำหรับขอหนังสือรับรองการยื่นเอกสารเพื่อขอกลับประเทศสำหรับผู้มี Re-entry Permit (โหลดได้จากที่นี่)
(4) แบบสอบถามเกี่ยวกับโควิด-19 (โหลดได้จากที่นี่)
2. นำเอกสารทั้งหมดติดต่อกับสถานทูตเพื่อขอ “หนังสือรับรองการยื่นเอกสารเพื่อขอกลับประเทศสำหรับผู้มี Re-entry Permit”
3. รอการติดต่อกลับจากสถานทูตในวันหลัง
4. ทำการตรวจสุขภาพเพื่อออกใบรับรองการตรวจเชื้อโควิดจากสถานพยาบาลภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง โดยใช้แบบฟอร์มที่กำหนดโดยญี่ปุ่นตามนี้
5. วันเดินทาง ให้พก “หนังสือรับรองการยื่นเอกสารเพื่อขอกลับประเทศสำหรับผู้มี Re-entry Permit” และใบรับรองการตรวจเชื้อโควิดไว้จนกว่าจะเข้าประเทศญี่ปุ่นเสร็จ
6. ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ที่สนามบินตลอดตั้งแต่ประเทศไทยจนถึงญี่ปุ่น ซึ่งอาจมีเอกสารและวิธีการต่างจากสถานการณ์ปกติ
7. ทำการตรวจเชื้อโควิดอีกครั้งที่สนามบิน หากผลเป็นลบจะสามารถเข้าญี่ปุ่นได้โดยห้ามใช้ขนส่งมวลชนทุกชนิดและกักตัวเป็นเวลา 14 วัน (ต้องมีคนมารับ หรือใช้แท็กซี่ที่ได้รับอนุญาตพิเศษ (ภาษาญี่ปุ่น มีลิงค์ไปภาษาอังกฤษอยู่ด้านบน) หรือพักโรงแรมแถวนั้น ไม่สามารถต่อเครื่องบินไปต่างจังหวัดได้ด้วย)

ข้อมูลจากเว็บไซต์สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยหน้านี้

2. ผู้ที่อยู่ญี่ปุ่นเรื่องการทำงาน/เรียน และผู้ที่ต้องขอวีซ่าใหม่ (Resident Track)

สำหรับ :
ผู้ถือวีซ่าทำงานและฝึกงานประเภทต่างๆ ผู้ถือวีซ่านักเรียน วีซ่าครอบครัว รวมถึงผู้ที่จะเข้าญี่ปุ่นด้วยวีซ่าเหล่านั้นแต่ยังไม่ได้วีซ่า

สิ่งที่ต้องทำ :
– ในกรณีที่ยังไม่ได้ COE (Certificate of Eligibility – ใบรับรองสถานภาพการพำนัก) ให้ติดต่อหน่วยงานที่จะเป็นผู้รับเราเข้าเรียนหรือทำงานเพื่อให้จัดทำเอกสาร COE
– ในกรณีที่มี COE แล้วแต่หมดอายุแล้ว ให้หน่วยงานทำเอกสารยืนยันว่าจะยังรับเราเข้าเรียนหรือทำงานในตำแหน่งเดิม
– จากนั้นต้องนำเอกสารไปที่ศูนย์รับคำร้องวีซ่าของญี่ปุ่นเพื่อทำวีซ่าก่อน

ขั้นตอน :
1. เตรียมเอกสารดังนี้
(1) ใบคำร้องขอวีซ่า (พร้อมติดรูปถ่าย) (โหลดได้จากที่นี่)
(2) หนังสือเดินทาง
(3) ใบรับรองสถานภาพการพำนัก (COE)
(4) หนังสือสัญญา (สำหรับชาวต่างชาติประเภท Residence Track) สำเนา 2 ชุด โดยหน่วยงานที่จะรับเราที่ญี่ปุ่นต้องเป็นผู้ลงชื่อและเก็บเอกสารตัวจริง (โหลดได้จากที่นี่)
(5) แบบสอบถามเกี่ยวกับ “ไวรัสโคโรน่า” (โหลดได้จากที่นี่)
2. สำหรับผู้ที่เคยได้รับ COE แล้วแต่หมดอายุแล้ว ให้หน่วยงานที่จะรับเข้าเรียนหรือทำงานให้ออก “เอกสารยืนยันว่าจะยังรับเราเข้าเรียนหรือทำงานในตำแหน่งเดิม” ซึ่งต้องใช้เอกสารฉบับจริง ออกในนามบริษัทและมีตราประทับ
3. นำเอกสารทั้งหมดติดต่อกับศูนย์รับคำร้องวีซ่าของญี่ปุ่นเพื่อขอวีซ่าใหม่
4. รอการติดต่อกลับและรับวีซ่า
5. ทำการตรวจสุขภาพเพื่อออกใบรับรองการตรวจเชื้อโควิดจากสถานพยาบาลภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง โดยใช้แบบฟอร์มที่กำหนดโดยญี่ปุ่นตามนี้
6. วันเดินทาง ให้พก “หนังสือรับรองการยื่นเอกสารเพื่อขอกลับประเทศสำหรับผู้มี Re-entry Permit” และใบรับรองการตรวจเชื้อโควิดไว้จนกว่าจะเข้าประเทศญี่ปุ่นเสร็จ
7. ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ที่สนามบินตลอดตั้งแต่ประเทศไทยจนถึงญี่ปุ่น ซึ่งอาจมีเอกสารและวิธีการต่างจากสถานการณ์ปกติ
8. ทำการตรวจเชื้อโควิดอีกครั้งที่สนามบิน หากผลเป็นลบจะสามารถเข้าญี่ปุ่นได้โดยห้ามใช้ขนส่งมวลชนทุกชนิดและกักตัวเป็นเวลา 14 วัน (ต้องมีคนมารับ หรือใช้แท็กซี่ที่ได้รับอนุญาตพิเศษ (ภาษาญี่ปุ่น มีลิงค์ไปภาษาอังกฤษอยู่ด้านบน)  หรือพักโรงแรมแถวนั้น ไม่สามารถต่อเครื่องบินไปต่างจังหวัดได้ด้วย)

ข้อมูลจากเว็บไซต์สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยหน้านี้

3. ผู้ที่ต้องการเดินทางระยะสั้น (ธุรกิจ/เที่ยว) หรือกรณีพิเศษอื่นๆ

จากบทความ : 10 แหล่งเที่ยวไปเช้า-เย็นกลับจากโตเกียวได้ใกล้นิดเดียว
ผู้จะไปญี่ปุ่นเพื่อทำธุรกิจระยะสั้นสามารถขอวีซ่าเพื่อเดินทางไปได้แต่ต้องมีจดหมายเชิญและหนังสือรับประกันเท่านั้น ไม่สามารถเดินทางไปเองได้

ขั้นตอน :
1. เตรียมเอกสารดังนี้
(1) ใบคำร้องขอวีซ่า (พร้อมติดรูปถ่าย) (โหลดได้จากที่นี่)
(2) หนังสือเดินทาง
(3) หนังสือรับรองการทำงานของผู้ยื่นคำร้อง
(4) หนังสือเชิญ (โหลดได้จากที่นี่)
(5) หนังสือค้ำประกัน (โหลดได้จากที่นี่)
(6) หนังสือสัญญา (สำหรับชาวต่างชาติประเภท Residence Track) สำเนา 2 ชุด โดยหน่วยงานที่จะรับเราที่ญี่ปุ่นต้องเป็นผู้ลงชื่อและเก็บเอกสารตัวจริง (โหลดได้จากที่นี่)
(7) แบบสอบถามเกี่ยวกับ “ไวรัสโคโรน่า” (โหลดได้จากที่นี่)
2. นำเอกสารทั้งหมดติดต่อกับศูนย์รับคำร้องวีซ่าของญี่ปุ่นเพื่อขอวีซ่าใหม่
3. รอการติดต่อกลับและรับวีซ่า
4. ทำการตรวจสุขภาพเพื่อออกใบรับรองการตรวจเชื้อโควิดจากสถานพยาบาลภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง โดยใช้แบบฟอร์มที่กำหนดโดยญี่ปุ่นตามนี้
5. วันเดินทาง ให้พก “หนังสือรับรองการยื่นเอกสารเพื่อขอกลับประเทศสำหรับผู้มี Re-entry Permit” และใบรับรองการตรวจเชื้อโควิดไว้จนกว่าจะเข้าประเทศญี่ปุ่นเสร็จ
6. ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ที่สนามบินตลอดตั้งแต่ประเทศไทยจนถึงญี่ปุ่น ซึ่งอาจมีเอกสารและวิธีการต่างจากสถานการณ์ปกติ
7. ทำการตรวจเชื้อโควิดอีกครั้งที่สนามบิน หากผลเป็นลบจะสามารถเข้าญี่ปุ่นได้โดยห้ามใช้ขนส่งมวลชนทุกชนิดและกักตัวเป็นเวลา 14 วัน (ต้องมีคนมารับ หรือใช้แท็กซี่ที่ได้รับอนุญาตพิเศษ (ภาษาญี่ปุ่น มีลิงค์ไปภาษาอังกฤษอยู่ด้านบน)  หรือพักโรงแรมแถวนั้น ไม่สามารถต่อเครื่องบินไปต่างจังหวัดได้ด้วย)

ข้อมูลจากเว็บไซต์สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยหน้านี้

สำหรับตอนนี้นักท่องเที่ยวยังไม่สามารถไปญี่ปุ่นได้เนื่องจากญี่ปุ่นยังระงับการเข้าประเทศ 14 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่าของไทยอยู่

คาดการณ์กันว่าหากเริ่มมีการฉีดวัคซีน ญี่ปุ่นน่าจะผ่อนปรนในเรื่องนี้มากขึ้น ซึ่งน่าจะเริ่มในปี 2021 เป็นต้นไป
แต่ตอนนี้มีโครงการใหม่ที่กำลังวางแผนกันอยู่คือ “Journey” ที่จะเป็นการอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่จะมาดูการแข่งโอลิมปิคและพาราลิมปิคที่ญี่ปุ่นจะจัดขึ้นในปี 2021 คาดกันว่าอาจเริ่มใช้ได้ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิปี 2021 โดยต้องผ่านกระบวนการดังนี้

สิ่งที่ต้องทำก่อนเข้าญี่ปุ่น
1) ต้องขอวีซ่าจากสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย
2) ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นสำหรับติดตามตัวและติดตามเรื่องสุขภาพ
3) เตรียมใบรับรองแพทย์ที่ตรวจ RT-PCR ว่าไม่มีเชื้อโควิด-19
4) กรมธรรม์ประกันสุขภาพซึ่งครอบคลุมการติดเชื้อไวรัส COVID-19

สิ่งที่ต้องทำเมื่อเดินทางเข้าญี่ปุ่น
1) ตรวจ PCR อีกครั้ง หากผลเป็นลบ (ไม่มีเชื้อ) จะสามารถเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ทันที ไม่จำเป็นต้องกักตัว 14 วัน
2) ระหว่างช่วงที่อยู่ในญี่ปุ่นจะต้องรายงานสุขภาพผ่านทางแอพพลิเคชั่นอย่างสม่ำเสมอ
3) หากมีความผิดปกติจะมีศูนย์ให้คำปรึกษาและดูแลด้านการสุขภาพสำหรับนักท่องเที่ยวที่จัดตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะ

หากวิธีการนี้ใช้ได้ผลดี ก็อาจนำไปใช้สำหรับการขอวีซ่าระยะสั้นต่างๆ (เช่น สำหรับท่องเที่ยว) ต่อไปด้วยค่ะ
หากใครอยากมาเที่ยวญี่ปุ่น ขอแนะนำให้ติดตามข่าวต่อไปค่ะ

นอกจากนั้นยังมีกลุ่มพิเศษ คือ ผู้มีเหตุผลพิเศษทางมนุษยธรรม (เช่น ต้องเข้ารับการรักษา หรือมีครอบครัวป่วยหนัก เสียชีวิต ฯลฯ) กลุ่มนี้จะอนุญาตเป็นกรณี ต้องติดต่อกับสถานทูตเป็นกรณีไป

สถานการณ์ Covid-19 ในญี่ปุ่น 12 ตุลาคม 2563

– ผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศ (สถานะวันที่ 11 ตุลาคม 2563) 89,491 คน (เพิ่มขึ้น 437 คน)

– จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มรายวันมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงโตเกียว 146 คน จังหวัดโอซากา 45 คน จังหวัดชิบะ 43 คน จังหวัดคานากาวะ 37 คน จังหวัดไซตามะ/จังหวัดฮอกไกโด 31 คน

– ผู้เสียชีวิตสะสม 1,630 คน (เพิ่มขึ้น 2 คน)

– ผู้ติดเชื้ออาการรุนแรง 145 คน- ผู้ที่รักษาหายสะสม 81,824 คน (เพิ่มขึ้น 468 คน)

รายละเอียดผู้ติดเชื้อทั่วประเทศตาม link สำนักข่าว NHK https://www3.nhk.or.jp/news/special/coronavirus/data-all/

รายละเอียดผู้ติดเชื้อรายจังหวัดตาม link สำนักข่าว NHK https://www3.nhk.or.jp/news/special/coronavirus/data/

ปัญหาในการดำเนินการ- พบปัญหาผู้ใช้บริการโครงการ Go To Eat บางกลุ่มใช้ประโยชน์จากโครงการฯ โดยรับประทานอาหารเพียงเล็กน้อยในราคาต่ำกว่าที่รัฐให้เงินสนับสนุนจำนวน 500 เยนสำหรับอาหารกลางวัน และ 1,000 เยนสำหรับอาหารค่ำ เพื่อรับคะแนนสะสมเงินคืน (cashback) (เช่น รับประทานอาหารค่ำเพียง 500 เยน ก็จะได้รับ cashback 500 เยนจากรัฐบาล)

ทั้งนี้ โดยที่ผู้ประกอบการจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแก่เว็บไซต์จองร้านอาหารเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ทำให้ไม่คุ้มทุนหากผู้ใช้บริการสั่งอาหารที่มียอดเพียงเล็กน้อย และได้ร้องเรียนกับกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม ญี่ปุ่นว่าไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ มากนัก กระทรวงเศรษฐกิจฯ จึงเตรียมตั้งเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น จะกำหนดราคาขั้นต่ำในการใช้บริการ หรือกำหนดให้ต้องสั่งอาหารคอร์ส เป็นต้น

ขอบคุณที่มา https://matcha-jp.com/th/9934

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

king9