เที่ยวบินพาณิชย์ เริ่มเปิดบินเข้าไทย และเงื่อนไขเข้าประเทศ 11 กลุ่มของการบินพลเรือน

หลากหลายสายการบินที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทย

คนไทยสามารถดำเนินการซื้อตั๋วเครื่องบินได้เลย “ยกตัวอย่างเส้นทางจากประเทศเยอรมัน” สายการบินที่ทำการบินและราคาในเบื้องต้น

⁃ Emirates airlines: ราคาเริ่มต้นที่ 20,000 บาท

⁃ Qatar airways: ราคาเริ่มต้นที่ 14,000 บาท

⁃ Etihad airways: ราคาเริ่มต้นที่ 16,000 บาท

⁃ Lufthansa airlines, Austrain airlines and Swiss International airlines: ราคาเริ่มต้นที่ 24,000 บาท

⁃ EVA Air: เริ่มบินเดือนพฤศจิกายน

⁃ Singapore airlines ตุลาคมนี้

– Cathay airways: เส้นทางเอเชีย

ราคาสามารถปรับเปลี่ยนขึ้นหรือลงได้ ขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัยเช่น ปริมาณ ความต้องการ วันเดินทาง เส้นทาง เป็นต้น

สายการบินข้างต้นเป็นสายการบินที่บินตรง และมีเที่ยวบินที่ต้องไปเปลี่ยนเครื่องด้วย

ขอบคุณที่มา : เพจ on route trip


Singapore airlines เริ่มบินเข้าไทย 16 ตุลาคมนี้ ชาวไทยและต่างชาติ 11 กลุ่มเท่านั้น ASQ

สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ขอแจ้งว่าตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2563 สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ได้รับอนุญาตให้เริ่มทำการบินแบบกึ่งพาณิชย์ เพื่อนำผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ 11 กลุ่มที่ได้รับอนุญาตและมีเอกสารครบถ้วนเดินทางกลับประเทศไทย ทั้งนี้ผู้โดยสารที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย และพร้อมที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการกักตัวด้วยตนเองในการกักตัวที่สถานที่ที่กักกันโรคแห่งรัฐทางเลือก (ASQ) เพื่อที่ไม่ต้องรอโควตากลับประเทศไทย ท่านสามารถสำรองบัตรโดยสารในเที่ยวบินดังกล่าวได้ จากจุดหมายปลายทางต่างๆ ที่เราทำการบินอยู่ในขณะนี้ เพื่อกลับเข้าประเทศจากต้นทาง และมีการพักเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศสิงคโปร์ จากนั้นก็สามารถเปลี่ยนเครื่องจาก สิงคโปร์ – กรุงเทพ ด้วยเที่ยวบิน SQ976

สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ขอแจ้งรายละเอียดการดำเนินการบินเข้าประเทศไทย ของเที่ยวบินที่ SQ976 ดังนี้
– เดือนตุลาคม จะบินเข้าประเทศไทย วันที่ 16,20,23,25,27 ตุลาคม
– เดือนพฤศจิกายน จะบินเข้าประเทศไทย 5 วันต่อสัปดาห์คือในทุกวันอังคาร, พฤหัสบดี, ศุกร์, เสาร์ และอาทิตย์ ยกเว้นวันที่ 6,15 และ 27
– เดือนธันวาคม จะบินเข้าประเทศไทยวันละ 1 เที่ยวบินp

ทั้งนี้การเปลี่ยนเครื่องที่สิงคโปร์ จะอนุญาตให้ผู้โดยสารรอเปลี่ยนเครื่องได้ไม่เกิน 48 ชั่วโมงเท่านั้น

– ชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาไทยต้องเป็นกลุ่มที่ทางรัฐบาลไทยอนุญาตเท่านั้น


ขอบคุณที่มา : Singapore airlines / on route trip


คาเธ่ย์ แปซิฟิค เปิดบินเส้นทาง ฮ่องกง-กรุงเทพฯ (HKG-BKK)

สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ขอแจ้งให้ทราบเรื่องการเปิดให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์
(Semi Commercial Flights) ในเส้นทาง ฮ่องกง-กรุงเทพฯ (HKG-BKK) ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2020 เป็นต้นไป โดยเที่ยวบินดังกล่าวสามารถรองรับการต่อเที่ยวบินจากเครือข่ายของเราทั่วโลกมายังประเทศไทยได้ โดยสามารถตรวจเที่ยวบินกับทางเพจได้เลย 📞

ทั้งนี้จะต้องมั่นใจว่าผู้โดยสารที่จะทำการสำรองบัตรโดยสารของสายการบินต้องเป็นบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้เดินทาง เข้ามายังประเทศไทยตามกฎระเบียบและเงื่อนไขของกรมการบินพลเรือน CAAT หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
.

สามารถเดินทางมาจากทั่วโลกเพื่อต่อเครื่องโดยสามารถเดินทางมาจากประเทศไทย
– สหรัฐอเมริกา
– ยุโรป
– ประเทศจีน
– ออสเตรเลีย
– ญี่ปุ่น
– ไต้หวัน

และอีกหลายหลายเส้นทางมากมาย


เงื่อนไข 11 กลุ่มต่างชาติเข้าไทย

ศบค. กล่าวว่า สำหรับมาตรการการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศไทยจะจำแนกตามพื้นที่แต่ละประเภท โดยแยกกัก (Isolation) กันกัน (Quarantine) มี 4 รูปแบบ อาทิ
1) Local Quarantine คือ พื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ ระดับจังหวัด สำหรับผู้เดินทางข้ามจังหวัด  State Quarantine คือ พื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ สำหรับผู้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ  Alternative State Quarantine คือ สถานที่กักตัวทางเลือก สำหรับเป็นทางเลือกให้ผู้เดินทางที่กลับมาจากต่างประเทศ ได้เฝ้าระวังสังเกตอาการ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายตามความต้องการที่เลือกไว้
2) Home (Self) กักตัวอยู่ในบ้าน
3)  Organizational Quarantine
4)  Hospital Quarantine และคุมไว้สังเกต (Close Observation)
มาตรการดังกล่าวจะเป็นมาตรการที่เราจะใช้ในฉบับที่ 12 นี้ พร้อมมั่นใจว่า คนไทย 60 ล้านคนจะได้รับการดูแลสุขภาพไปด้วยกัน

กรณีที่ให้ชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยโดยมีข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 12)  กล่าวถึงกลุ่มผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยได้แบ่งกลุ่มคนออกมาเป็น 11 กลุ่ม
1. ผู้มีสัญชาติไทย
2. ผู้มีเหตุยกเว้น
3. บุคคลในคณะทูต
4. ผู้ขนส่งสินค้าตามความจำเป็น
5. ผู้ควบคุมยานพาหนะ
6. ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งเป็นคู่สมรส
7. ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
8. ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีใบอนุญาตทำงาน
9. ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาในประเทศ
10. ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีความจำเป็นต้องเข้ามารับการตรวจรักษาพยาบาลในประเทศ
11. ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามข้อตกลงพิเศษ

ทั้ง 11 กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มหลักที่เดินทางไปมาทั้งคนไทยและคนต่างประเทศ โดย ศบค.ได้หารือกันอย่างละเอียด เพื่อติดตามทุกคนที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทย เพื่อรักษาสถานภาพการเป็น 0 ภายในประเทศให้ได้นานที่สุดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนคนไทย 60 ล้านคนในประเทศ


การเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทย ตามประกาศสนง.การบินพลเรือน ฯ

  • สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT มีประกาศเรื่อง เงื่อนไขในการอนุญาตให้อากาศยานทำการบินเข้าออกประเทศไทย (ฉบับที่ 3) มีสาระสำคัญ ดังนี้
    • ยกเลิกข้อความบางส่วนจากประกาศ กพท.เรื่อง เงื่อนไขในการอนุญาตให้อากาศยานทำการบินเข้าออกประเทศไทย (ฉบับที่ 2) และใช้ข้อความเพื่อให้สอดคล้องตาม พรก. ฉุกเฉิน และคำสั่ง ศบค. วันที่ 31 ก.ค. 63 แทน ดังนี้▪️ ข้อ 3 (7) คนต่างด้าวซึ่งมีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ตลอดจนคู่สมรสและบุตรของบุคคลดังกล่าว
      ▪️ ข้อ 3 (8) ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีใบอนุญาตทำงานหรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามกฎหมาย ตลอดจนคู่สมรสและบุตรของบุคคลดังกล่าว หรือแรงงานต่างด้าวที่นายจ้างหรือผู้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรได้รับอนุญาตจากทางราชการเพื่อผ่อนปรนให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและให้ทำงาน
      ▪️ ข้อ 3 (11) ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามข้อตกลงพิเศษ (special arrangement) ระหว่างหน่วยงานของรัฐของประเทศไทยกับต่างประเทศ หรือบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ได้รับอนุญาตจากนายกรัฐมนตรีตามข้อเสนอแนะและการตรวจสอบกลั่นกรองของคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่คณะกรรมการเฉพาะกิจดังกล่าวกำหนด
      ▪️ ข้อ 4 บุคคลผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามข้อ 3 จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อและจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข เงื่อนเวลา หลักเกณฑ์และมาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 2 แห่งข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 12) ประกาศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563 และมาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 แนบท้ายคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) ที่ 8/2563 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 7) สั่ง ณ วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป
      หมายเหตุ**เครื่องบินพาณิชย์ สำหรับนักท่องเที่ยวยังไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศไทย
      – ผู้ที่จะเดินทางจะต้องขอหนังสือรับรองจากสถานทูตไทย หรือกงสุลไทย จากประเทศต้นทาง และเอกสารอื่นๆ ตามคำสั่ง ศบค. อย่างเคร่งครัด
      – การเดินทางออกจากประเทศไทยสามารถทำได้ โดยผู้โดยสารต้องติดต่อทางสายการบินโดยตรง และปฏิบัติตามมาตรการของประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด

11 กลุ่มที่สามารถเดินทางเข้ามาในประเทศไทย พร้อมเงื่อนไข

  1. ผู้ที่มีสัญชาติไทย
    • มาตรการก่อนเดินทางเข้ามาในไทย
      • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง/ชุมชนไม่น้อยกว่า 14 วัน
      • มีเอกสารเพื่อการเดินทางเข้ามาในไทย ได้แก่
        1. หนังสือรับรองการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้ (COE),
        2. ใบรับรองแพทย์ Fit to Fly หรือ
        3. อาจมีใบรับรองแพทย์ผ่านการตรวจไม่ติดโควิด-19 (ไม่เกิน 72 ชั่วโมง)
      • มีการคัดกรองจากประเทศต้นทาง (Exit Screening)
    • มาตรการเดินทางถึงหรือระหว่างอยู่ในไทย
      • คัดกรอง
      • ยื่นเอกสาร
      • ใช้ระบบติดตามตามที่กำหนด
      • เข้ารับการกักตัว ไม่น้อยกว่า 14 วัน
      • ตรวจหาเชื้อโควิด-19 จำนวน 2 ครั้ง
  2. ผู้มีเหตุยกเว้น หรือได้รับอนุญาตด้วยความจำเป็น
    • มาตรการก่อนเดินทางเข้ามาในไทย
      • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง/ชุมชนไม่น้อยกว่า 14 วัน
      • มีเอกสารเพื่อการเดินทางเข้ามาในไทย ได้แก่
        1. หนังสือรับรองการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้ (COE),
        2. ใบรับรองแพทย์ Fit to Fly หรือ
        3. อาจมีใบรับรองแพทย์ผ่านการตรวจไม่ติดโควิด-19 (ไม่เกิน 72 ชั่วโมง)
      • มีการคัดกรองจากประเทศต้นทาง (Exit Screening)
    • มาตรการเดินทางถึงหรือระหว่างอยู่ในไทย
      • คัดกรอง
      • ยื่นเอกสาร
      • ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR
      • ถูกคุมตัว สังเกตตามแผนที่กำหนด
      • เดินทางด้วยพาหนะที่จัดเตรียม
      • *ก่อนออกจากไทย: ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR โดยออกค่าใช้จ่ายเอง
  3. บุคคลในคณะทูต
    • มาตรการก่อนเดินทางเข้ามาในไทย
      • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง/ชุมชนไม่น้อยกว่า 14 วัน
      • มีเอกสารเพื่อการเดินทางเข้ามาในไทย ได้แก่
        1. หนังสือรับรองการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้ (COE),
        2. ใบรับรองแพทย์ Fit to Fly หรือ
        3. อาจมีใบรับรองแพทย์ผ่านการตรวจไม่ติดโควิด-19 (ไม่เกิน 72 ชั่วโมง)
        4. หนังสือรับรอง หรือหลักประกัน เพื่อรับรองค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ครอบคลุมโควิด-19
      • มีการคัดกรองจากประเทศต้นทาง (Exit Screening)
    • มาตรการเดินทางถึงหรือระหว่างอยู่ในไทย
      • คัดกรอง
      • ยื่นเอกสาร
      • ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR
      • เข้ารับการกักตัวในที่พำนัก ไม่น้อยกว่า 14 วัน
      • *ก่อนออกจากไทย: ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR โดยออกค่าใช้จ่ายเอง
  4. ผู้ขนส่งสินค้าตามความจำเป็น
    • มาตรการก่อนเดินทางเข้ามาในไทย
      • เอกสารสำหรับการเดินทางเข้ามาในประเทศไทย
    • มาตรการเดินทางถึงหรือระหว่างอยู่ในไทย
      • คัดกรอง
      • ยื่นเอกสาร
      • จอดพาหนะ ณ จุดที่กำหนด
      • ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด
      • เดินทางออกนอกประเทศทันที
  5. ผู้ควบคุมยานพาหนะเข้าประเทศ
    • มาตรการก่อนเดินทางเข้ามาในไทย
      • เอกสารเพื่อการเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ได้แก่
        1. หนังสือแสดงการเป็นเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะ (ระบุเวลาเข้า-ออกชัดเจน)
        2. กรมธรรม์ประกันภัยครอบคลุมโควิด-19 (วงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 USD)
      • การคัดกรองจากประเทศต้นทาง (Exit Screening)
    • มาตรการเดินทางถึงหรือระหว่างอยู่ในไทย
      • คัดกรอง
      • ยื่นเอกสาร
      • ใช้ระบบติดตามตามที่กำหนด
      • เข้ารับการกักตัว ณ สถานที่ที่กำหนด
  6. คู่สมรส บิดามารดาหรือบุตร ของผู้มีสัญชาติไทย
  7. ผู้มีใบถิ่นที่อยู่อาศัย
  8. ผู้มีใบอนุญาตทำงาน
    สำหรับข้อ 6, 7, 8
    • มาตรการก่อนเดินทางเข้ามาในไทย
      • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง/ชุมชนไม่น้อยกว่า 14 วัน
      • มีเอกสารเพื่อการเดินทางเข้ามาในไทย ได้แก่
        1. หนังสือรับรองการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้ (COE),
        2. ใบรับรองแพทย์ Fit to Fly หรือ
        3. ใบรับรองแพทย์ผ่านการตรวจไม่ติดโควิด-19 (ไม่เกิน 72 ชั่วโมง)
        4. กรมธรรม์ประกันภัยครอบคลุมโควิด-19 (วงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 USD)
        5. เอกสารยืนยันการจองสถานที่กักตัว
      • มีการคัดกรองจากประเทศต้นทาง (Exit Screening)
    • มาตรการเดินทางถึงหรือระหว่างอยู่ในไทย
      • คัดกรอง
      • ยื่นเอกสาร
      • ใช้ระบบติดตามตามที่กำหนด
      • เข้ารับการกักตัว ไม่น้อยกว่า 14 วัน
      • ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR
  9. นักเรียน นักศึกษาของสถานศึกษาของรัฐ เอกชน นานาชาติ ตำรวจตระเวนชายแดน
    • 9.1) นักเรียน นักศึกษา เอกชน นานาชาติ
      • มาตรการก่อนเดินทางเข้ามาในไทย
        • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง/ชุมชนไม่น้อยกว่า 14 วัน
        • มีเอกสารเพื่อการเดินทางเข้ามาในไทย ได้แก่
          1. หนังสือรับรองการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้ (COE),
          2. ใบรับรองแพทย์ Fit to Fly หรือ
          3. ใบรับรองแพทย์ผ่านการตรวจไม่ติดโควิด-19 (ไม่เกิน 72 ชั่วโมง)
          4. กรมธรรม์ประกันภัยครอบคลุมโควิด-19 (วงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 USD)
          5. เอกสารยืนยันการจองสถานที่กักตัว
        • มีการคัดกรองจากประเทศต้นทาง (Exit Screening)
        • *ก่อนออกจากไทย: ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR โดยออกค่าใช้จ่ายเอง
      • มาตรการเดินทางถึงหรือระหว่างอยู่ในไทย
        • คัดกรอง
        • ยื่นเอกสาร
        • ใช้ระบบติดตามตามที่กำหนด
        • เข้ารับการกักตัว ไม่น้อยกว่า 14 วัน
        • ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR
    • 9.2) นักเรียน นักศึกษาของสถานศึกษาของรัฐ และ 9.3) นักเรียนของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน
      • มาตรการก่อนเดินทางเข้ามาในไทย
        • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง/ชุมชนไม่น้อยกว่า 14 วัน
        • มีเอกสารเพื่อการเดินทางเข้ามาในไทย ได้แก่
          1. เอกสารยืนยันว่าหน่วยงานสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ หรือรักษาพยาบาล ครอบคลุมโควิด-19 ได้
          2. เอกสารยืนยันการจองสถานที่กักตัว
        • มีการคัดกรองจากประเทศต้นทาง (Exit Screening)
      • มาตรการเดินทางถึงหรือระหว่างอยู่ในไทย
        • คัดกรอง
        • ยื่นเอกสาร
        • ใช้ระบบติดตามตามที่กำหนด
        • เข้ารับการกักตัว ไม่น้อยกว่า 14 วัน
        • ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR
  10. ต่างชาติเข้ามารักษาในไทย
    • มาตรการก่อนเดินทางเข้ามาในไทย
      • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง/ชุมชนไม่น้อยกว่า 14 วัน
      • มีเอกสารเพื่อการเดินทางเข้ามาในไทย ได้แก่
        1. หนังสือรับรองการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้ (COE),
        2. ใบรับรองแพทย์ Fit to Fly หรือ
        3. ใบรับรองแพทย์ผ่านการตรวจไม่ติดโควิด-19 (ไม่เกิน 72 ชั่วโมง)
        4. กรมธรรม์ประกันภัยครอบคลุมโควิด-19 (วงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 USD)
        5. เอกสารยืนยันการจองสถานที่กักตัว
        6. เอกสารหรือหนังสือรับรองความจำเป็นในการรักษาพยาบาลในราชอาณาจักรของสถานพยาบาลจากประเทศต้นทาง
        7. เอกสารหรือหนังสือรับรองของสถานพยาบาลในราชอาณาจักรยืนยันการรับผู้เดินทาง และกักตัว 14 วัน
      • มีการคัดกรองจากประเทศต้นทาง (Exit Screening)
    • มาตรการเดินทางถึงหรือระหว่างอยู่ในไทย
      • คัดกรอง
      • ยื่นเอกสาร
      • ใช้ระบบติดตามตามที่กำหนด
      • เข้ารับการกักตัว ไม่น้อยกว่า 14 วัน
      • กรณีรักษาพยาบาลอยู่ในสถานพยาบาลไม่ครบ 14 วัน (ให้กักตัวให้ครบ 14 วัน)
  11. ผู้ไม่มีสัญชาติไทย แต่สามารถเข้ามาด้วยข้อตกลงพิเศษ
    • 11.1) ระยะยาว
      • มาตรการก่อนเดินทางเข้ามาในไทย
        • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง/ชุมชนไม่น้อยกว่า 14 วัน
        • มีเอกสารเพื่อการเดินทางเข้ามาในไทย ได้แก่
          1. หนังสือรับรองการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้ (COE),
          2. ใบรับรองแพทย์ Fit to Fly หรือ
          3. ใบรับรองแพทย์ผ่านการตรวจไม่ติดโควิด-19 (ไม่เกิน 72 ชั่วโมง)
          4. กรมธรรม์ประกันภัยครอบคลุมโควิด-19 (วงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 USD)
          5. เอกสารยืนยันการจองสถานที่กักตัว
        • มีการคัดกรองจากประเทศต้นทาง (Exit Screening)
      • มาตรการเดินทางถึงหรือระหว่างอยู่ในไทย
        • คัดกรอง
        • ยื่นเอกสาร
        • ใช้ระบบติดตามตามที่กำหนด
        • เข้ารับการกักตัว ไม่น้อยกว่า 14 วัน
        • ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR
          *ก่อนออกจากไทย: ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR โดยออกค่าใช้จ่ายเอง
    • 11.2) ระยะสั้น
      • มาตรการก่อนเดินทางเข้ามาในไทย
        • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง/ชุมชนไม่น้อยกว่า 14 วัน
        • มีเอกสารเพื่อการเดินทางเข้ามาในไทย ได้แก่
          1. หนังสือรับรองการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้ (COE),
          2. ใบรับรองแพทย์ Fit to Fly หรือ
          3. ใบรับรองแพทย์ผ่านการตรวจไม่ติดโควิด-19 (ไม่เกิน 72 ชั่วโมง)
          4. กรมธรรม์ประกันภัยครอบคลุมโควิด-19 (วงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 USD)
          5. หลักฐานที่พำนักและแผนการเดินทางที่ชัดเจน
        • มีการคัดกรองจากประเทศต้นทาง (Exit Screening)
      • มาตรการเดินทางถึงหรือระหว่างอยู่ในไทย
        • คัดกรอง
        • ยื่นเอกสาร
        • ใช้ระบบติดตามตามที่กำหนด
        • เข้ารับการกักตัว ไม่น้อยกว่า 14 วัน
        • ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR
          *ก่อนออกจากไทย: ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR โดยออกค่าใช้จ่ายเอง

สรุปขั้นตอนการเข้าประเทศของ 11 กลุ่ม


ขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทยช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน สหรัฐ (usa)

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส และ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก ได้รับอนุมัติให้จัดทำโควตาส่งคนไทยกลับจากสหรัฐฯ โดยเที่ยวบินที่ได้รับอนุญาตให้ทำการบินรับส่งบุคคลกลับไทย (repatriation flight) ตามข้อยกเว้นของ กพท.

เงื่อนไขบุคคลที่สามารถเดินทางกลับไทยโดยเที่ยวบินพิเศษ

1. บุคคลสัญชาติไทย  (ไม่ใช่บุคคลสัญชาติไทย คลิกที่นี่)
2. ถือหนังสือเดินทางไทย หรือ หนังสือประจำตัว (CI)
3. จัดซื้อตั๋วเครื่องบิน ตามช่องทางและเงื่อนไขที่จัดหาไว้
4. จัดหาใบรับรองแพทย์ (Fit-to-Fly health certificate)
5. เข้ารับการกักกัน 14 วัน ในที่ที่รัฐกำหนดหรือที่กักตัวทางเลือกสรุปขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับผู้ประสงค์เดินทางกลับประเทศไทย

ขั้นตอนที่ 1 – ลงทะเบียนกลับไทย/รับข่าวสารภาวะฉุกเฉิน

  • หากยังไม่เคยลงทะเบียนกลับไทย/รับข่าวสารภาวะฉุกเฉิน สามารถลงทะเบียนได้ที่ thaiembdc.org/emergency reg และดำเนินการในขั้นต่อไปได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการติดต่อกลับจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่
  • หากเคยลงทะเบียนแล้ว ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

ขั้นตอนที่ 2 – ศึกษารายละเอียดเที่ยวบินและติดต่อซื้อตั๋วในช่องทางที่ระบุไว้

  • ให้ศึกษารายละเอียดเที่ยวบินและเงื่อนไขที่ thaiembdc.org/repatflights
  • ติดต่อซื้อหรือเปลี่ยนตั๋วเครื่องบินตามช่องทางและเงื่อนไขที่ระบุไว้เท่านั้น
  • หากท่านติดต่อสายการบินผ่านช่องทางอื่น ท่านจะไม่ถูกนับอยู่ในโควตาคนไทยกลับประเทศ และสายการบินอาจยกเลิกบัตรโดยสารของท่านในภายหลัง

ขั้นตอนที่ 3 – ยื่นขอใบรับรองการเดินทาง และ ใบยินยอมกักตัว

  • เมื่อท่านได้ตั๋วเครื่องบินแล้วให้ยื่นขอใบรับรองการเดินทางได้ที่ thaiembdc.org/intenttoreturnform/
  • ท่านต้องกรอกข้อมูลของท่านและแจ้งยินยอมการกักตัว อัพโหลดไฟล์หนังสือเดินทางไทยและตั๋วเครื่องบิน ทั้งนี้ ผู้ประสงค์จะเลือกกักตัวในสถานที่ควบคุมโรคของรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine: ASQ) ต้องอัพโหลดหลักฐานการสำรองที่พัก ASQ ด้วย
  • สถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ฯ จะทยอยตรวจเอกสารตามลำดับวันเดินทาง และส่งใบรับรองการเดินทางและใบยินยอมกักตัวที่มีลายมือชื่อของท่าน ให้ทางอีเมล ประมาณ 2-3 วันก่อนวันออกเดินทาง
  • ท่านจะต้องพิมพ์และถือติดตัวในวันเดินทางสำหรับการ check-in ขึ้นเครื่องบินที่สหรัฐฯ และการตรวจคนเข้าเมือง

ขั้นตอนที่ 4 – จัดหาใบรับรองแพทย์ Fit-to-Fly

  • จัดหาใบรับรองแพทย์ Fit-to-Fly ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางออกจากสหรัฐฯ (หรือประมาณ 2 วันก่อนวันเดินทาง) โดยศึกษาสถานที่ตรวจและตัวอย่างได้ที่ https://thaiembdc.org/fittofly/

ขั้นตอนที่ 5 – รับใบรับรองและใบยินยอมกักตัว

  • สถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ฯ จะทยอยตรวจเอกสารตามลำดับวันเดินทาง และส่งใบรับรองการเดินทางและใบยินยอมกักตัวที่มีลายมือชื่อของท่าน ให้ทางอีเมล ประมาณ 2-3 วันก่อนวันออกเดินทาง
  • ท่านจะต้องพิมพ์และถือติดตัวในวันเดินทางสำหรับการ check-in ขึ้นเครื่องบินที่สหรัฐฯ และการตรวจคนเข้าเมือง

ขั้นตอนที่ 6 – เอกสารที่ต้องเตรียมในวันเดินทาง

  • เมื่อถึงวันเดินทางให้นำ 1) หนังสือเดินทาง หรือ CI  2) ใบรับรองการเดินทางที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตฯ /สถานกงสุลใหญ่ฯ  3) ใบยินยอมกักตัว 4) Fit-to-Fly พร้อมสัมภาระไปเช็คอิน เพื่อออกเดินทางตามปกติ
  • ให้นำ hardcopy ของเอกสารทุกฉบับติดตัวไปด้วย

ขั้นตอนที่ 7 – กรอกแบบฟอร์ม ต.8

  • ท่านสามารถดาวน์โหลดล่วงหน้าได้ที่ thaiembdc.org/wp-content/uploads/2020/03/T8_form.pdf หรือลงทะเบียนผ่านระบบ phone application ของท่าอากาศยานไทย https://aot-app.kdlab.ai/ หลังจากเช็คอินเรียบร้อยแล้ว

** ทั้งนี้ หากท่านไม่ประสงค์เดินทางโดยเที่ยวบินส่งคนไทยกลับภูมิลำเนา ท่านไม่ต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติมอีก **

รายละเอียดการเดินทางและคำถามที่พบบ่อย

ลงทะเบียนกลับไทย/รับข่าวสารภาวะฉุกเฉินทำไมต้องลงทะเบียนกลับไทยกลับสถานทูต / สถานกงสุลใหญ่

ขณะนี้มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มีการระบาดใหญ่ (Pandemic) ไปทั่วโลก (ตามประกาศขององค์การอนามัยโลก 11 มี.ค. 2563) ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำแนะนำต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยทั้งของตนเองและผู้อื่น รวมทั้งลดผลกระทบในด้านเศรษฐกิจและสังคม ขอความร่วมมือผู้ที่มีแผนจะเดินทางไปประเทศไทยชะลอการเดินทางออกไปก่อน

สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย ขอให้ลงทะเบียนในระบบออนไลน์ของสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่ [registration form] เพื่อแจ้งแผนการเดินทางและเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วน (หากมี) เพื่อให้ส่วนราชการไทยที่เกี่ยวข้องมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการพิจารณาความจำเป็นที่จะให้มีการบินรับส่งบุคคลกลับไทย (repatriation flight) ตามข้อยกเว้นของ กพท. และเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการการเดินทางเข้าประเทศไทยของทุกคนอย่างมีประสิทธิภาพ

ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ยังไม่ได้รับอีเมลยืนยัน และเมื่อไหร่จะได้รับโควตา

เมื่อท่านลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วระบบลงทะเบียนจะส่งอีเมลยืนยันทันที หากท่านไม่ได้รับอีเมล อาจเนื่องมาจากท่านตัวสะกดอีเมลผิดพลาด ขอให้ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอแก้ไขอีเมลในระบบลงทะเบียนที่ protection@thaiembdc.org เนื่องจากท่านไม่สามารถลงทะเบียนซ้ำในระบบได้

เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยและได้รับอีเมลยืนยันแล้ว ท่านสามารถดำเนินการจัดซื้อตั๋วได้ทันทีโดยไม่ต้องรอยืนยันโควตาจากเจ้าหน้าที่

หากเดินทางพร้อมลูก ต้องลงทะเบียนให้ลูก (อายุ 1 ปี) ด้วยหรือไม่ 

ผู้ที่เดินทางทุกคนต้องลงทะเบียน เนื่องจากใช้หนังสือเดินทางและเป็นการเดินทางส่วนบุคคล โดยหากมีบุตร ต้องลงทะเบียนให้บุตรด้วย โดยอาจพิจารณาใช้อีเมลของพ่อ/แม่

สามารถลงทะเบียนในระบบนี้ ให้สมาชิกในครอบครัวที่เป็นชาวต่างชาติได้หรือไม่ และสามารถเข้ากักตัวที่ SQ ด้วยกันได้หรือไม่

ระบบลงทะเบียน thaiembdc.org/emergency reg สำหรับบุคคลไทยที่มีหนังสือเดินทางไทยเท่านั้น หากบุตรยังไม่มีสูติบัตรไทยและหนังสือเดินทางไทย ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่หนังสือเดินทางไทย สำหรับคู่สมรสชาวต่างชาติต้องขอวีซ่าและเอกสารรับรอง COE ที่ thaiembdc.org/visas/ และต้องเข้าพักที่ ASQ เท่านั้น

สามารถลงทะเบียนให้ลูกที่เป็นชาวต่างชาติได้หรือไม่

ระบบลงทะเบียน thaiembdc.org/emergency reg สำหรับบุคคลไทยที่มีหนังสือเดินทางไทยเท่านั้น

หากบุตรยังไม่มีหนังสือเดินทางไทยกรุณาติดต่อ สอท/สกญ ที่ดูแลเขตอาณาของท่าน ล่วงหน้า เพื่อขอรับ หนังสือสําคัญประจําตัว (Certificate of Identity หรือ C.I.)

สำหรับคู่สมรสชาวต่างชาติต้องขอวีซ่าและเอกสารรับรอง COE ที่ thaiembdc.org/visas/ และต้องเข้าพักที่ ASQ เท่านั้น ไม่สามารถให้ชาวต่างชาติเข้าพัก SQ ได้

คู่สมรสชาวต่างชาติสามารถขอเดินทางพร้อมครอบครัวได้หรือไม่

สำหรับคู่สมรสชาวต่างชาติต้องขอวีซ่าและเอกสารรับรอง COE ที่ thaiembdc.org/visas/ และต้องเข้าพักที่ ASQ เท่านั้น

ตามประกาศ กพท. ชาวต่างชาติจะเข้าประเทศไทยได้ ถ้าเข้าข่าย  (1) ได้รับการยกเว้นจากนายกรัฐมนตรีหรือปลัดกระทรวงการต่างประเทศตามความเจำเป็น (2) ผู้ส่งสินค้าตามความจำเป็น ซึ่งต้องเดินทางออกโดยเร็วเมื่อเสร็จภารกิจ (3) นักบินหรือเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องที่ปฏิบัติงาน มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน (4) คณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ หน่วยงานระหว่างประเทศอื่นตามที่กระทรวงการต่างประเทศอนุญาต หรือ ผู้แทนรัฐบาลที่มาปฏิบัติงานในประเทศไทย พร้อมครอบครัว โดยต้องมีหนังสือรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศและใบรับรองแพทย์ Fit to Fly ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง (5) มีใบอนุญาตทำงานหรือได้รับอนุญาตจากทางการไทยให้ทำงานในประเทศไทย และใบรับรองแพทย์ Fit to Fly ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง และ (6) เปลี่ยนเครื่องภายใน 24 ชั่วโมงและมีใบรับรองแพทย์ Fit to Fly บุคคล-11-ประเภทที่ได้รับการยกเว้นเเละเอกสารที่จำเป็น.pdf

สามารถลงทะเบียนให้สมาชิกในครอบครัวที่เป็นชาวต่างชาติได้หรือไม่

ระบบลงทะเบียน thaiembdc.org/emergency reg สำหรับบุคคลไทยที่มีหนังสือเดินทางไทยเท่านั้น หากบุตรยังไม่มีหนังสือเดินทางไทยให้ติดต่อเจ้าหน้าที่หนังสือเดินทางไทย สำหรับคู่สมรสชาวต่างชาติต้องขอวีซ่าและเอกสารรับรอง COE ที่ thaiembdc.org/visas/ และต้องเข้าพักที่ ASQ เท่านั้น

หากคุณได้รับอีเมลแจ้งกำหนดการ แต่ยังไม่พร้อมเดินทาง จะต้องทำอย่างไรบ้าง 

หากท่านไม่ประสงค์เดินทางโดยเที่ยวบินส่วนคนไทยกลับภูมิลำเนารอบนี้ ท่านไม่ต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติมอีก รายชื่อของท่านจะยังคงอยู่ในฐานข้อมูลสถานเอกอัครราชทูตฯ/สถานกงสุลใหญ่ฯ และได้รับการแจ้งเวียนเรื่องโอกาสการเดินทางกลับไทยโดยเที่ยวบินส่งคนไทยกลับภูมิลำเนา (repatriation flight) เมื่อมีโควตารอบถัดไป

ลงทะเบียนกลับไทยและลงทะเบียนขอรับข่าวสารในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน ต่างกันอย่างไร

ไม่ต่างกัน เนื่องจากผู้ลงทะเบียนกลับไทย จะได้รับข่าวสารการจัดทำการบินรับส่งบุคคลกลับไทย (repatriation flight) รวมถึงข้อแนะนำ ประกาศ และคำสั่งของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง กับมาตรการการป้องกันไวรัสโควิด-19 เพื่อเป็นข้อมูลและเป็นประโยชน์สำหรับคนไทยในสหรัฐฯ และผู้ที่กำลังเดินทาง หากไม่ประสงค์จะรับข่าวสารเพิ่มเติม ท่านสามารถเลือกกดหรือแก้ไขในระบบลงทะเบียนได้ติดต่อซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินและเงื่อนไขการซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินหลังจากที่สถานเอกอัครราชทูตฯ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส และ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก ได้รับทราบจำนวนโควตาและวันเดินทางแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการ จัดหาสายการบินและเส้นทางการบินที่มีความเป็นไปได้ในการดำเนินการบินในช่วงวันเดินทางที่รัฐบาลกำหนด โดยสายการบินจะเป็นผู้กำหนดอัตราค่าบัตรโดยสารเที่ยวเดียว (one way ticket) โดยที่อัตราค่าบัตรโดยสารขึ้นอยู่กับเส้นทางที่ใช้ในการเดินทางจากสหรัฐฯ ไปยังประเทศไทย  สำหรับผู้ที่ถือบัตรโดยสารสายการบินที่ตรงกับ repatriation flight จะสามารถเปลี่ยนวันเวลาเดินทางให้สอดคล้องกับโควต้าที่ได้รับมอบหมายได้

สถานเอกอัครราชทูตฯ สถานกงสุลใหญ่ฯ จะไม่รับผิดชอบในการซื้อ/เปลี่ยนตั๋วเครื่องบินในทุกกรณี

ข้อมูลการซื้อ/เปลี่ยนตั๋วเครื่องบิน 

ท่านที่ลงทะเบียนแล้วสามารถติดต่อซื้อตั๋ว/เปลี่ยนตั๋วได้ทางช่องทางและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในที่ thaiembdc.org/repatflights/

หากมีบัตรโดยสารเครื่องบินอยู่แล้ว สามารถเปลี่ยนตั๋วได้หรือไม่

กรณีมีบัตรโดยสารเครื่องบินที่ตรงกับ Repatriation flight อยู่แล้ว โปรดติดต่อสายการบินโดยตรง เพื่อตรวจเช็คว่าเปลี่ยนได้หรือไม่

สามารถเลือกซื้อตั๋ว ไป-กลับหรือตั๋วเที่ยวเดียว กับสายการบิน repatriation flight ได้หรือไม่

เที่ยวบิน repatriation flight จะจัดตั๋วให้ในรูปแบบตั๋วขาเดียว (one way ticket)

การติดต่อเอเย่นต์

โปรดติดต่อเอเย่นต์ที่สายการบินมอบหมายในช่องทางติดต่อที่สายการบินกำหนดแจ้งไว้เท่านั้น ท่านไม่สามารถจองผ่านช่องทางอื่นได้เนื่องจากเที่ยวบินเข้าไทยเป็นเที่ยวบินพิเศษที่ส่งคนไทยกลับเข้าประเทศ (repatriation flight) ที่มีการควบคุมจำนวน ผู้เดินทางเข้าประเทศไทยในแต่ละวัน

เอเย่นต์ติดต่อกลับล่าช้า/ไม่สามารถติดต่อ 

เหตุของการติดต่อเอเย่นต์ไม่ได้ มาจากหลายสาเหตุ เช่น เจ้าหน้าที่เอเย่นต์ได้รับการติดต่อจำนวนมากทั้งอีเมลและโทรศัพท์ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ประสานได้ล่าช้าลง โดยเฉพาะวันที่เปิดโควตาใหม่แต่ละเดือน / ข้อมูลตัวสะกดชื่อนามสกุลในระบบไม่ตรงกับชื่อนามสกุลจริง / มีการเปลี่ยนบัตรโดยสารเดิมทำให้เพิ่มขั้นตอนในการจัดซื้อบัตรโดยสาร / บัตรเครดิตไม่สามารถหักเงินได้

ตั่วเครื่องบินเดือนนี้หมดแล้ว เดือนหน้ามี repatriation flight หรือไม่

หากเที่ยวบินที่ท่านประสงค์เดินทางเต็ม ท่านสามารถเลือกเดินทางด้วยเที่ยวบินอื่น หรือรอโควตาให้เดือนถัดไป ขอให้ติดตามประกาศของของ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ศบค. [www.moicovid.com] และประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย [www.caat.or.th]  โดยท่านสามารถลงทะเบียนขอรับข่าวสารในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินจากสถานเอกอัครราชทูตฯ และกงสุลใหญ่ทั้งสามแห่ง ได้ที่ [registration form]

เอกสารตรวจลงตรา (วีซ่า) ใกล้จะหมดอายุแล้ว แต่ยังไม่ได้รับอีเมลยืนยันเข้าเกณฑ์

โปรดตรวจสอบระยะเวลาที่ท่านได้รับอนุญาตจากทางการสหรัฐฯ ให้พำนักในสหรัฐฯ และหากพบว่าระยะเวลาในการพำนักใกล้จะสิ้นสุดแล้ว หรือยังไม่แน่ใจช่วงเวลาการเดินทางกลับประเทศไทย ขอให้ยื่นคำขอขยายเวลาการพำนักในสหรัฐฯ กับหน่วยงานของสหรัฐฯ ที่เว็บไซต์ http://www.uscis.gov/visit-united-states/extend-your-stay

ในเดือนต่อ ๆ ไป จะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ขอหนังสือรับรองเหมือนเดิมหรือไม่

สำหรับมาตราการและข้อกำหนดการเดินทาง ขอให้ติดตามประกาศของของ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19-ศบค. [www.moicovid.com] และประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย [www.caat.or.th]ใบรับรองการเดินทางและใบยินยอมกักตัว

เมื่อท่านได้ตั๋วเครื่องบินแล้ว ให้ท่านยื่นขอใบรับรองการเดินทาง ได้ที่ลิ้งค์ thaiembdc.org/intenttoreturnform/

โดยการกรอกข้อมูลของท่านและแจ้งยินยอมการกักตัว พร้อมอัพโหลดไฟล์หนังสือเดินทางไทย และตั๋วเครื่องบิน ทั้งนี้ผู้ประสงค์จะเลือกกักตัวในสถานที่ควบคุมโรคของรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine: ASQ) ต้องอัพโหลดหลักฐานการสำรองที่พัก ASQ ด้วย

สถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ทั้ง 3 แห่งในสหรัฐฯ จะจะทยอยตรวจสอบเอกสารตามลำดับวันเดินทางและส่งใบรับรองการเดินทาง พร้อมทั้งใบยินยอมกักตัวที่มีลายมือชื่อของท่าน ให้ท่านทางอีเมลประมาณ 2-3 วันก่อนวันออกเดินทาง โปรดพิมพ์เอกสารทั้งหมดเตรียมไว้การกักกันเฝ้าระวังโรค

ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยตามข้อยกเว้นของ กพท. จะต้องเข้ารับการกักกันเฝ้าระวังโรค (State Quarantine) ในสถานที่ที่รัฐกำหนดเป็นเวลา 14 วัน

(1)  พื้นที่กักกันโรคแห่งรัฐ (State Quarantine)  

ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยตามข้อยกเว้นของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจะต้องยอมเข้ารับการกักกันเฝ้าระวังโรค (State Quarantine) ในสถานที่ที่รัฐกำหนดเป็นเวลา 14 วัน และยินยอมพักสองคนในห้องคู่ในกรณีที่จำเป็น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่พัก อาหารและการตรวจสุขภาพ

(2)  พื้นที่ควบคุมโรคแห่งรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine – ASQ)

หากท่านประสงค์จะเข้าพักในสถานที่ควบคุมโรคของรัฐทางเลือก (ASQ) เพื่อกักตัวและเฝ้าระวังโรคเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งจะต้องรับผิดชอบจัดหาสถานที่จากรายชื่อที่ผ่านการรับรองจากทางการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ขอให้ติดต่อจองห้องพักกับ ASQ โดยตรง และแจ้งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ / สถานกงสุลใหญ่ฯ ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนออกเดินทาง

ขั้นตอนในการจองห้องพักกับ รร. ASQ

1. ให้จองห้องพักตรงกับโรงแรมฯ เมื่อทราบวันที่เดินทางถึงประเทศไทย
2. โรงแรมฯ จะแจ้งไปหน่วยงานที่ท่าอากาศยานทราบและจะส่งรถมารับที่ท่าอากาศยาน (ร.พ. คู่สัญญาจะเป็นผู้มาตรวจสุขภาพ และรักษาหากมีอาการเจ็บป่วย)
3. เมื่อจองห้องพักกับ ASQ เรียบร้อยแล้ว ให้นำหลักฐานการสำรองที่พัก อัพโหลดลงในระบบ พร้อมกับแบบฟอร์มทั้ง 3 ฉบับ:  1.แบบฟอร์มยินยอมกักตัว  2.แบบฟอร์มยินยอมกักตัวทางเลือก  3.หนังสือรับรองไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือสิทธิ

รายชื่อโรงแรมที่ผ่านการตรวจประเมิน ASQ โดยกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงกลาโหม สามารถสืบค้นรายชื่อ และรายละเอียดที่ปรับเพิ่ม ได้ที่

สรุปขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับผู้เดินทางใบรับรองแพทย์ (Fit-to-Fly health certificate)

ท่านต้องจัดหาใบรับรองแพทย์ (Fit-to-Fly health certificate) ที่แพทย์ออกให้ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทางจากสหรัฐฯ เพื่อยื่นให้แก่สายการบินขาออกจากประเทศ

ตามข้อกำหนดล่าสุด ทางการไทยขอความร่วมมือผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยทุกคนกักตัวเอง (self-quarantine) ในที่พักอาศัยเป็นเวลา 14 วันก่อนเดินทาง และหากท่านอยู่ในกลุ่มเสี่ยงโดยพิจารณาจากอาชีพ สถานที่พัก ลักษณะการใช้ชีวิตทางสังคม รวมถึงกิจกรรมประจำวัน ท่านต้องได้รับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 โดยวิธี PCR swab test และหากผลเป็นบวก ท่านจะไม่สามารถเดินทางได้ อนึ่ง ในการประเมินความเสี่ยง ท่านอาจพิจารณาใช้ประโยชน์จากวิธีประเมินตนเองของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ (CDC) ของสหรัฐฯ ที่ https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/testing/diagnostic-testing.html

คำแนะนำสถานพยาบาลที่อาจขอใบรับรองแพทย์ได้
– https://thaiembdc.org/wp-content/uploads/2020/06/คำแนะนำในการขอใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง.pdf  และ

– https://thaiembdc.org/wp-content/uploads/2020/03/รายชื่อแพทย์ที่สามารถออกใบรับรอง-Fit-To-Fly-010420.pdf

ตัวอย่างแบบฟอร์มใบรับรองแพทย์ (Fit to Fly Health Certificate form)

ซึ่งท่านสามารถดาวน์โหลดได้ที่ F2F form or F2F-Form (1)

ตัวอย่างเอกสารที่ไม่ใช่แบบฟอร์มใบรับรองแพทย์ (Fit to Fly Health Certificate form)

แบบฟอร์ม ต.8

ดาวน์โหลดและกรอกแบบฟอร์ม ได้ที่ [แบบฟอร์ม ต.8]  หรือลงทะเบียนผ่านระบบ phone application ของท่าอากาศยานไทย (AOT)  https://aot-app.kdlab.ai/ เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย ผู้เดินทางต้องยื่นแบบฟอร์ม ต.8 ก่อนเข้าประเทศ [อ่านประกาศ]เอกสารที่ใช้ในการเดินทางและข้อแนะนำ

เมื่อถึงวันเดินทางให้นำเอกสารดังต่อไปนี้  (ขอให้พิมพ์ hardcopy ของเอกสารทุกฉบับติดตัวไปด้วย)  พร้อมสัมภาระไปเช็คอินเพื่อออกเดินทางตามปกติ โปรดเดินทางไปสนามบินล่วงหน้าก่อน เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

1)   หนังสือเดินทาง หรือ CI
2)  ใบรับรองการเดินทางที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตฯ /สถานกงสุลใหญ่ฯ
3)  ใบยินยอมกักตัว (หรือใบยินยอมกักตัว รร.ทางเลือก)
4)  ใบรับรองแพทย์ (Fit-to-Fly health certificate)
5)  ใบ ต.8 หรือใช้ ระบบ phone application
6)  หนังสือเดินทางไทย ที่มีอายุมากกว่า 6 เดือน

หากหนังสือเดินทางหมดอายุ

กรุณาติดต่อ สอท/สกญ ที่ดูแลเขตอาณาของท่าน ล่วงหน้าเพื่อขอรับหนังสือสําคัญประจําตัว (Certificate of Identity หรือ C.I.)

ข้อแนะนำการเตรียมสัมภาระเดินทาง

ผู้ที่เดินทางเป็นหมู่คณะควรเตรียมสัมภาระเดินทางแยกรายบุคคล เนื่องจากรัฐบาลไทยจะจัดห้องกักกันตัวเพื่อควบคุมโรคแยกห้อง (ยกเว้นกรณีเด็กเล็ก) จึงอาจทำให้เกิดความไม่สะดวกหากท่านต้องหยิบสัมภาระของท่านจากกระเป๋าของผู้โดยสารท่านอื่นเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย

หากท่านมีโรคประจำตัวหรือปัญหาสุขภาพ

เพื่อให้รัฐบาลไทยจัดเตรียมการอำนวยความสะดวกแก่ทุกท่านที่เดินทางถึงประเทศไทยได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ขอความร่วมมือท่านแจ้งเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตฯ / สถานกงสุลใหญ่ฯ หากท่านมีโรคประจำตัวหรือปัญหาสุขภาพที่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขไทยควรทราบเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง (1) ผู้ป่วยอาการสาหัส อาทิ โรคมะเร็ง (2) ผู้มีอาการป่วยทางจิต (3) หญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอด 3 วันก่อนการเดินทาง โดยขอความร่วมมือแจ้งข้อมูลประวัติการรักษาที่โรงพยาบาลในประเทศไทย (หากมี) ด้วย


Advertisements

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

king9