มติ ฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 เป็น Sinovac ตามด้วยวัคซีน AstraZeneca เป็นเข็มที่ 2

เคาะแล้ว! แนวทางฉีดวัคซีนโควิด สู้สายพันธุ์เดลตา

ที่มา : ผลการประชุม ศบค. 16 ก.ค. 64

ไทยคู่ฟ้า #รวมไทยสร้างชาติ #ร่วมต้านโควิด19

มติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ และคณะกรรมการวิชาการ ฯ ฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 เป็น Sinovac ตามด้วยวัคซีน AstraZeneca เป็นเข็มที่ 2 ระยะห่าง 3 – 4 สัปดาห์

ชัดเจนแล้ว ฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 เป็น Sinovac ตามด้วยวัคซีน AstraZeneca เป็นเข็มที่ 2

1.ฉีด #วัคซีนโควิด19 สลับชนิด โดยเข็มที่ 1 เป็นซิโนแวค เข็มที่ 2 เป็นแอสเซนเนก้า ระยะห่างกัน 3-4 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อกลายพันธุ์ #เดลตา โดยโรงพยาบาลต่างๆ สามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่บุคลากรทางการแพทย์

2.ฉีดวัคซีนแบบบูสเตอร์ โดส (Booster Dose ) ให้วัคซีนเข็มที่ 3 ห่างจากเข็ม 2 ในระยะ 3-4 สัปดาห์ขึ้นไป โดยบุคลากรทางการแพทย์ต้องได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มเกิน 4 สัปดาห์แล้ว จึงจะสามารถฉีดกระตุ้นบูสเตอร์ โดสได้ทันที ซึ่งการบูสเตอร์ โดส จะใช้ #แอสตร้าเซนเนก้า เป็นหลัก เพราะมีข้อมูลทางวิชาการว่า การให้วัคซีนกระตุ้นคนละชนิดจะเป็นผลดีต่อการสร้างภูมิคุ้มกันในบุคคล เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 มากขึ้น

3.ใช้ชุดตรวจ Rapid antigen test ในสถานพยาบาลกว่า 300 แห่ง เร็วๆ และจะอนุญาตให้ประชาชนตรวจได้เองที่บ้านได้ ปัจจุบันมี 24 บริษัท ที่ขึ้นทะเบียน Rapid antigen test กับ อย. แล้ว

4.แนวทางการแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) และแยกกักในชุมชน (Community Isolation) สำหรับผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง ซึ่งทั้งหมดจะมีระบบติดตาม มีเครื่องมือวัดออกซิเจนในกระแสเลือด มียา และอาหาร โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมกับโรงพยาบาลและคลินิกชุมชนอบอุ่นในพื้นที่คอยดูแล

มติคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ และคณะกรรมการวิชาการ ฯ ฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 เป็น Sinovac ตามด้วยวัคซีน AstraZeneca เป็นเข็มที่ 2 ระยะห่าง 3 – 4 สัปดาห์

ต่อมาในวันที่ 14 กรกฎาคม 2564 นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ตามที่การประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 7/2564 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน 1 เข็ม กับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ได้รับวัคซีน Sinovac 2 เข็ม ให้บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ได้รับวัคซีน Sinovac 2 เข็ม ให้ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น 1 เข็ม โดยอาจเป็นวัคซีน AstraZeneca หรือวัคซีนชนิด mRNA อย่างน้อย 4 สัปดาห์หลังจากวัคซีน Sinovac เข็ม 2 และเห็นชอบการให้วัคซีนโควิด 19 สลับชนิด
กรณีการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 เป็น Sinovac ตามด้วยวัคซีน AstraZeneca เป็นเข็มที่ 2 ระยะห่าง 3 – 4 สัปดาห์ ซึ่งสามารถกระตุ้นระดับภูมิคุ้มกันให้สูงและเร็วขึ้น เพื่อให้การป้องกันและควบคุมโรคโควิดด-19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์ของโรค

คกก.วิชาการ ฯ ยืนยัน สนับสนุน “มติที่ประชุมของคกก.โรคติดต่อแห่งชาติ”


ศ.นพ.สมหวัง ด่านชัยวิจิตร ประธานคณะกรรมการด้านวิชาการ กล่าวว่า ผลการประชุมของคณะกรรมการด้านวิชาการ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ

ที่ประชุมยืนยันสนับสนุนมติที่ประชุมของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ซึ่งเห็นชอบการให้วัคซีนโควิด-19 สลับชนิด กรณีการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 เป็น Sinovac ตามด้วยวัคซีน AstraZeneca เป็นเข็มที่ 2 ระยะห่าง 3 – 4 สัปดาห์ โดยจะจัดทำคู่มือแนวทางปฏิบัติ สำหรับหน่วยบริการต่าง ๆ เพื่อสื่อสารให้ประชาชนรับทราบ และมีการติดตาม ประเมินผลการให้วัคซีนแบบสลับชนิดอย่างเป็นระบบ ตามข้อคิดเห็นของผู้แทนองค์การ อนามัยโลก โดยยืนยันว่าการพิจารณานโยบายการให้วัคซีนโควิด-19 ดังกล่าว ใช้ข้อมูลผลการศึกษาวิจัยในประเทศไทยรองรับ และผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการด้านวิชาการฯ และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุดในสถานการณ์ขณะนี้

พิจารณา ว่า WHO ไม่ได้มีข้อขัดแย้งต่อนโยบายของประเทศไทย

ในที่ประชุมได้มีการหารือเพิ่มเติมในประเด็นที่มีการเผยแพร่ข้อความและคลิปวีดิโอจากองค์การอนามัยโลก โดย Dr.Soumya Swaminathan หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ของ WHO โดยมีเนื้อความบางส่วนกล่าวว่า ประชาชนไม่ควรฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยผสมสูตร เนื่องจากจะเกิดความวุ่นวาย หากประชาชนมีโอกาสเลือกตัดสินใจเอง ว่าจะฉีดวัคซีนเข็ม 2 เข็ม 3 และ 4 ได้เมื่อไหร่ และฉีดวัคซีนของผู้ผลิตรายใด แต่หน่วยงานสาธารณสุขสามารถดำเนินการได้ ด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

Dr.Renu Madanlal GARG Acting WHO Representative to Thailand ให้ความเห็นต่อประเด็นดังกล่าวว่า องค์การอนามัยโลกไม่ได้มีข้อขัดแย้งต่อนโยบายของประเทศไทย เป็นการให้คำแนะนำในภาพรวม ถ้าหน่วยงานสาธารณสุขของแต่ละประเทศมีข้อมูลสนับสนุน การเลือกใช้วัคซีนแบบใดแบบหนึ่ง ขึ้นอยู่กับนโยบายและสถานการณ์การระบาด ของแต่ละประเทศ แต่ประชาชนไม่ควรตัดสินใจด้วยตนเอง ควรเป็นการตัดสินใจของหน่วยงานด้านสาธารณสุข สามารถทำได้หากอยู่บนพื้นฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์ และมีข้อเสนอให้มีการติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบ รวมถึงการรวบรวมข้อมูลผลการศึกษา

นอกจากนี้ยังให้ความเห็นว่า ควรให้ความสำคัญกับการเพิ่มความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 ในผู้สูงอายุ และกลุ่มโรคเรื้อรังให้มากที่สุดทั้งนี้ คณะกรรมการด้านวิชาการฯ มีข้อเสนอแนะให้มีการเก็บรวบรวมข้อมูล และนำผลการศึกษาวิจัยมาพิจารณาใช้ประโยชน์ต่อไป ซึ่งปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้ข้อมูลว่า มีความพร้อมในการสนับสนุนการวิจัย ทั้งในด้านการให้วัคซีน การติดตามการกลายพันธุ์ รวมถึงการศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม


ฉีดวัคซีนแอสต้า เข็ม 3 หนาวเหมือนอยู่เกาหลี

แชร์ประสบการณ์การฉีด Astrazeneca เข็มที่ 3 หลังฉีด Sinovac 2 เข็ม

สวัสดี เราคือแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ผู้ทำงานใส่ท่อช่วยหายใจ และรับผู้ป่วยโรคโควิดนอนรอเตียงที่ห้องฉุกเฉิน เราได้รับวัคซีน sinovac 2 เข็มเมื่อ 16 เมย และ 7 พค 64 และทำงานใน รพ ที่มีพยาบาลเสียชีวิตจากการติดโควิด 19 หลังฉีดวัคซีน sinovac 2 เข็มมาแล้ว จากข้อมูลการวิจัยที่พบว่าหลังจากฉีด sinovac ภูมิคุ้มกันจะตกลง 50% หลังฉีดไป 40 วัน และไม่สามารถป้องกันสายพันธุ์เดลต้าได้ ทาง รพ จึงอนุมัติให้ฉีด astrazeneca เข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิต้านทาน จึงได้ไปฉีดมาเมื่อ 12 กค 64 ที่ผ่านมา อยากขอมาแชร์ประสบการณ์หลังฉีดเข็ม 3 ด้วย astrazeneca ดังนี้

  • ฉีดวัคซีน astrazeneca เวลา 16.30 น ของวันที่ 12 กค 64
  • หลังฉีด ปวดแขนบริเวณที่ฉีดนิดหน่อย และเริ่มง่วงๆแบบคนกินยาลดน้ำมูก
  • อาบน้ำเข้านอน กินยา paracetamol กับ dimenhydrinate ก่อนนอนเตรียมไว้
  • ประมาณเที่ยงคืน ตื่นมากลางดึกด้วยอาการหนาวสั่น ดีที่เคยตรวจคนไข้ผลข้างเคียง astrazeneca ไว้เยอะมาก และน้องสาวเคยฉีดมาแล้วเลยบอกอาการคร่าวๆไว้ เลยไม่ค่อยตกใจเท่าไหร่ เตรียมใจมาแล้ว ขนาดเตรียมใจเจอเข้าจริงก็ยังหนาวมาก ขนาดใส่เสื้อกันหนาว ห่มผ้าไว้ ก็ยังสั่น หนาวแบบเหมือนอยู่ขั้วโลก นอนขด เสื้อกันหนาว ผ้าห่ม ไม่ช่วยอะไร ห่มไปก็สั่นอยู่ดี ประหนึ่งนอนกลางหิมะ (แต่ยังไม่เคยไปประเทศมีหิมะ) คำพูดน้องสาวลอยมา
    “หนาวเหมือนอยู่เกาหลี นี่เราอยู่โซลหรอ”
    55555 แล้วก็อดทนนอนหลับไปต่อ
  • ตื่นมาตอนเช้า ทุกอาการคือมาหมด คลื่นไส้ ปวดตัว ปวดหลัง ปวดชายโครง กล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ย เพลียแรง ไม่มีแรงลุกจากเตียง ดีที่ซื้อโจ๊กเซเว่นแช่ในตู้เย็นไว้ เอามาเวฟกินประทังชีวิต
  • ตอนสายๆอาการดีขึ้นเพราะกินพาราดักไว้ทุก 4 ชม คิดว่าไม่เป็นอะไรแล้ว
  • ตอนบ่ายโมง อาการหนาวสั่นมันกลับมาอีก หนาวสั่นสะท้าน ประหนึ่งอยู่ขั้วโลก สั่นจากข้างใน กลับมานอนห่มผ้าเช่นเดิม
  • ก่อนนอนคืนต่อมายังคงหนาว ปวดหัวและปวดตัว มีถ่ายเหลว 2 ครั้ง แล้วอดทนนอนหลับ นอนฟังธรรมหลวงตาสุริยา เรื่องเวทนาไม่ใช่ของเรา ไม่มีเราในเวทนา ( https://youtu.be/MbazAHloZRs ) ทำจิตมองเวทนาไปตามที่หลวงตาเทศน์ คือ ร้อน หนาว ปวดตามตัว แล้วหลับไป กลางคืนมีเหงื่อออกพลั่กๆ
  • รุ่งเช้าอาการทุกอย่างหายเป็นปลิดทิ้ง ประหนึ่งไม่เคยป่วยอะไรมาก่อน กลับมาทำงานได้ตามปกติ รู้ซึ้งถึงคำว่าเวทนาไม่เที่ยง เกิดดับตามกฎไตรลักษณ์แบบที่หลวงตาเทศน์ไว้

เข้าใจผู้ป่วยเลยว่าอาการมันหนักจริง ทรมานมากๆ เลยต้องมาหาหมอกัน แต่จริงๆมันทนได้นะ ถ้าเทียบกับต้องติดโควิดตาย ดังนั้นฉีดๆไปเถอะ ใช้มันทดสอบจิตใจ เพราะเวลาจะตาย เวทนาคงเยอะกว่านี้มากๆ ใช้ทดสอบอารมณ์วิปัสสนาที่เราฝึกไว้ได้ดี กราบขอบพระคุณในความเมตตาของหลวงตาสุริยา ที่ท่านเทศน์เรื่องเวทนาพอดี กราบขอบพระคุณหลวงแม่ แม่ชีรัชดา ที่ได้ให้กำลังใจและคำแนะนำเสมอมา รวมถึงโอกาสในการได้ไปฝึกวิปัสสนา ณ รัชตะธรรมสถาน ขอบคุณน้องสาว ปู ที่ช่วยแนะนำอาการที่จะเกิด ขอให้ทุกๆคนโชคดี ปลอดภัยจากโควิดและผลข้างเคียงจากวัคซีนทุกคน

link การแสดงธรรมหลวงตาสุริยา เรื่องเวทนาไม่ใช่เรา.. ไม่มีเราในเวทนา
รอดจากเวทนามาได้เพราะธรรมะของหลวงตาจริงๆ
(ที่ฟังตอนคืนที่มีเวทนาหนักๆ)