ทริปเที่ยวน่าน จากปัว ดอยสกาด ดอยภูคา ถึงบ่อเกลือ

ทริปเที่ยวน่าน 4 วัน 3 คืน (ตอนที่2) ขึ้นดอยชมธรรมชาติสีเขียว ที่ดอยภูคา และ ดอยสกาด วันนี้พักที่บ่อเกลือสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ นอนฟังเสียงนกร้อง และน้ำไหล

ขึ้นดอยสกาด ขึ้นทางเดิม ลงทางเดิม แบ้วจึงไปดอยภูคา – บาอเกลือ (ทางลัด GPS สกาด – บ่อเกลือ ไม่มี เข้าป่านะ)

ที่พักน่าน อ.เมือง และ ปัว

ทริปเที่ยวน่าน วันที่สองในปัว เมืองน่าน เมื่อคืนนี้นอนหลับสบายกับที่นอนนุ่ม นอนสบาย มีเสียงไก่ขันเป็นนาฬิกาปลุก แทนมือถือตัวเดิม ได้เวลาอาหารเช้าของโรงแรม 07.00-10.00 น. และบรรยากาศยามเช้า (สาย)

ปัวเดอวิวบูติครีสอร์ท

อากาศเมืองปัวดีมาก สูดอากาศได้เต็มปอดดี มีทุ่งนา ภูเขา ต้นไม้ เป็นฉากหลังไกลๆ เป็นวันที่สดชื่นเสียจริงๆ หากอยู่บ้าน ต้องพยายามลุกจากที่นอนเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน แต่วันนี้ลาพักร้อนนินะ ชิลไปเที่ยวกัน

ปัวเดอวิวบูติครีสอร์ท

เมืองปัว  อยู่ห่างจากอำเภอเมืองน่าน 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า  คำว่า “ปัว” เพี้ยนมาจาก “พลัว”   ปัว เป็นเมืองสีเขียวในหุบที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติแสนงดงาม ปัวมีคนหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งคนไทลื้อ ชาวไทยภูเขา เผ่าม้ง เมี่ยน และลัวะ คนส่วนใหญ่เป็นชาวไทลื้อที่มีประเพณีและวัฒนธรรมเป็นของตนเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการแต่งกายแบบพื้นบ้านอย่าง เช่น ผ้าทอไทลื้อ ที่สร้างชื่อมาช้านานกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอำเภอนี้ 

Pua De View Boutique Resort : โรงแรมปัวเดอวิวบูติครีสอร์ท

ห้องอาหารของโรงแรมตั้งอยู่ชั้นล่าง มีโต๊ะและเก้าอีกไม้ ให้แขกได้นั่งกินอาหารเช้า ส่วนอาหารเช้าก็มีไม่เยอะแต่ก็อิ่มอร่อยดี มีชา กาแฟ โอวัลติน ไส้กรอก ไข่ดาว ข้าวผัด สลัดผัก ข้าวต้มหมูใส่เห็ด

ปัวเดอวิวบูติครีสอร์ท

อิ่มอร่อยแล้วก็ไปถ่ายรูปเล่นกันบริเวณสนามหญ้า สวนเล็กๆ ใกล้สระว่ายน้ำ มีเปล เก้าอี้ให้นั่งแบบสบายๆ กับเมฆและภูเขาเขียวเข้มในหน้าฝนเป็นฉากหลัง


เช็คราคาที่พัก


10.05 น. กินข้าวเสร็จถ่าย ขึ้นไปเตรียมตัว หยิบกระเป๋าตังค์ กุญแจรถไปเที่ยววัดภูเก็ตกัน ซึ่งอยู่ใกล้โรงแรมขับรถไม่เกิน 10 นาที แต่ระหว่างเลี้ยวรถ …. หยุดๆ ขอถ่ายรูปที่กำแพงเมืองเก่าของปัวก่อน ผ่านมา 2 รอบทำไมไม่เห็นนะ หรือมาถึงมืด

กำแพงเมืองเก่าปัว อยู่ตรง 4 แยก ทางไปวัดภูเก็ต วัดอยู่ตรงข้ามโรงแรมปัวเดอวิว บูติค
กำแพงเวียงวรนคร (เมืองพลัว)

กำแพงอิฐแดงโบราณ ซึ่งได้สร้างแนวกำแพงใหม่บนรอยกำแพงเดิม เป็นสถานที่ที่ดูแล้วมีความคลาสสิคแบบโบราณไปในตัว ซึ่งบอกเล่าได้ว่า เมืองนี้ชื่อ เวียงวรนคร หรือ เมืองพลัว ๑๘๒๕ -๑๙๐๖

พระยาภูคาได้สร้างเมืองปัวโบราณหรือเมืองวรนครเพื่อให้ เจ้าขุนฟอง พระราชบุตรบุญธรรมมาปกครอง คำว่า เบ็งสกัด หมายถึง สิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดจากบ่อดินที่ใช้ไม้แหย่ลงไปแล้วขาดเป็นท่อน ๆ เหมือนมีอะไรมากัดให้ขาด และมีแสงเกิดขึ้นในคราวเฉลิมฉลอง

กำแพงตั้งอยู่ข้าง “วัดพระธาตุเบ็งสกัด” ซึ่งมีอายุกว่า 700 ปี ซึ่งทางกรมศิลปากร ได้บูรณะซ่อมแซมให้สวยงามเหมือนเดิม วัดนี้เป็นวัดแห่งเดียวที่สร้างโดยราชวงศ์ภูคา

ต่อจากกำแพงเก่า วัดพระธาตุเบ็งสกัด เราเดินทางไป “วัดภูเก็ต”

บันไดทางขึ้นวัดภูเก็ต

อุโบสถวัดภูเก็ต เป็นโบสถ์ทรงล้านนาประยุกต์ เป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อแสนปัว หรือ หลวงพ่อพุทธเมตตา” ที่มีศักดิ์สิทธิ์ หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกทางอุทยานแห่งชาตภูคา

และผนังโบสถ์ตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังสามมิติ ซึ่งกล่าวถึงประวัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ใช้สีได้สวยงานมีมติและโด่ดเด่นมาก

วัดภูเก็ต  ถือว่าเป็นวัดที่มีภูมิทัศน์และวิวที่สวยงาม สวยงามทั้งด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ วัดภูเก็ตตั้งอยู่บนเนินเขา จึงชื่อว่า “ภู” ส่วน “เก็ต” เป็นชื่อหมู่บ้านเก็ต ไม่ได้มีใครจากภูเก็ตที่ไหนมาสร้างวัดนี้หรอก เป็นวัดที่อยู่บนภูในหมู่บ้านเก็ต

การไปทำบุญที่วัดภูเก็ต ช่วงเดินเข้าวัดจะมีพ่อๆอุย กลุ่มอนุรักษ์ดนตรีพื้นบ้าน มานั่งเล่นซอเพลงล้านนา ซึ่งได้บรรยากาศเมืองเหนือมาก ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของวัดภูเก็ต

ในช่วงฤดูทำนา ณ จุดชมวิวบนวัดภูเก็ต เราจะได้เห็นไร่นาเขียวขจีห้อมล้อมด้วยขุนเขาพร้อมสายหมอกบางๆ และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเมืองปัว ท่ามกลางขุนเขาแห่งอุทยานแห่งชาติดอยภูคาสูงตระหง่าอยู่เป็นฉากหลัง ระเบียงภาพทุ่งท้องนาเขียวขจีที่สวยงามและเป็นจุดเด่นของเมืองปัว

หลังจากถ่ายรูปบนระเบียงชมวิววัดภูเก็ตเสร็จ ก็ขับรถออกจากซุ้มประตูวัดและเลี้ยงซ้ายลงมาบริเวณพื้นล่างหน้าจุดชมวิว เพื่อไปอุดหนุน “ร้านฮัก นากาแฟ” ซึ่งสร้างเป็นซุ้มไผ่มุงจาก มีซุ้มขายกา่แฟและสระน่้ำเลี้ยงปลา มีเส้นทางน้ำไหลผ่าน

พร้อมทำทางเดินลักษณะเป็นไม้ไผ่นำมาขัดกันเป็นทางยกระดับ พร้อมมีซุ้มหรือเพิงพักไม้ไผ่ให้นั่งจิ๊บกาแฟ และให้นักเที่ยวได้เข้าไปเก็บภาพและสัมผัสวิวท้องนาและแนวดอยภูคาได้อย่างใกล้ชิด

ร้านฮัก นากาแฟ เน้นขายเมล็ดกาแฟ ซึ่งจากที่ชิมกาแฟที่นี้ รสชาดจะเข้มมาก ดูสีกาแฟก็รู้ หากคออ่อนอาจต้องของความหวานและนม-ครีมเทียมเพิ่ม และดูดแก้วนี้หมด จะขับรถถึงดอยภูคาโดยไม่ง่วงแน่นอน

ถ่ายรูปชิมกาแฟฮักนากาแฟเสร็จ ก็ขับรถออกมาทางร้านกลุ่มหัตถกรรมทอผ้าและหมู่บ้าน ซึ่งอยู่กันเรียบง่าย และเท่าที่สังเกตมีการสร้างร้านกาแฟริมทุ่งนาและที่พักบนเนินเขาหลายแห่ง ซึ่งในเดือนตุลาคมเป็นต้นไปปัวคงจะคุกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว

จากวัดภูเก็ตและร้านฮักนากาแฟ เดินทางกลับมายังโรงแรมที่พัก เพื่อพักผ่อนและเคลียร์งานที่ตามมา จองโรงแรมที่พักคืนที่สองที่บ่อเกลือ เพื่อไม่ต้องกังวลเรื่องที่พัก พร้อมเก็บของใช้เสื้อผ้าลงกระเป๋า และ Check out เพื่อรับค่ามัดจำกุญแจคิน 300 บาท เป็นค่ามื้อเที่ยงวันนี้

เคลียร์งานก่อนเดินทางต่อ เพราะดอยสะกาดและภูคา คงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ตเป็นช่วง ๆ
รูปติดที่ผนังทางขึ้นโรงแรม

ดอยสกาด หมู่บ้านบนดอย มีทั้งอบต.สกาด โรงเรียน ไปรษณีย์ ฯลฯ

ด่วน!! เจ้าหน้าที่ สภ ปัว ฝากมา ..วิ่งเส้นทางปกติ ปัว – ภูคา – บ่อเกลือ นะ อย่าเขื่อ GPS

กระจายข่าวให้นักท่องเที่ยวว่า นักท่องเที่ยวที่อยู่สกาด แล้วจะไปบ่อเกลือต่อ ให้ย้อนกลับมาทางเดิมนะคะ ตอนนี้ GPS ตั้ง สกาดทะลุบ่อเกลือ ทำให้นักท่องเที่ยวหลงทาง และเขาป่าลึก ย้ำ กลับทางเดิม และวิ่งเส้นทางปกติ ปัว – ภูคา – บ่อเกลือ นะ อย่าเขื่อ GPS

ชุมชนสกาดไกลๆ จากจุดนี้ขับรถไป 7 นาทีน่าจะได้

ตอนแรกก็ไม่รู้จักดอยสกาดหรอก แต่เนื่องจากนั่งดู Google map ดอยสกาดอยู่ไม่ไกล และมีวังน้ำปัวอยู่ใกล้ ดูเส้นทางแล้วก็ไม่ไกล มาถึงปัวแล้วลองขับรถไปหน่อย ต้องระวังขับเลยทางเข้า เพราะเป็นแยก 3 ทาง ต้องขับหักศอกไปทางซ้ายจะมีป้ายเขตดอยสกาด หากมีเวลาอยากให้ลองขับรถขึ้นไป ไม่อันตราย แม้จะไม่มีบ้านชาวบ้านระหว่างทางจนถึงอบต.สกาด

ชาวบ้านส่วนใหญ่ปลูกพืชเชิงเดี๋ยว คือข้าวโพด

ถนนสภาพใช้ได้ดี แต่ไม่เหมาะกับการขับเร็ว เพราะมีโค้งขึ้นลงเป็นช่วง ๆ แต่วิวทิศน์ถือว่าสวยงาม ขึ้นไปมีที่พักใหญ่อยู่ 1 – 2 ที่ นอกนั้นเป็นบ้านของชาวบ้าน ที่ทำห้องให้นักท่องเที่ยวไปพัก

สถานที่ท่องเที่ยวบนดอยสกาด :

ดอยภูหวด เป็นยอดดอยที่สูงที่สุด บนยอดดอยมองเห็นทิวทัศน์ได้รอบทิศทาง

น้ำตกสันสกาด

น้ำตกสกาด เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยน้ำปัวที่ตกจากผาสูง มีความสวยงามที่ตกลงมาตามความลดหลั่นของหน้าผาที่เป็นภูเขาและมีต้นไม้นานาพันธ์ที่สวยงามมาก

บ้านพัก โฮมสเตย์ มีดังนี้

 “สกาดดี โฮมสเตย์” กับ “บ้านจักษ์กะพัฒน์” อยู่ต้นทางเข้าบ้านสกาด 

1 สกาดดี โฮมสตย์  หมู่3 ค่าที่พัก850/คน โทรศัพท์ 0830846411 สกาดดี โฮมสเตย์ มีห้องพัก อาหารสองมื้อเย็นกับเช้า ชุดดริปกาแฟ เราสามรถนั่งชิลจิบชากาแฟ บริเวณระเบียงพร้อมชมวิวหมู่บ้าน บนขุนเขาสกาด ราคาเข้าพัก 850-1,500 บาท ต่อคน ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าพัก / นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เข้าพัก สามารถใช้บริการร้านกาแฟและชมวิวได้
เฟซบุ๊ก Skaddee homestay สกาดดีโฮมสเตย์

2 จาวดอย โฮมสเตย์  หมู่3ค่าที่พัก 850/คน โทรศัพท์ 0856267857
3 สกาด คอฟฟี่  หมู่3 ค่าที่พัก850/คน โทรศัพท์ 0985846961
4 บ้านพิทักไพร โฮมสเตย์ หมู่3 ค่าที่พัก850/คน โทรศัพท์ 0895612883
5 อุ่นไอ ใบเมี่ยง หมู่2 ค่าที่พัก850/คน โทรศัพท์0658978636
6 ภูกอกโฮมสเตย์ หมู่4 ค่าที่พัก 850/คน โทรศัพท์0623863622

7 บ้านจักษ์กะพัฒน์ หมู่3 ค่าที่พัก850/คน โทรศัพท์ 0967206902
พิกัด : ตำบลสกาด อำเภอปัว จังหวัดน่าน
แผนที่ : https://goo.gl/maps/wtmRPe1E5ebq6YB98

กรณีประสบปัญหาระหว่างทาง ติดต่อ : อบต.สกาด อ.ปัว จ.น่าน อบต. 05-4798-675 , 05-4798-528 เพราะระหว่างทางจะไม่มีบ้านของชาวบ้าน

ทริปนี้ขับรถไปถึงสนามฟุตบอลในโรงเรียนสกาดพัฒนา ซึ่งทางขึ้นโรงเรียนสกาดพัฒนาจะชันหน่อย แต่ไปถึงประมาณเที่ยง น้องๆนักเรียนกำลังเล่นบอลกัน จึงไม่มีที่จอด ซึ่งเป็นโรงเรียนมีร้านกาแฟเล็ก แต่วันนั้นไม่เปิด และน่าจะเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม

ถึงโรงเรียนสกาดพัฒนา ก็ขับรถลงมา ซึ่งจะแวะวังน้ำปัว ซึ่งเป็นถนนดินลูกรังแข็งพอสมควร แต่ระหว่างทางมีดินสไลด์ลงเข้าปิดทาง ต้องถอยรถออกและหาพิ้นที่กว้างพอสำหรับกลับรถ คิดในใจกล้าเข้าไปนะ

ซึ่งหากดินไม่สไลด์ปิดทาง หากเข้าไปน้ำก็คงไม่ใสเหมือนตัวอย่างตูบน้ำปัว 2 รูปนี้ ซึ่งหน้าท่องเที่ยวมีที่พักให้ด้วย เหมาะกับการมากางเต้นท์นอนฟังเสียงน้ำไหลและชมไอหมอก คงได้บรรยากาศมาก – ขอบคุณที่มารูปของ : Nueng An

ระหว่างทางกลับถนนจะตัดลำทุ่งนาข้าวมาตลอดทาง

พยายามหาร้านกินข้าวแบบริมน้ำธรรมชาติ แต่ไม่ใช่คนพื้นที่และเตรียมข้อมูลมาน้อยจึงเข้าไปกันในตัวเมืองปัว รสชาดพอกินได้ แต่ไม่แนะนำ สำหรับต้มเลือดหมูอร่อยดี ส้มตำยังไม่แซ่บสุดๆ พอได้อยู่ ร้านนี้ขอไม่บอกชื่อ อยู่ตรงข้ามสหกรณ์เกษตรปัว หน้าตาร้านถือว่า OK

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

เสร็จจากกินข้าวเที่ยง ขับรถมุ่งตรงถนนหมายเลข 1256 ปัว – ดอยภูคา – บ่อเกลือ ระหว่างทางแวะเก็บได้ไม่เยอะ ไม่อยากจะจอดบนถนนทางโค้งมากนัก เดี๋ยวงานเข้า ทั้งๆที่แถบไม่มีรถตามหรือสวนทางมาเลย มีแต่รถมอเตอร์ไซต์ของชาวบ้าน และรถนักเรียน ก็เก็บภาพมาฝากกัน

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีสภาพพื้นที่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงามตามธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ โดยเฉพาะ ยอดดอยภูคา มีเมฆปกคลุมตลอดฤดูฝนและฤดูหนาว จึงมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก 

ดอยภูคา เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่มีทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ รวมทั้งเป็น แหล่งกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำน่าน ลำน้ำปัว ลำน้ำว้า ที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวจังหวัดน่าน และยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ กล่าวคือ เป็นที่เชื่อกันว่าเทือกเขาดอยภูคาเป็นเมืองเก่าของบรรพบุรุษ ของคนเมืองน่านและในปัจจุบันนี้ก็ยังมีศาลเจ้าพ่อภูคา ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 31 ถนนสายปัง-บ่อเกลือ อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดน่าน

ฝายทดน้ำขว้าง ออกจากปัวถนนสาย 1256 สู่ดอยภูคา
ถนนสาย 1256

ขับรถถึงอุทยานแห่งชาติดอยภูคา แวะจอดพักรถแป็บนึ่ง จนท.กำลังปรับปรุงถนน ส่วนดินสไลด์หนักๆ ยังไม่พบเจอ โชคดีช่วงขับรถจากปัว – บ่อเกลือ ไม่เจอฝนระหว่างทางเลย แต่บางช่วงถนนมีร่องรอยฝนตกผ่านไปเรียบร้อย อากาศดีไม่ร้อน

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ตั้งชื่อตามต้นภูคาที่มีเฉพาะที่ดอยภูคา ต้นชมพูภูคาเป็นพรรณไม้ที่มีชนิดเดียวในโลก ในประเทศไทยพบเพียงที่เดียวที่ป่าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ต้นชมพูภูคา เป็นไม้ยืน ต้นขนาดใหญ่ สูงถึง 25 เมตร เปลือกเรียบ สีเทาอ่อน ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม

พื้นที่บนดอยและรอบๆ อุทยานมีความสวยงาม อุทยานมีบริการที่พักให้เช่าทั้งหลังเล็ก หลังใหญ่ กางเต็นท์นอนได้ ทำอาหารก็ได้ หรือจะซื้ออาหารก็สะดวก โดยเก็บค่าเข้าอุทยานคนละ 30 บาท

จุดชมวิวอุทยานแห่งชาติดอยภูคา จะเห็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน อากาศบริสุทธิ์ โดยเฉพาะ ยอดดอยภูคา มีเมฆปกคลุมตลอดฤดูฝนและฤดูหนาว

ดอยภูคา เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่มีทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ มีทิวทัศน์และธรรมชาติที่สวยงาม ทั้ง น้ำตกภูฟ้า น้ำตก ผาขี้นก น้ำตกแม่จริม น้ำตกต้นตอง น้ำตกตาดหลวง น้ำตกห้วยโกร๋น มีถ้ำขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น ถ้ำ ผาฆ้อง ถ้ำหลวง ถ้ำผาแดง ถ้ำผาแง่ม ถ้ำผาเก้า มีธารน้ำลอด พระลานหินและหน้าผา ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ ทาง ธรรมชาติที่งดงาม มหัศจรรย์มาก รวมทั้งป่าปาล์มดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่ของไทย

บนอุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีทั้งจุดชมวิว ลานดูดาว ร้านบริการอาหาร ที่พักของอุทยาน ลานกางเต็นท์แบบดูทะเลหมอก ดูพระอาทิตย์ตก ต้นดอกซากุระเมืองไทย หรือต้นดอกพญาเสือโครงที่ออกดอกธ.ค. – ม.ค.ทุกปี , ตำหนักเจ้าหลวงภูคา

ต้นชมพูภูคาเป็นพรรณไม้ที่มีชนิดเดียวในโลก ในประเทศไทยพบเพียงที่เดียวที่ป่าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ต้นชมพูภูคา เป็นไม้ยืน ต้นขนาดใหญ่ สูงถึง 25 เมตร เปลือกเรียบ สีเทาอ่อน ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม

จุดชมวิว 1715 อุทยานแห่งชาติดอยภูคา เป็นจุดหนึ่งที่เหมาะสำหรับแวะพักรถ และแวะถ่ายรูป สำหรับเลข “1715” คือความสูงจากระดับน้ำทะเล อากาศเย็นสบาย

จุดชมวิว 1715 อุทยานแห่งชาติดอยภูคา
ขาวโพลนไปด้วยหมอกหน้าฝน ได้บรรยากาศอีกแบบ

เลยจากจุดนี้ รถทุกชนิดควรขับด้วยความระมัดระวัง เพราะจะลงเขาและขึ้นเขาสูง เป็นถนนเส้นทางขึ้นลงเขาคดเคี้ยว ควรเลือกใช้เกียรที่เหมาะสม สำหรับ city ที่เช่าไป วิ่งได้ดีมาก พัก 3 ช่วงเท่านั้น แต่ฝาหม้อน้ำเปิดยากมาก ไม่ออก ต้องดูน้ำในหม้อพักว่าลดหรือไม่ เสียวน้ำแห้งเหมือนกันต้องมั่นดูก่อนออกรถขึ้นลงดอย – (ดูรูปไปด้วย)

คันนี้เช่าวันละ 800 บาท ขับสนุกมาก มีเกียร์ D 2 L ลืมใช่มั้ย

และรถที่เช่าหรือขับขึ้นดอย ควรมีล้ออะไหล่ และบีบดูล้ออะไหล่ว่ามีลมยางหรือไม่ อยากลืมตรวจที่ถอดน็อตล้อด้วยนะ พร้อมแม่แรงยก เพราะวันก่อนเห็นรถจอดยางแบนอยู่ข้างทาง หากไม่มีล้ออะไหล่ ทริปนั้นก็คงหมดสนุกแน่นอน ยกเว้นมีคนใจดีให้ยืมและนัดรับยางที่ตัวเมืองน่านหรือร้านซ่อมรถด้านหน้า .. เราให้ยืมนะ แต่ต้องคืน โบกรถไปปะยางไม่สนุกหรอก – (ดูรูปไปด้วย)

ได้บรรยากาศมาก ช่วงบ่าย 2 น่าจะได้อากาศแบบนี้

อีกอย่างอากาศเย็นๆ สายชาร์ทแบตเตอรี่ ช่วงปลายปีแบตจะหมดอายุ คือแบตใช้อายุอย่างมากสุดก็ 2 ปี ระวังก่อนขับรถเที่ยวไกล และตรวจที่ปัดน้ำผมด้วย – (ดูรูปไปด้วย)

น้องคนนี้ขับคู่กันมา วิ่งรถเวสป้าแซง ทะเบียนเชียงใหม่เลยนะ คงมาเก็บภาพสวยๆ

สุดท้ายมาถึงที่พัก บ้านบ่อหลวง อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ดินแดนบ่อเกลือสินเธาว์โบราณจนได้ วันนี้นอนไหนนะ บ่อเกลือ วิว รีสอร์ท อ่านตอนตอน3 กันจ๊ะจ๊ะ

ข้อมูลประกอบทริปเที่ยวน่าน :

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา 
มีบ้านพัก ร้านอาหาร อำนวยความสะดวกต่อผู้มาเยี่ยมเยือนคือ
– บ้านภูคา 1 ลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียว 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พักได้จำนวน 7 คน
– บ้านภูคา 2 ลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียว 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พักได้จำนวน 6 คน
– บ้านภูคา 3-7 ลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียว 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พักได้จำนวน 16-20 คน
– บ้านเกวียน พักได้จำนวน 2 คน ห้องน้ำรวม มีทั้งหมด 16 หลัง

สถานที่กางเต็นท์ มีอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ สถานที่กางเต็นท์ที่ 1 และ 2 อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา, สถานที่กางเต็นท์ที่ 3 อยู่บริเวณลานดูดาว , สถานที่กางเต็นท์ 4 อยู่จุดชมวิว 1715 ทั้ง 4 แห่งนี้มีห้องน้ำ ห้องสุขาไว้บริการแก่ นักท่อง เที่ยวด้วยจองบ้านพักที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 ป่าไม้จังหวัดน่าน , โทร. 0 5471 0815 หรือ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา โทร. 0 1224 0789, 0 5470 1000 ตู้ปณ . 8 ตำบลภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน 55120 หรือสำรองที่พักด้วยตนเองที่ http://www.dnp.go.th
สอบถามรายละเอียด

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ตู้ ปณ.8 ตำบลูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน 55120 โทรศัพท์ 054-701 000

****************************

การเดินทางไปปัว :โดยรถส่วนตัว จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 จนถึงจังหวัดนครสวรรค์ จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 117 ไปจนถึงจังหวัดพิษณุโลก จากจังหวัดพิษณุโลกใช้ทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านจังหวัดอุตรดิตถ์ และอำเภอเด่นชัย (จังหวัดแพร่) จากเด่นชัยใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ผ่านจังหวัดแพร่ไปจนถึงตัวจังหวัดน่านและจากตัวอำเภอเมืองน่าน ใช้ทางหลวงหมายเลข 1080 ถึงอำเภอปัว รวมระยะทางประมาณ 728 กิโลเมตร

รถโดยสารประจำทาง : จากกรุงเทพ สายกรุงเทพ – ทุ่งช้างจะผ่าน อ.ปัว ลงหน้าธนาคารกสิกรไทยสาขาปัว หากจะไปจุดใดในอำเภอปัวก็ต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

จากตัวเมืองน่าน : เมื่อมาถึงตัวเมืองน่าน ขึ้นรถสองแถวคันสีฟ้าสาย น่าน – ปัว  ได้ที่สถานีขนส่งน่าน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง