เลื่อนจ่าย เบี้ยยังชีพ คนแก่-ผู้พิการ 10 ล้านคน หลัง อปท.ไม่มีเงินจ่าย

ผู้สูงอายุ และ ความพิการ ได้รับเบื้ยยังชีพ

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ โดยเงินช่วยเหลือเป็นขั้นบันได ตั้งแต่ 600 บาท -1,000 บาทต่อเดือน หากผู้สูงอายุที่ยังไม่เคยลงทะเบียนก็สามารถติดต่อสอบถามไปที่ อบต.,เทศบาลที่อยู่ปัจจุบัน

กลุ่มความพิการ ได้รับมีเบี้ยเงินพิการ 800 บาทต่อเดือน และตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป คนพิการ ที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมไปถึงเด็กพิการทุกคนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี จะปรับเพิ่มเบี้ยความพิการจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาท ผู้พิการท่านใดที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนรับเบี้ยคนพิการ ให้ติดต่อสอบถามที่อบต./เทศบาล หรือสำนักงานเขต

เดิมต้องจ่ายเบี้ยยังชีพประจำเดือนกันยายน คือ 10 ก.ย.นี้

ปฎิทินการจ่ายเดิม 10 ก.ย. 2563

สาเหตุจ่ายเงินผู้สูงอายุ และผู้พิการ ล่าช้า ( ยกเว้นกรุงเทพฯ และพัทยา)

สาเหตุมาจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ไม่มีงบประมาณจึงไม่ได้มีการโอนงบประมาณดังกล่าวมาให้กรมฯ ส่งผลให้ไม่สามารถจ่ายเบี้ยทั้ง 2 ประเภทให้กับผู้สูงอายุ และผู้พิการใน 76 จังหวัดทั่วประเทศได้ทันตามกำหนดในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ยกเว้นกรุงเทพฯ และพัทยา

จ่ายเงินให้ภายในวันอังคารที่ 22 กันยายน

นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กรณีการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเงินเบี้ยความพิการให้คนพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำเดือนกันยายน 2563 มีความจำเป็นต้อง เลื่อนการจ่ายเงิน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณจากรายการอื่นมาจ่ายเป็นเงินเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุแล้ว โดยจะเร่งรัดจ่ายเงินให้แล้วเสร็จภายในวันอังคารที่ 22 กันยายน 2563 นี้.

ขณะที่ นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้แจ้งทางหน้าเพจ facebook ท้องถิ่นไทย นั้น

กรมบัญชีกลาง ขอเรียนว่า ตามขั้นตอนการดำเนินการ กรมบัญชีกลางจะต้องตรวจสอบงบประมาณ เพื่อเบิกจ่ายให้ผู้มีสิทธิตามปฏิทินการจ่าย แต่เมื่อตรวจสอบ งบประมาณในเดือนกันยายน 2563 พบว่าไม่เพียงพอ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)จึงต้องจัดสรรเพิ่ม กรมบัญชีกลางจึงจะสามารถจ่ายได้

ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางห่วงใยและเข้าใจในความจำเป็นของผู้มีสิทธิทุกท่าน เมื่อ สถ.ได้รับงบประมาณเรียบร้อยแล้วกรมบัญชีกลางจะดำเนินการจ่ายให้ผู้มีสิทธิอย่างเร่งด่วนต่อไป ภายในเดือน กันยายน 2563 ทั้งนี้ ขอให้ติดตามข่าวจาก facebook กรมบัญชีกลาง อย่างใกล้ชิด หรือ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง 02 270 6400 ในวัน เวลาทำการ


เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ได้เงินเท่าไหร่ 

ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป กรมบัญชีกลาง จะจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้าบัญชีเงินฝากของผู้มีสิทธิ์โดยตรง ซึ่งจะจ่ายให้ทุกวันที่ 10 ในแต่ละเดือน หากเดือนใดวันที่ 10 ตรงกับวันหยุดราชการ จะจ่ายในวันทำการ ก่อนวันหยุดนั้น ๆ

การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปัจจุบัน จะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นรายเดือนต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ตลอดชีวิต โดยเป็นอัตราเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดตามช่วงอายุ ดังนี้  
          – อายุ 60-69 ปี ได้รับเงิน 600 บาท/เดือน  
          – อายุ 70-79 ปี ได้รับเงิน 700 บาท/เดือน  
          – อายุ 80-89 ปี ได้รับเงิน 800 บาท/เดือน  
          – อายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับเงิน 1,000 บาท/เดือน 

ที่มา : http://www.dop.go.th/th/know/side/1/1/274


ผู้มีสิทธิ์ได้รับเงิน เบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ

  • จะต้องมีสัญชาติไทย และมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตองค์กรปกครองตามทะเบียนบ้าน
  • จะต้องมีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • จะต้องไม่เคยรับสิทธิ์ใด ๆ มาก่อน ไม่ว่าจะจากหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ อาทิเช่น เงินบำนาญ เบี้ยหวัด หรือหากคุณอยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองใด ๆ ที่ได้รับเงินเดือนหรือมีผลประโยชน์เป็นค่าตอบแทนที่ได้เป็นประจำ ก็ถือว่าไม่มีสิทธิ์รับเงิน เบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ

ผู้ที่สามารถลงทะเบียนรับเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ 2563 ได้ ต้อง

  • มีสัญชาติไทย มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และต้องไม่เคยลงทะเบียนเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุมากก่อน หรือไม่เคยรับสิทธิ์ใด ๆ มาก่อนเช่นกัน
  • สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 59 ปี สามารถลงทะเบียนได้ล่วงหน้าในปี 2563 เพื่อที่จะรับเงินในปี 2564 โดยจะต้องเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน 2504 ถึงจะลงทะเบียนล่วงหน้าได้นะคะ แต่หากผู้สูงอายุไม่มีข้อมูลที่ระบุในทะเบียนราษฎรเกี่ยวกับวันเกิดที่แน่ชัด ทราบเพียงแต่ปีเกิดนั้น ให้ถือว่า วันที่ 1 มกราคม เป็นวันเกิดค่ะ
  • หากคุณมีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเคยลงทะเบียนไว้แล้ว แต่มีการย้ายภูมิลำเนา จะต้องลงทะเบียนใหม่ในภูมิลำเนาที่ย้ายมาใหม่
  • ผู้ที่เคยลงทะเบียนไว้แล้ว ไม่จพเป็นต้องลงใหม่ทุกปี เว้นแต่มีการย้ายภูมิลำเนา หรือมีข้อมูลที่ต้องแก้ไขบ้างอย่าง

ลงทะเบียนรับเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ ได้ที่ไหน

  • หากคุณอยู่ในเขตกรุงเทพฯ สามารถไปยื่นได้ด้วยตนเอง หรือมอบสิทธิ์ให้ปผู้อื่นไปยื่นแทนได้ค่ะ แต่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยนะคะ โดยสามารถไปยื่นได้ที่สำนักงานเขตที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านนั้น ๆ
  • หากคุณอาศัยอยู่ที่ต่างจังหวัด สามารถยื่นได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือ สำนักงานเทศบาล ที่ขึ้นอยู่กับภูมิลำเนาของคุณหรือที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านนั้น ๆ ค่ะ

ช่วงเวลาการลงทะเบียนในการรับเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ

จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงดังนี้

  1. การลงทะเบียนในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2563: สำหรับผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน 2504
  2. การลงทะเบียนในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2563: เป็นการลงทะเบียนล่วงหน้า เพื่อที่จะรับเงินในปี 2564

เอกสารที่ต้องเตรียมในการลงทะเบียนรับเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ

  1. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง หรือหากไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน จะต้องมีบัตรหรือเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานรัฐที่มีรูปถ่าย
  2. ทะเบียนบ้านตัวจริง และถ่ายสำเนามา 1 ฉบับ
  3. สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารตัวจริง ที่เป็นประเภทออมทรัพย์ และถ่ายสำเนามา 1 ฉบับ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

king9