การกักตัว เมื่อไหร่ต้องไปตรวจโควิด และ ควรทำอย่างไร เมื่อทราบผลว่าติดเชื้อโควิด? ฯลฯ

การกักตัว เมื่อไหร่ต้องไปตรวจโควิด และ ควรทำอย่างไร เมื่อทราบผลว่าติดเชื้อโควิด? การเข้ารพ.สนาม ฯลฯ

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

กรมอนามัย แนะ เฝ้าระวัง 14 วัน ออกกำลังกายอยู่บ้าน กินอาหารมีประโยชน์ ปรุงสุก สร้างสุขภาพดี ต้านโควิด-19


นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย  อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ประชาชนที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 และอยู่ในระยะเฝ้าระวัง 14 วัน ควรหากิจกรรมที่ส่งเสริมต่อการสร้างสุขภาพที่ดีด้วยการออกกำลังกายอยู่กับบ้าน และควรทำความสะอาดอุปกรณ์ทั้งก่อนและหลังใช้ออกกำลังกายทุกครั้งด้วยน้ำสบู่หรือแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ แต่หากไม่มีอุปกรณ์หรือสถานที่ อาจเลือกการออกกำลังกายที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มาก เช่น การเดินเร็วรอบ ๆ บ้าน กระโดดเชือก เต้นแอโรบิค โยคะ หรือการออกกำลังกายเพื่อฝึกความแข็งแรงของบอดี้เวท หรือเลือกใช้สิ่งของทดแทน เช่น การยกน้ำหนักโดยใช้ขวดน้ำแทน รวมถึงการทำงานบ้าน การเดิน  เปิด YouTube ดูตัวอย่างการออกกำลังกายที่สามารถทำตามได้ทันทีโดยแต่ละครั้งขอให้ได้ถึงระดับที่เหนื่อยพอพูดเป็นประโยคสั้น ๆ ได้ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 30 นาที หรือสมัครเข้าร่วมโครงการก้าวท้าใจ Season 3 โดยลงทะเบียนผ่าน Line @Thnvr ก็เป็นอีกหนึ่ง  ทางเลือกเพื่อการออกกำลังกายสร้างสุขภาพดี

ในส่วนของการกินอาหารในช่วงต้องเฝ้าระวัง 14 วัน นั้น สิ่งสำคัญคือ    เลือกกินอาหารปรุงสุกใหม่ ถูกหลักโภชนาการ ยึดหลักการกินแบบครบหมู่ และเลือกกินอาหารเสริมภูมิคุ้มกัน ซึ่งประกอบด้วยวิตามินและสารอาหารต่าง ๆ เช่น อาหารที่มีวิตามินซี จะช่วยการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการขจัดเชื้อโรค ช่วยต้านภูมิแพ้ พบได้ในผักและผลไม้ต่าง ๆ เช่น ฝรั่ง มะขามป้อม มะเขือเทศ คะน้า พริกเขียวหวาน  ส่วนอาหารที่มีวิตามินอีซึ่งมีสารช่วยต้านอนุมูลอิสระ พบในน้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันรำข้าวมะม่วง มะขามเทศ บรอกโคลี ผักโขม มะเขือเทศ เป็นต้น และอาหารที่วิตามินดี ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน พบในน้ำมันตับปลา ปลา เช่น ปลาตะเพียน ปลานิล ปลาทับทิม  ไข่แดง  ตับ นม เห็ด

“สำหรับอาหารประเภทที่เก็บได้นาน เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อาหารหมักดอง และอาหารตากแห้งนั้นอาหารเหล่านี้มักจะมีโซเดียมสูง จึงควรงดการปรุงรสด้วยเครื่องปรุงรสในอาหารชนิดนี้เพิ่มในขณะที่ปรุงอาหารและกินในปริมาณที่ไม่มากเกินไป ส่วนเนื้อสัตว์แช่แข็งให้นำมาวางไว้ในช่องธรรมดาก่อนเพื่อให้มีการคลายความเย็น ไม่ควรนำอาหารแช่แข็งไปแช่น้ำร้อนจะทำให้คุณค่าทางอาหารลดลง เมื่อปรุงอาหารเสร็จแล้วควรกินภายใน  4 ชั่วโมง และต้องคอยอุ่นอาหารเพื่อป้องกันอาหารบูดเสีย แต่หากสั่งแบบเดลิเวอรี เตรียมภาชนะรองรับอาหารให้พร้อม เช่น กล่องหรือโต๊ะพับได้ ขณะออกจากบ้านต้องสวมหน้ากากทุกครั้ง  ยืนห่างจากผู้ให้บริการเดลิเวอรีอย่างน้อย  1 เมตร เลือกจ่ายค่าบริการด้วยวิธี e–payment หรือเตรียมเงินสดให้พอดีเพื่อลดความเสี่ยงในสัมผัสเงินทอน และหมั่นล้างมือบ่อย ๆ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

เมื่อไหร่ต้องไปตรวจโควิด-19

เมื่อไหร่ต้องไปตรวจโควิด-19

เมื่อไหร่ต้องไปตรวจโควิด-19

ระหว่างรอผลตรวจ Covid-19 ควรทำอย่างไร

ควรทำอย่างไร เมื่อทราบผลว่าติดเชื้อโควิด?

ผู้ติดเชื้อโควิดที่ทราบผลเป็นบวกและรอการประสานเตียง ควรกักตัวรออยู่ที่เดิม ไม่เคลื่อนย้ายตนเองไปที่อื่น ให้อยู่ที่ประจำ
ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการติดตาม หรือติดต่อเพื่อช่วยเหลือ ให้เข้าสู่ระบบการรักษาต่อไป โดยจะมีรถเครือข่ายหน่วยบริการไปรับ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร สายด่วน สปสช.1330 (ตลอด 24 ชั่วโมง)

ควรทำอย่างไร เมื่อทราบผลว่าติดเชื้อโควิด?

ลงทะเบียนหาเตียงรักษา COVID-19 อีกหนึ่งช่องทางโดยแอดไลน์ @sabaideebot

ผู้ป่วยที่มีผลยืนยันการติดเชื้อเป็นบวก
สามารถขอความช่วยเหลือลงทะเบียนหาเตียงในการรักษา COVID-19
ได้อีกหนึ่งช่องทางโดยแอดไลน์ @sabaideebot (สบายดีบอต)
ใส่ข้อมูลและรอการติดต่อกลับ
-ชื่อ
-ผลตรวจแล็บ
-เลขบัตรประจำตัวประชาชน
-เบอร์โทรศัพท์
-ที่อยู่
เนื่องจากมีการติดต่อสายด่วน 1669 1668 1330 เป็นจำนวนมาก
อาจเกิดความล่าช้าในการให้บริการ

@sabaideebot

เบอร์ 1669, 1668, 1330 มีคู่สายจำกัดแยกให้ชัดโทรเรื่องอะไร

“ติดเชื้อโควิด 19” ต้องการหาเตียง

“ติดเชื้อโควิด 19” ต้องการหาเตียง

ทราบผลติดโควิด ควรดำเนินการอย่างไร

หากท่านเป็นผู้ที่เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด 19 และทราบผลว่า “ติดเชื้อโควิด 19” ควรดำเนินการ ดังต่อไปนี้

  1. เตรียมเอกสารส่วนตัว เช่น บัตรประชาชน, ผลตรวจโควิด จากนั้นแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ของตนเอง ให้กับหน่วยงานที่รับเรื่องเพื่อติดต่อเข้ารับการรักษา
    ☎️ ช่องทางการติดต่อเพื่อประสานหาเตียงมี ดังนี้
    สายด่วนกรมการแพทย์ 1668
    (ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-22.00 น.)
    -สายด่วนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 1330
    (ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง)
    สายด่วน 1669 (ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง)
    📱สำหรับช่องทางการหาเตียงในเขตกรุงเทพและปริมณฑล สามารถเพิ่มเพื่อนทางแอพลิเคชั่น Line @sabaideebot จากนั้นคลิก ”ลงทะเบียนหาเตียง” ได้เลยค่ะ
  2. งดออกจากที่พักหรือเดินทางข้ามจังหวัด
    ❌ ผู้ใดฝ่าฝืน ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 34 มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
  3. งดใกล้ชิดครอบครัวและบุคคลอื่น
  4. สวมแมสก์ตลอดเวลาและแยกของใช้ส่วนตัวจากผู้อื่นทันที
    😷 ทั้งนี้ขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าผู้ติดเชื้อมีความเสี่ยงในการที่จะแพร่เชื้อไปสู่คนอื่น ซึ่งนโยบายหลักของประเทศไทย ผู้ติดเชื้อยังคงต้องเข้าสู่ระบบการรักษาในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม เพื่อจะได้มีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดและป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อไปสู่บุคคลอื่น

สายด่วนที่ใช้สำหรับอำนวยความสะดวกและให้คำปรึกษาในช่วงสถานการณ์โควิด-19

– สายด่วน สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร 0 2203 2393 หรือ 0 2203 2396 หรือ 0 2203 2883 และ 0 2245 4964 
(ตลอด 24 ชั่วโมง)
– สายด่วน Website BKK COVID-19 0 2203 2393 และ 0 2203 2396 ให้บริการเวลา 08.00 – 20.00 น.
– สายด่วนผู้ที่มีอาการป่วยเข้าเกณฑ์โรค COVID-19 ติดต่อศูนย์เอราวัณ กทม. 1646 
แจ้งข้อมูลผู้ที่คาดว่าได้สัมผัสกับผู้ป่วยหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ COVID-19
– ศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน (EOC) 097 046 7549
– สายด่วนกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 1422

ทราบผลติดโควิด ควรดำเนินการอย่างไร

นโยบายการส่งต่อผู้ติดเชื้อโควิด-19ในกรุงเทพมหานคร

นโยบายการส่งต่อผู้ติดเชื้อโควิด-19ในกรุงเทพมหานคร จำแนกตามอาการของผู้ติดเชื้อ

นโยบายการส่งต่อผู้ติดเชื้อโควิด-19

🤢 สีเขียว ส่งต่อ โรงพยาบาลสนาม/Hospitel 🟩
🤒 สีเหลือง ส่งต่อ โรงพยาบาลรัฐหรือเอกชน 🟨
🥵 สีแดง ส่งต่อ โรงพยาบาลรัฐหรือเอกชน 🟥

ปัจจุบันการคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 ถูกแบ่งเป็น 3 ระดับ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการแบ่งระดับอาการผู้ป่วยว่า ได้มีการแบ่งระดับอาการผู้ป่วยเป็นสีเขียว สีเหลือง สีแดง ดังนี้

กลุ่มสีเขียว คือ ผู้ป่วยอาการไม่มาก หรือไม่มีอาการ หรืออาการน้อยๆ ไม่มีโรคร่วม อาการดีหมด จะส่งไปยังรพ.สนาม หรือฮอสพิเทล โดยจะถูกดูแลโดยกรมการแพทย์ 

กลุ่มสีเหลือง คือ มีอาการแต่ไม่รุนแรง แต่มีอาการเหนื่อยหอบ หายใจเร็ว มีปัจจัยเสี่ยงอาการรุนแรงหรือโรคร่วม เช่น อายุมากกว่า 60 ปี โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคปอดเรื้อรังอื่นๆ ไตเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหัวใจแต่กำเนิด โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานที่คุมไม่ได้ ภาวะอ้วน น้ำหนักเกิน 90 กิโลกรัม ตับแข็ง ภูมิคุ้มกันต่ำ และเม็ดเลือดขาวน้อยกว่า 1000

กลุ่มสีแดง คือ มีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก เอกซเรย์พบปอดอักเสบรุนแรง มีภาวะปอดบวม ความอิ่มตัวของเลือดน้อยกว่า 96% หรือลดลงของออกซิเจนมากกว่า 3% หลังออกแรง ของค่าที่วัดได้ในครั้งแรกที่ออกแรง

เตียงผู้สำหรับการรักษาตัวมี 4  ส่วน คือ 1. เตียงของรพ.เอกชน 2. เตียงของรพ.ในสังกัดกทม. 3.เตียงของรพ.สังกัดกรมการแพทย์ 4.เตียงในรพ.สังกัดมหาวิทยาลัย

รู้ไว้ก่อนไปโรงพยาบาลสนาม

ข้อปฏิบัติเมื่อผู้ป่วย โควิด-19 ต้องเข้าพักในโรงพยาบาลสนาม

รู้ไว้ก่อนไปโรงพยาบาลสนาม

ข้อปฏิบัติของโรงพยาบาลสนาม 

กรมควบคุมโรคให้ข้อมูลว่า การเข้าพักรักษาตัวในรพ.สนาม หรือโรงพยาบาลนั้นมีความต่างกันไม่มาก โดยจะเน้นไปที่ข้อปฏิบัติของโรงพยาบาลสนาม แบ่งเป็นข้อปฏิบัติต่างๆ ดังนี้ 

ข้อปฏิบัติของโรงพยาบาลสนาม 

1. จัดเตรียมอุปกรณ์ของใช้ส่วนตัวมาเอง 

ช้อน ส้อม แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ ยาสระผม ผ้าเช็ดตัว ยาประจำตัว และชุดเสื้อผ้าตามความเหมาะสม (ทางโรงพยาบาลสนามบางแห่งมีชุดการเตรียมชุดไว้ให้ อาจจะเตรียมแต่ชุดขากลับเท่านั้น)

2. สิ่งที่ห้ามนำเข้าที่พัก 

ทรัพย์สินมีค่า อุปกรณ์การเล่นพนัน บุหรี่ สารเสพติด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาวุธ ของมีคม 

3. ห้ามนำอาหาร และเครื่องดื่มทุกชนิดเข้ามาในที่พัก 

4. .ให้พักในอาคารตลอดเวลา และไม่ให้ออกจากที่พัก 

5. ห้ามย้าย สลับ หรือแลกเตียง 

6. สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา อาบน้ำ และเปลี่ยนชุดใหม่ทุกวัน 

7. ทิ้งขยะในที่ที่จัดวางไว้ให้ และปิดฝาทุกครั้ง 

8. งดรับประทานอาหารร่วมกัน รวมถึงพูดคุยใกล้ชิด หรือจับกลุ่มทำกิจกรรม

9. ร่วมกันทำความสะอาด

10. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม เช่นมีไข้สูง ไอมากขึ้น เหนื่อย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ 

คําแนะนําในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 (COVID-19) สําหรับสถานพยาบาล 

ประกาศกรมการแพทย์

เรื่อง คําแนะนําในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 (COVID-19) สําหรับสถานพยาบาล 

กรมการแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเห็นว่า ควรปรับแนวทางการดูแลผู้ป่วย ดังนี้

๑. ผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่ไม่มีอาการ ให้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือสถานที่ที่รัฐจัดให้เป็น ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑๐ วัน นับจากวันที่ตรวจพบเชื้อ และให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านต่ออีกเป็นระยะเวลา๑๔ วัน

๒. ผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่มีอาการน้อย ให้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลไม่น้อยกว่า ๑๐ วัน นับจากวันที่มีอาการ เมื่อครบกําหนดแล้วหากยังมีอาการ ให้อยู่รักษาต่อเนื่องในโรงพยาบาล หรือ สถานที่ที่รัฐจัดให้จนไม่มีอาการอย่างน้อย ๒๔-๔๘ ชั่วโมง และให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านต่ออีกเป็น ระยะเวลา ๑๔ วัน

ทั้งนี้ ในระหว่างการพักฟื้นที่บ้าน ให้ผู้ป่วยปฏิบัติตัวตามคําแนะนําที่ได้รับก่อนกลับบ้านอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ให้โรงพยาบาลมีระบบติดตามอาการเพื่อให้เกิดความมั่นใจและปลอดภัยต่อผู้ป่วย รวมถึงผู้ใกล้ชิดเป็นระยะๆ ทุกวันจนครบกําหนด หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ผู้ป่วยสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ หรือ โรงพยาบาลได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๔

#ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19

#ศูนย์ข้อมูลCOVID19

สปสช. แจ้ง รายชื่อหน่วยรับคัดกรอง โควิด-19 ทั่วประเทศ ตรวจฟรี! 

สปสช. แจ้ง รายชื่อหน่วยรับคัดกรอง โควิด-19 ทั่วประเทศ ตรวจฟรี! เมื่อมีอาการตามเกณฑ์ครอบคลุมทุกสิทธิรักษา

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แจ้ง”รายชื่อหน่วยรับคัดกรอง COVID-19″ ทั่วประเทศ สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง ที่มีอาการตามหลักเกณฑ์ สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ครอบคลุมทุกสิทธิการรักษาทั้งสิทธิประกันสังคม สิทธิข้าราชการ สิทธิบัตรทอง และสิทธิสุขภาพอื่นๆ 

ตรวจสอบรายชื่อหน่วยรับคัดกรองโควิด-19 ได้โดยสแกน QR Code ตามภาพ หรือที่  https://www.nhso.go.th/page/covid19

สอบถามเพิ่มเติม

สายด่วน สปสช. โทร.1330 ( 24 ชั่วโมง)

สายด่วน กรมควบคุมโรค โทร.1422 ( 24 ชั่วโมง)

TAXI สำหรับภารกิจรับส่งผู้ป่วย COVID-19 โรงพยาบาลราชวิถี

ให้บริการผู้ป่วยจากโรงพยาบาลราชวิถีและสถานพยาบาลอื่นๆ

ตามที่ร้องขอ โดยสามารถ สแกน QR Code

แจ้งความจำนงค์ขอรับบริการล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง