ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการฯ รอบใหม่ ใช้เกณฑ์รายได้ครัวเรือน

คลังเตรียมเปิด ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการฯ รอบใหม่ ใช้เกณฑ์รายได้ครัวเรือน

กระทรวงการคลัง เตรียมเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่

เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิ ให้สามารถเข้ามาสมัครได้ ส่วนกลุ่มเดิมที่มีบัตรสวัสดิการฯ อยู่แล้วจะต้องเข้าร่วมคัดกรองคุณสมบัติใหม่เพื่อรับสิทธิได้เช่นกัน

.ขณะเดียวกัน จะปรับคุณสมบัติใหม่ให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยตัวจริง และป้องกันการแอบอ้างสิทธิ เช่น

ปรับเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำจากเดิมกำหนดไว้คนละไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ให้ใช้เป็นเกณฑ์รายได้ครัวเรือนแทน

รวมถึงจะนำทรัพย์สินมาเป็นเกณฑ์พิจารณาด้วย เช่น บ้าน ที่ดิน หรือสลากออมทรัพย์ต่าง ๆ

ส่วนระยะเวลาการเปิดลงทะเบียน จะดูความเหมาะสมกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อลดการรวมกลุ่มในช่วงการลงทะเบียน และเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค

สำหรับการลงทะเบียนรอบใหม่ มีเงื่อนไขเบื้องต้น

1. เปิดให้ผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิ์เข้ามาลงทะเบียน 
2. จะมีกลุ่มตกหล่นจากมาตรการของรัฐที่ผ่านมาที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น กรณีไม่มีสมาร์ทโฟน สามารถเข้าร่วมบัตรคนจนได้อีกกว่า 2 ล้านราย 
3. ผู้ที่ได้รับสิทธิ์เดิมมีจำนวน 13.65 ล้านคน ก็ยังต้องมาลงทะเบียนใหม่ เพราะกระทรวงการคลังจะมีการปรับเงื่อนไขผู้ได้รับสิทธิ์ ให้มีความเหมาะสมมากขึ้น เกณฑ์การลงทะเบียนรอบใหม่

ผู้สมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

– มีสัญชาติไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป
– ว่างงานหรือมีรายได้ส่วนตัวไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
– ไม่มีทรัพย์สินทางการเงิน (เงินฝากธนาคาร,สลากออมสิน, สลากธ.ก.ส.,พันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ ) ถ้ามีทรัพย์สินดังกล่าวจะต้องมีรวมกันไม่เกิน 100,000 บาท
– รายได้ต่อครัวเรือน จะนำมาพิจารณา

ลงทะเบียนมีขั้นตอน ดังนี้

1. ธนาคาร  ธกส.,ออมสิน,กรุงไทย
2.แสดงบัตรประชาชน
3.กรอกแบบฟอร์มแจ้งข้อมูลส่วนตัว รายได้ ทรัพย์สิน และหนี้สินของตน
4.เก็บหลักฐานไว้เพื่อยืนยันการลงทะเบียน

สำหรับสิทธิของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีดังนี้

  • เงินสำหรับซื้อสินค้าในร้านค้าประชารัฐ คนละ 200 บาท และ 300 บาทต่อเดือน ตามเกณฑ์รายได้ โดยผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี ได้รับเงินช่วยเหลือ 300 บาทต่อเดือน ผู้ที่มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาทต่อปี แต่ไม่เกิน 100,000 บาท จะได้รับเงิน 200 บาทต่อเดือน
  • เงินเพิ่มกำลังซื้อ เงินเยียวยาพิเศษช่วยเหลือบัตรสวัสดิการทั่วประเทศได้คนละ 200 บาท ใช้ซื้อสินค้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือร้านค้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 3 วันที่ 1 ก.ย.64 จำนวน 200 บาท
  • เงินช่วยเหลือค่าเดินทางรถโดยสารสาธารณะ (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้) รถเมล์ รถไฟฟ้า และรถไฟฟ้าใต้ดิน คนละ 500 บาทต่อเดือน
  • ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 45 บาท ต่อ 3 เดือน ใช้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการประชารัฐเท่านั้น
  • เงินคืนภาษี ร้อยละ 5 สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เติมเงินเข้าบัตร แล้วใช้เงินจากบัตรรูดซื้อสินค้าและบริการผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านค้าเอกชนอื่น ๆ ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยรัฐจะคืนภาษี VAT 5% ให้ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเงินส่วนนี้สามารถนำบัตรคนจนไปกดเป็นเงินสดออกมาใช้ หรือรูดซื้อของตามร้านธงฟ้าฯ และร้านค้าอื่น ๆ ที่ร่วมโครงการได้ผู้ที่เติมเงินเข้าบัตรคนจน แล้วใช้จ่ายเงินซื้อของจะได้รับเงินภาษี VAT 5% คืนเข้าบัตรตามยอดการใช้จ่าย เช่น จ่ายผ่านบัตรฯ 100 บาท คืน VAT 5% เข้าบัตรฯ 5 บาท
  • ช่วยเหลือค่าไฟฟ้า 230 บาทหนึ่งครัวเรือนได้หนึ่งสิทธิ กรณีใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน ให้ใช้สิทธิ์ค่าไฟฟ้าฟรีตามมาตรการปัจจุบัน กรณีที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วย/เดือน ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้สิทธิ์ตามมาตรการนี้ ในวงเงิน 230 บาท/ครัวเรือน/เดือน หากใช้เกินวงเงินที่กำหนด ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะต้องเป็นผู้จ่ายค่าไฟฟ้าทั้งหมด
  • ค่าน้ำประปา จำนวน 100 บาท ซึ่งจะต้องใช้น้ำไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้ หากผู้ถือบัตรคนจนใช้น้ำประปาเกินวงเงิน 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน จะต้องเป็นผู้จ่ายค่าน้ำประปาเองทั้งหมด
  • เบี้ยความพิการเพิ่มเติม 200 บาท ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 เป็นต้นไป สืบเนื่องจาก ครม. มีมติให้เพิ่มเบี้ยความพิการอีก 200 บาท รวมเป็น 1,000 บาท/เดือน สำหรับผู้พิการที่อายุ 18 ปีขึ้นไป และมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กดเป็นเงินสดออกมาใช้ได้ กดที่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทย

ล่าสุด สศค.อยู่ระหว่างปรับปรุงเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ คาดว่า ภายในเดือนต.ค.นี้ จะมีข้อสรุปอย่างแน่นอน โดยในเบื้องต้นจะพิจารณาหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเพิ่มเติม  ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มวงเงินช่วยเหลือค่าน้ำ และค่าไฟ จากปัจจุบันช่วยเหลืออยู่คนละ 230-300 บาทต่อเดือน ส่วนจะปรับเพิ่มเป็นอัตราเท่าใด รวมถึง การเพิ่มสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับสวัสดิการอื่นๆนั้น  จะต้องรอสศค.สรุปและเสนอให้คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมพิจารณา เพื่อเสนอครม.อนุมัติก่อน

ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลการจ่ายเงินได้ที่ Call Center บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร. 0 2109 2345 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-17.30 น. หรือที่กรมบัญชีกลาง โทร. 0 2270 6400 ในวัน-เวลาราชการ


เรื่องที่เกี่ยวข้อง