ทริปเที่ยวน่าน 4 วัน 3 คืน #2 จากปัว ดอยสะกาดดอยภูคา ถึงบ่อเกลือ

ทริปเที่ยวน่าน 4 วัน 3 คืน (ตอนที่2) ขึ้นดอยชมธรรมชาติสีเขียว ที่ดอยภูคา และ ดอยสกาด วันนี้พักที่บ่อเกลือสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ นอนฟังเสียงนกร้อง และน้ำไหล

ที่พักน่าน อ.เมือง และ ปัว

ทริปเที่ยวน่าน วันที่สองในปัว เมืองน่าน เมื่อคืนนี้นอนหลับสบายกับที่นอนนุ่ม นอนสบาย มีเสียงไก่ขันเป็นนาฬิกาปลุก แทนมือถือตัวเดิม ได้เวลาอาหารเช้าของโรงแรม 07.00-10.00 น. และบรรยากาศยามเช้า (สาย)

ปัวเดอวิวบูติครีสอร์ท

อากาศเมืองปัวดีมาก สูดอากาศได้เต็มปอดดี มีทุ่งนา ภูเขา ต้นไม้ เป็นฉากหลังไกลๆ เป็นวันที่สดชื่นเสียจริงๆ หากอยู่บ้าน ต้องพยายามลุกจากที่นอนเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน แต่วันนี้ลาพักร้อนนินะ ชิลไปเที่ยวกัน

ปัวเดอวิวบูติครีสอร์ท

เมืองปัว  อยู่ห่างจากอำเภอเมืองน่าน 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า  คำว่า “ปัว” เพี้ยนมาจาก “พลัว”   ปัว เป็นเมืองสีเขียวในหุบที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติแสนงดงาม ปัวมีคนหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งคนไทลื้อ ชาวไทยภูเขา เผ่าม้ง เมี่ยน และลัวะ คนส่วนใหญ่เป็นชาวไทลื้อที่มีประเพณีและวัฒนธรรมเป็นของตนเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการแต่งกายแบบพื้นบ้านอย่าง เช่น ผ้าทอไทลื้อ ที่สร้างชื่อมาช้านานกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอำเภอนี้ 

Pua De View Boutique Resort : โรงแรมปัวเดอวิวบูติครีสอร์ท

ห้องอาหารของโรงแรมตั้งอยู่ชั้นล่าง มีโต๊ะและเก้าอีกไม้ ให้แขกได้นั่งกินอาหารเช้า ส่วนอาหารเช้าก็มีไม่เยอะแต่ก็อิ่มอร่อยดี มีชา กาแฟ โอวัลติน ไส้กรอก ไข่ดาว ข้าวผัด สลัดผัก ข้าวต้มหมูใส่เห็ด

ปัวเดอวิวบูติครีสอร์ท

อิ่มอร่อยแล้วก็ไปถ่ายรูปเล่นกันบริเวณสนามหญ้า สวนเล็กๆ ใกล้สระว่ายน้ำ มีเปล เก้าอี้ให้นั่งแบบสบายๆ กับเมฆและภูเขาเขียวเข้มในหน้าฝนเป็นฉากหลัง


เช็คราคาที่พัก


10.05 น. กินข้าวเสร็จถ่าย ขึ้นไปเตรียมตัว หยิบกระเป๋าตังค์ กุญแจรถไปเที่ยววัดภูเก็ตกัน ซึ่งอยู่ใกล้โรงแรมขับรถไม่เกิน 10 นาที แต่ระหว่างเลี้ยวรถ …. หยุดๆ ขอถ่ายรูปที่กำแพงเมืองเก่าของปัวก่อน ผ่านมา 2 รอบทำไมไม่เห็นนะ หรือมาถึงมืด

กำแพงเมืองเก่าปัว อยู่ตรง 4 แยก ทางไปวัดภูเก็ต วัดอยู่ตรงข้ามโรงแรมปัวเดอวิว บูติค
กำแพงเวียงวรนคร (เมืองพลัว)

กำแพงอิฐแดงโบราณ ซึ่งได้สร้างแนวกำแพงใหม่บนรอยกำแพงเดิม เป็นสถานที่ที่ดูแล้วมีความคลาสสิคแบบโบราณไปในตัว ซึ่งบอกเล่าได้ว่า เมืองนี้ชื่อ เวียงวรนคร หรือ เมืองพลัว ๑๘๒๕ -๑๙๐๖

พระยาภูคาได้สร้างเมืองปัวโบราณหรือเมืองวรนครเพื่อให้ เจ้าขุนฟอง พระราชบุตรบุญธรรมมาปกครอง คำว่า เบ็งสกัด หมายถึง สิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดจากบ่อดินที่ใช้ไม้แหย่ลงไปแล้วขาดเป็นท่อน ๆ เหมือนมีอะไรมากัดให้ขาด และมีแสงเกิดขึ้นในคราวเฉลิมฉลอง

กำแพงตั้งอยู่ข้าง “วัดพระธาตุเบ็งสกัด” ซึ่งมีอายุกว่า 700 ปี ซึ่งทางกรมศิลปากร ได้บูรณะซ่อมแซมให้สวยงามเหมือนเดิม วัดนี้เป็นวัดแห่งเดียวที่สร้างโดยราชวงศ์ภูคา

ต่อจากกำแพงเก่า วัดพระธาตุเบ็งสกัด เราเดินทางไป “วัดภูเก็ต”

บันไดทางขึ้นวัดภูเก็ต

อุโบสถวัดภูเก็ต เป็นโบสถ์ทรงล้านนาประยุกต์ เป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อแสนปัว หรือ หลวงพ่อพุทธเมตตา” ที่มีศักดิ์สิทธิ์ หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกทางอุทยานแห่งชาตภูคา

และผนังโบสถ์ตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังสามมิติ ซึ่งกล่าวถึงประวัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ใช้สีได้สวยงานมีมติและโด่ดเด่นมาก

วัดภูเก็ต  ถือว่าเป็นวัดที่มีภูมิทัศน์และวิวที่สวยงาม สวยงามทั้งด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ วัดภูเก็ตตั้งอยู่บนเนินเขา จึงชื่อว่า “ภู” ส่วน “เก็ต” เป็นชื่อหมู่บ้านเก็ต ไม่ได้มีใครจากภูเก็ตที่ไหนมาสร้างวัดนี้หรอก เป็นวัดที่อยู่บนภูในหมู่บ้านเก็ต

การไปทำบุญที่วัดภูเก็ต ช่วงเดินเข้าวัดจะมีพ่อๆอุย กลุ่มอนุรักษ์ดนตรีพื้นบ้าน มานั่งเล่นซอเพลงล้านนา ซึ่งได้บรรยากาศเมืองเหนือมาก ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของวัดภูเก็ต

ในช่วงฤดูทำนา ณ จุดชมวิวบนวัดภูเก็ต เราจะได้เห็นไร่นาเขียวขจีห้อมล้อมด้วยขุนเขาพร้อมสายหมอกบางๆ และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเมืองปัว ท่ามกลางขุนเขาแห่งอุทยานแห่งชาติดอยภูคาสูงตระหง่าอยู่เป็นฉากหลัง ระเบียงภาพทุ่งท้องนาเขียวขจีที่สวยงามและเป็นจุดเด่นของเมืองปัว

หลังจากถ่ายรูปบนระเบียงชมวิววัดภูเก็ตเสร็จ ก็ขับรถออกจากซุ้มประตูวัดและเลี้ยงซ้ายลงมาบริเวณพื้นล่างหน้าจุดชมวิว เพื่อไปอุดหนุน “ร้านฮัก นากาแฟ” ซึ่งสร้างเป็นซุ้มไผ่มุงจาก มีซุ้มขายกา่แฟและสระน่้ำเลี้ยงปลา มีเส้นทางน้ำไหลผ่าน

พร้อมทำทางเดินลักษณะเป็นไม้ไผ่นำมาขัดกันเป็นทางยกระดับ พร้อมมีซุ้มหรือเพิงพักไม้ไผ่ให้นั่งจิ๊บกาแฟ และให้นักเที่ยวได้เข้าไปเก็บภาพและสัมผัสวิวท้องนาและแนวดอยภูคาได้อย่างใกล้ชิด

ร้านฮัก นากาแฟ เน้นขายเมล็ดกาแฟ ซึ่งจากที่ชิมกาแฟที่นี้ รสชาดจะเข้มมาก ดูสีกาแฟก็รู้ หากคออ่อนอาจต้องของความหวานและนม-ครีมเทียมเพิ่ม และดูดแก้วนี้หมด จะขับรถถึงดอยภูคาโดยไม่ง่วงแน่นอน

ถ่ายรูปชิมกาแฟฮักนากาแฟเสร็จ ก็ขับรถออกมาทางร้านกลุ่มหัตถกรรมทอผ้าและหมู่บ้าน ซึ่งอยู่กันเรียบง่าย และเท่าที่สังเกตมีการสร้างร้านกาแฟริมทุ่งนาและที่พักบนเนินเขาหลายแห่ง ซึ่งในเดือนตุลาคมเป็นต้นไปปัวคงจะคุกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว

จากวัดภูเก็ตและร้านฮักนากาแฟ เดินทางกลับมายังโรงแรมที่พัก เพื่อพักผ่อนและเคลียร์งานที่ตามมา จองโรงแรมที่พักคืนที่สองที่บ่อเกลือ เพื่อไม่ต้องกังวลเรื่องที่พัก พร้อมเก็บของใช้เสื้อผ้าลงกระเป๋า และ Check out เพื่อรับค่ามัดจำกุญแจคิน 300 บาท เป็นค่ามื้อเที่ยงวันนี้

เคลียร์งานก่อนเดินทางต่อ เพราะดอยสะกาดและภูคา คงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ตเป็นช่วง ๆ
รูปติดที่ผนังทางขึ้นโรงแรม

ดอยสกาด หมู่บ้านบนดอย มีทั้งอบต.สกาด โรงเรียน ไปรษณีย์ ฯลฯ

ชุมชนสกาดไกลๆ จากจุดนี้ขับรถไป 7 นาทีน่าจะได้

ตอนแรกก็ไม่รู้จักดอยสกาดหรอก แต่เนื่องจากนั่งดู Google map ดอยสกาดอยู่ไม่ไกล และมีวังน้ำปัวอยู่ใกล้ ดูเส้นทางแล้วก็ไม่ไกล มาถึงปัวแล้วลองขับรถไปหน่อย ต้องระวังขับเลยทางเข้า เพราะเป็นแยก 3 ทาง ต้องขับหักศอกไปทางซ้ายจะมีป้ายเขตดอยสกาด หากมีเวลาอยากให้ลองขับรถขึ้นไป ไม่อันตราย แม้จะไม่มีบ้านชาวบ้านระหว่างทางจนถึงอบต.สกาด

ชาวบ้านส่วนใหญ่ปลูกพืชเชิงเดี๋ยว คือข้าวโพด

ถนนสภาพใช้ได้ดี แต่ไม่เหมาะกับการขับเร็ว เพราะมีโค้งขึ้นลงเป็นช่วง ๆ แต่วิวทิศน์ถือว่าสวยงาม ขึ้นไปมีที่พักใหญ่อยู่ 1 – 2 ที่ นอกนั้นเป็นบ้านของชาวบ้าน ที่ทำห้องให้นักท่องเที่ยวไปพัก

สถานที่ท่องเที่ยวบนดอยสกาด :

ดอยภูหวด เป็นยอดดอยที่สูงที่สุด บนยอดดอยมองเห็นทิวทัศน์ได้รอบทิศทาง

น้ำตกสันสกาด

น้ำตกสกาด เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยน้ำปัวที่ตกจากผาสูง มีความสวยงามที่ตกลงมาตามความลดหลั่นของหน้าผาที่เป็นภูเขาและมีต้นไม้นานาพันธ์ที่สวยงามมาก

บ้านพัก โฮมสเตย์ มีดังนี้

 “สกาดดี โฮมสเตย์” กับ “บ้านจักษ์กะพัฒน์” อยู่ต้นทางเข้าบ้านสกาด 

1 สกาดดี โฮมสตย์  หมู่3 ค่าที่พัก850/คน โทรศัพท์ 0830846411 สกาดดี โฮมสเตย์ มีห้องพัก อาหารสองมื้อเย็นกับเช้า ชุดดริปกาแฟ เราสามรถนั่งชิลจิบชากาแฟ บริเวณระเบียงพร้อมชมวิวหมู่บ้าน บนขุนเขาสกาด ราคาเข้าพัก 850-1,500 บาท ต่อคน ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าพัก / นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เข้าพัก สามารถใช้บริการร้านกาแฟและชมวิวได้
เฟซบุ๊ก Skaddee homestay สกาดดีโฮมสเตย์

2 จาวดอย โฮมสเตย์  หมู่3ค่าที่พัก 850/คน โทรศัพท์ 0856267857
3 สกาด คอฟฟี่  หมู่3 ค่าที่พัก850/คน โทรศัพท์ 0985846961
4 บ้านพิทักไพร โฮมสเตย์ หมู่3 ค่าที่พัก850/คน โทรศัพท์ 0895612883
5 อุ่นไอ ใบเมี่ยง หมู่2 ค่าที่พัก850/คน โทรศัพท์0658978636
6 ภูกอกโฮมสเตย์ หมู่4 ค่าที่พัก 850/คน โทรศัพท์0623863622

7 บ้านจักษ์กะพัฒน์ หมู่3 ค่าที่พัก850/คน โทรศัพท์ 0967206902
พิกัด : ตำบลสกาด อำเภอปัว จังหวัดน่าน
แผนที่ : https://goo.gl/maps/wtmRPe1E5ebq6YB98

กรณีประสบปัญหาระหว่างทาง ติดต่อ : อบต.สกาด อ.ปัว จ.น่าน อบต. 05-4798-675 , 05-4798-528 เพราะระหว่างทางจะไม่มีบ้านของชาวบ้าน

ทริปนี้ขับรถไปถึงสนามฟุตบอลในโรงเรียนสกาดพัฒนา ซึ่งทางขึ้นโรงเรียนสกาดพัฒนาจะชันหน่อย แต่ไปถึงประมาณเที่ยง น้องๆนักเรียนกำลังเล่นบอลกัน จึงไม่มีที่จอด ซึ่งเป็นโรงเรียนมีร้านกาแฟเล็ก แต่วันนั้นไม่เปิด และน่าจะเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม

ถึงโรงเรียนสกาดพัฒนา ก็ขับรถลงมา ซึ่งจะแวะวังน้ำปัว ซึ่งเป็นถนนดินลูกรังแข็งพอสมควร แต่ระหว่างทางมีดินสไลด์ลงเข้าปิดทาง ต้องถอยรถออกและหาพิ้นที่กว้างพอสำหรับกลับรถ คิดในใจกล้าเข้าไปนะ

ซึ่งหากดินไม่สไลด์ปิดทาง หากเข้าไปน้ำก็คงไม่ใสเหมือนตัวอย่างตูบน้ำปัว 2 รูปนี้ ซึ่งหน้าท่องเที่ยวมีที่พักให้ด้วย เหมาะกับการมากางเต้นท์นอนฟังเสียงน้ำไหลและชมไอหมอก คงได้บรรยากาศมาก – ขอบคุณที่มารูปของ : Nueng An