คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับลงทะเบียนคนละครึ่ง
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

กรณีเป็นผู้ประกอบการนิติบุคคล สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้หรือไม่
นิติบุคคลที่สามารถเข้าร่วมโครงการประกอบด้วย
1) นิติบุคคลตาม พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 พ.ร.บ. สหกรณ์ พ.ศ. 2542
2) ผู้ให้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะ
3) นิติบุคคลขนาดเล็ก (ภ.ง.ด. 50 รอบบัญชีปี 2567 ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 2568)
ขั้นตอนการลงทะเบียนร้านค้าบนเว็บไซต์ หัวข้อ เบอร์โทรศัพท์ ต้องเป็นหมายเลขเดียวกันกับเบอร์ที่สมัครถุงเงินหรือไม่
ต้องใช้เบอร์โทรศัพท์เดียวกันกับที่สมัครแอปฯ ถุงเงิน
การรับเงินค่าสินค้า และบริการ สามารถรับผ่านบัญชีออมทรัพย์ธนาคารอื่นได้หรือไม่
การรับเงินจากโครงการ รับผ่านบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทยเท่านั้น
ส่วนที่ 1 เงินส่วนประชาชนชำระ (G Wallet): จะได้รับ 1 วันถัดไปนับจากวันที่ทำรายการ เวลา 02.00 น. เป็นต้นไป
ส่วนที่ 2 เงินส่วนของภาครัฐ: จะได้รับ 1 วันถัดไปนับจากวันที่ทำรายการ เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป
ร้านค้าจดทะเบียนในรูปแบบบุคคลธรรมดา แต่มีการขายแฟรนไชส์ เช่น ชานมไข่มุก ขายซูชิ ขายน้ำปั่น เจ้าของร้านที่ไปซื้อแฟรนไชส์มา สามารถลงทะเบียนได้หรือไม่
สามารถลงทะเบียนได้ ยกเว้นกรณีที่เป็นธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่เป็นเฟรนไชส์และธุรกิจบริการ (ยกเว้นนวด สปา ทำเล็บ ทำผม) จะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้
ร้านค้าเดิมที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ที่ใช้แอปถุงเงินอยู่แล้ว จำเป็นต้องแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการใหม่หรือไม่
ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ให้อัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดและต้องทำการกดยอมรับเงื่อนไขโครงการบนแบนเนอร์โครงการคนละครึ่ง พลัส บนแอปฯ ถุงเงินก่อน
ร้านค้าสามารถปฏิเสธการใช้สิทธิ์ของประชาชนได้หรือไม่
ตามเงื่อนไขและข้อตกลงการเข้าร่วมโครงการ ร้านค้าไม่สามารถปฏิเสธการรับสิทธิจากประชาชนได้
ร้านค้าใหม่ หากต้องการเข้าร่วมโครงการ มีขั้นตอนอย่างไร
1. มีบัญชีธนาคารกรุงไทย และสมัครเป็นร้านค้าถุงเงินสำเร็จ
2. เตรียมบัตรประจำตัวประชาชน และรูปถ่ายร้านค้าที่มีรูปเจ้าของขณะประกอบกิจการ
3. ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร ไปยื่นสมัครกับหน่วยงานดังนี้
3.1 หน่วยงานกระทรวงมหาดไทย (แบบฟอร์ม สำหรับเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย)
– ร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป
– ร้านค้า/บริการของวิสาหกิจชุมชน และ OTOP
– สามล้อถีบ
– ร้านทำผม ทำเล็บ
3.2 หน่วยงานธนาคารกรุงไทย (แบบฟอร์ม สำหรับเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย)
– ผู้ประกอบการขนส่งที่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ (เช่น TAXI-METER รถตู้โดยสารสาธารณะ รถจักรยานยนต์สาธารณะ เป็นต้น)
– ร้านให้บริการนวดสปา ที่มีใบอนุญาตสถานประกอบการ
– ร้านค้านิติบุคคลขนาดเล็ก (ภ.ง.ด. 50) รอบบัญชีปี 2567 ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 2568*
4.นำเอกสารที่ได้รับการรับรองเรียบร้อยแล้ว ติดต่อ ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ
หมายเหตุ: * เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567 ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป หรือให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ทั้งนี้ ผู้ให้บริการนวด สปา หรือผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
กรณีร้านค้าต้องการยกเลิกเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส
สามารถเข้าไปทำรายการได้ที่ www.ถุงเงินกรุงไทย.com ที่แถบเมนู “จัดการร้านค้า”
****************************************
วิธีใช้งานถุงเงิน
ระบบปฏิบัติการโทรศัพท์มือถือรุ่นใดที่สามารถรองรับการใช้งานแอปฯ ถุงเงินได้
สมาร์ทโฟนที่มีระบบปฏิบัติการ Android Version 10.0 ขึ้นไป และระบบ iOS Version 15.0 ขึ้นไป
ร้านค้าได้รับเงินจากโครงการคนละครึ่ง พลัส อย่างไร
ร้านค้าถุงเงินที่เข้าร่วมโครงการได้รับเงิน ดังนี้
1) รับสิทธิผ่าน QR ถุงเงินที่มือถือ:
ระบบโอนเงินเข้าบัญชีร้านค้าที่ผูกกับแอปฯ ถุงเงิน แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
ส่วนที่ 1 : เงินส่วนของประชาชน ที่ชำระผ่าน G Wallet ตั้งแต่เวลา 02:00 น. เป็นต้นไป
ส่วนที่ 2 : เงินสมทบจากภาครัฐ ตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป
2) รับสิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี:
ระบบโอนเงินเข้าบัญชีร้านค้าที่ผูกกับแอปฯ ถุงเงิน แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
ส่วนที่ 1 : เงินส่วนของประชาชน ที่ชำระผ่าน G Wallet ใน 3 วันถัดไปนับจากวันทำรายการ ตั้งแต่เวลา 02:00 น. เป็นต้นไป
ส่วนที่ 2 : เงินสมทบจากภาครัฐ ใน 3 วันถัดไปนับจากวันทำรายการ ตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป
ร้านค้าถุงเงินสามารถเริ่มรับเงินสิทธิได้เวลาที่โมง
ร้านค้าถุงเงินคนละครึ่ง พลัส
1) ร้านทั่วไป สามารถรับเงินสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 2568 ในช่วงเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2568 (สิ้นสุดโครงการ)
2) ร้านที่รับสิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรี่ เริ่มใช้จ่ายวันที่ 7 พ.ย. 2568 สามารถรับเงินสิทธิได้ในช่วงเวลา 06.00 – 21.00 น.
ร้านค้าที่ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส ต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถรับสิทธิจากประชาชนได้
ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการหลังได้รับแจ้งเตือนจากโครงการฯ
1. อัพเดทแอปฯ ถุงเงิน เวอร์ชั่นล่าสุด (ตรวจสอบการอัพเดทบน App Store หรือ Play Store)
2. กดปุ่ม คนละครึ่ง พลัส
3. กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส
4. ปุ่มคนละครึ่ง พลัส เป็นพื้นหลังสีน้ำเงิน
5. เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส สำเร็จ
ร้านค้าถุงเงินสามารถนำ QR ที่สร้างจากแอปฯ ถุงเงิน มาปรับติดไว้ที่ร้านค้าเพื่อรอรับเงินจากโครงการคนละครึ่ง พลัส ได้หรือไม่
ไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก QR รับเงินของร้านค้ามีอายุการใช้งานจำกัด ร้านค้าต้องสร้างรายการรับเงินจากสิทธิคนละครึ่ง พลัส 1 ครั้งต่อ 1 รายการ
วิธีการรับเงินจากสิทธิ์โครงการคนละครึ่ง พลัส ทำอย่างไร
ขั้นตอนการรับเงินจากประชาชนที่ใช้สิทธิคนละครึ่ง พลัส
1. เข้าใช้งานแอปฯ ถุงเงิน
2. กดปุ่ม คนละครึ่ง พลัส
3. ระบุจำนวนเงินที่ต้องการรับจากการขายสินค้า
4. กดสร้าง QR เพื่อรับเงิน
5. แสดง QR ที่สร้าง เพื่อให้ลูกค้าสแกนจากแอปฯ เป๋าตัง
6. รอรับการแจ้งเตือนเงินเข้าบนแอปฯ ถุงเงิน
7. รับเงินสำเร็จ โปรดตรวจสอบรายการเงินเข้าบนแอปฯ ถุงเงิน
สามารถตรวจสอบรายการรับเงินได้อย่างไรบ้าง
สามารถตรวจสอบรายการรับเงินบนแอปถุงเงินได้ 2 วิธี ดังนี้
วิธีที่ 1 : เมนู “รายการวันนี้”
วิธีที่ 2 : เมนู “สรุปยอด” (ย้อนหลังรายวัน/รายเดือน)
