เที่ยวพม่า 4 วัน 3 คืน # 2

เที่ยวพม่า 4 วัน 3 คืน ตอนที่ 2 ไปทริปนี้คุ้มมากได้เที่ยวครบทุกที่ ที่เป็นสถานที่หลักๆ ของพม่า ต้องขอบคุณไกด์จากพม่า ใครสนใจ inbox ติดต่อได้เลย

พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง, พระธาตุอินทร์แขวน, เจดีย์เยเลพญา,“พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี” หรือ “พระตาหวาน” พระราชวังหงสาวดี หรือ พระราชวังบุเรงนอก, เทพทันใจ, พระเจดีย์ชเวมอดอร์ หรือ พระธาตุมุเตา,พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว, เจดีย์ไจปุ่น คลิกชม

Post นี้มาต่อสถานที่เที่ยวอื่น ๆกัน

เจดีย์สุเล หรือ สุเลพญา (Sule Paya) เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมสีทอง

เจดีย์สุเล เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม สีทองอร่าม (Sule Pagoda) ณ เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า หรือที่เรียกกันว่า สุเลพญา (Sule Paya) ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ถนนสายหลักทุกสายพุ่งเข้าหาเจดีย์นี้ นั่นเพราะว่าในสมัยที่อังกฤษครองพม่า ได้วางผังเมืองแบบ Victorian grid-plan โดยยึด เจดีย์สุเล เป็นศูนย์กลางย่างกุ้ง
ไม่ได้เป็นแค่ศูนย์กลางหรือวงเวียนให้รถวิ่งวนไปวนมา แต่ยังเป็นเจดีย์เก่าแก่ที่ชาวพม่านับถือ ว่ากันว่ามีอายุเป็นพันๆ ปี ซึ่งเก่ากว่า เจดีย์ชเวดากอง ส่วนวิธีการเดินเข้าเจดีย์นั้น ทำได้ทั้งการข้ามสะพานลอยซึ่งจะไปต่อกับลานเจดีย์

วัดบารมี

วัดบารมี เพื่อสักการะ พระเกศาของพระพุทธเจ้า ที่เชื่อว่า ยังมีชีวิตอยู่จริง ด้วยองค์พระเกศาธาตุนี้ เมื่อนำมาวางบนจานแก้วจะสามารถเคลื่อนไหวได้ อีกทั้งวัดบารมี เป็นที่เก็บองคพระบรมสารีริกธาตุไว้มากที่สุดด้วยไม่ว่าจะเป็นของพระโมคาลา พระสารีบุตร และองค์พระอรหันต์ต่าง ๆ
กราบนมัสการและร่วมทำบุญกับ พระภัททันตะ กิตติวาระ” เจ้าอาวาสวัดเทนตองไตติท (วัดบารมี) และ พิพิธภัณฑ์พุทธธรรม พระบรมสารีริกธาตุ เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า  และนำกระเป๋าตังค์ไปตั้งไว้ให้พระอาจารย์เรียกทรัพย์ให้


ทะเลสาบกานดอจี (Kandawagyi Lake)

ทะเลสาบกานดอจี หรืออีกชื่อหนึ่งว่าทะเลสาบหลวง (Kandawgyi Lake) ถือเป็นอีกสถานที่ยอดนิยมแห่งหนึ่งของเมืองย่างกุ้งเลยก็ว่าได้ เพราะจากจุดทะเลสาบกันดอว์จีนี้ จะสามารถมองเห็นมหาเจดีย์เชเวดากองได้ ซึ่งที่แห่งนี้เป็นจุดที่พักผ่อน ของชาวพม่าที่นิยมมาเดินเล่นชิลล์ๆ อีกทั้งเป็นที่คู่รักของชาวพม่ามาเดินเล่นกันอีกด้วย

ภัตตาคารการะเวก

ภัตตาคารการะเวก เป็นสถานที่จัดแสดงโชว์พื้นเมืองที่ยิ่งใหญ่และขึ้นชื่อของย่างกุ้ง ตั้งอยู่ริมทะเลสาบกานดอจี ตัวภัตตาคารได้รับการก่อสร้างเหมือนพระราชวังโบราณ
อาคารภัตตาคารเหมือนเรือขนาดใหญ่รูปร่างแปลกตาจอดอยู่ ตัวเรือมีส่วนหัวเป็นนกการะเวก สถาปัตยกรรมนี้เลียนแบบมาจากเรือพระที่นั้งของกษัตริย์พม่า
ภัตตาคารการะเวกยังมีความเก่าแก่เพราะสร้างเมื่อ พ.ศ. 2513 เพื่อไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง แต่ปัจจุบันเป็นภัตตาคารารและ ที่ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมของพม่า 

เจดีย์โบตาทาวน์

เจดีย์โบตาทาวน์ ได้บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าที่พระสงฆ์อินเดีย 8 รูป อายุกว่า 2,000 ปี โดยในปี 2486 เจดีย์แห่งนี้ถูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ากลางองค์จึงพบ “โกศทองคำบรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมธาตุอีก 2 องค์” และพบพระพุทธรูปทอง เงิน สำริด 700 องค์
นอกจากนี้ได้จารึกดินเผาภาษาบาลี และตัวหนังสือพราหมณ์อินเดียทางใต้ ต้นแบบภาษาพม่า ภายในเจดีย์ที่ประดับด้วยกระเบื้องสีสันงดงาม และมีมุมสำหรับฝึกสมาธิหลายจุดในองค์พระเจดีย์

มหาวิหารเซนต์แมรี่ หรือ วิหาร Immaculate Conception

มหาวิหารเซนต์แมรี่ หรือ วิหาร Immaculate Conception เป็นโบสถ์คาทอลิกตั้งอยู่บนถนนบ่ออึง Kyaw ในเมือง Botahtaung เมืองย่างกุ้งประเทศพม่า ด้านนอกของมหาวิหารของอิฐสีแดงประกอบด้วยยอดแหลมและหอระฆัง ออกแบบโดยสถาปนิกชาวดัตช์ Joseph Cuypers ลูกชายของ Pierre Cuypers

เป็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลที่เก่าแก่ที่สุดในย่างกุ้ง สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1899 เคยได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวและสงครามโลกครั้งที่ 2  สถาปัตยกรรมด้านนอกเป็นอิฐแดง ส่วนด้านในสูงโล่งโอ่โถงอลังการ หน้าต่างประดับกระจกสี สวยงามไม่แพ้โบสถ์ในยุโรป

เจดีย์ กาบาเอ (Kaba Aye Pagoda)

เจดีย์กาบาเอ (Kaba Aye Pagoda) เป็นเจดีย์ทรงกลมที่มีความสูงและเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากัน (34 เมตร) สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2493-2495 ในสมัยนายกฯ อูนุ (นายกรัฐมนตรีคนแรกของเมียนมา) เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการชำระพระไตรปิฏกครั้งที่ 6 ในช่วงปีพ.ศ.2497-2499

ปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธเจ้า พระธาตุของพระโมคคัลลา (พระอัครสาวกเบื้องซ้าย) และ พระสารีบุตร (พระอัครสาวกเบื้องขวา) โดยนำพระธาตุมาจากประเทศอินเดีย อยู่ในห้องจำลองเหมือนถ้ำสัตตบรรณคูหาเมืองราชคฤห์ ประเทศอินเดีย ซึ่งมีความเชื่อว่า “หากท่านใดได้ทำพิธีมงคลบูชารับพระธาตุทั้งสาม ทั้งชีวิตท่านนั้นจะหมดเคราะห์ ตัดกรรม และมีโชคดี ตลอดไป” (ซึ่งการทำพิธีรับพระธาตุนี้ต้องให้ชาวเมียนมาทำหนังสือแจ้งกับเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเท่านั้น นอกจากจะได้ทำพิธีแล้วยังได้เห็นพระธาตุอย่างใกล้ชิดอีกด้วย)

ตำนานการสร้างพระเจดีย์กาบาเอ ว่ากันมา ในอดีต มีพระภิกษุรูปหนึ่งนั่งสมาธิอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิระวดี ต่อมามีชีปะขาวผู้หนึ่งนำไม้ไผ่ที่จารึกข้อความมามอบให้พระภิกษุฝากไปมอบต่อให้ท่านอุนู (นายกรัฐมนตรีของเมียนมาในขณะนั้น) และบอกให้ท่านอุนูทำนุบำรุงศาสนาพุทธให้เจริญมั่นคงยิ่งๆ ขึ้นไป ตัวท่านอุนูนั้นเคร่งครัดในพุทธศาสนาจึงรับไม้ไผ่ลำนั้นไว้และปฏิบัติตามคำบอกของชีปะขาวผู้นั้น โดยการสร้างพระเจดีย์กาบาเอขึ้นทางตอนเหนือของเมืองย่างกุ้งเพื่อเตรียมการทำสังคายนาพระไตรปิฏกและอุทิศพระเจดีย์องค์นี้เพื่อให้เกิดการสร้างสันติภาพขึ้นในโลกและในประเทศเมียน


พระพุทธรูปองค์พระประธาน หล่อด้วยเงินบริสุทธิ์มีน้ำหนัก กว่า 500 กิโลกรัม

พระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ


ปางช้างเผือกหลวง (Royal White Elephant Garden) ย่างกุ้ง


วัดพระหินขาว/ วัดพระหินอ่อน (พระเจ้าดอจี) หรือ (Lawka Chantha Abaya Labamuni Buddha)

เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปแกะสลักหินอ่อนที่มีความสวยงามและมีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ ในบริเวณพระหัตถ์ขวาเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ โดยพระพุทธรูปองค์นี้แกะสลักจากหินอ่อนขนาดมหึมาเพียงก้อนเดียว มีขนาดสูง 37 ฟุต กว้าง 24 ฟุต แกะสลักโดยช่างฝีมือชาวมัณฑะเลย์ ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดฝีมือแห่งสกุลช่างของประเทศ

แม่น้ำสะโตง หรือ แม่น้ำซิตตอง

แม่น้ำสะโตง หรือ แม่น้ำซิตตอง เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดสายหนึ่งในพม่า ต้นสายอยู่ที่เชิงที่ราบสูงรัฐฉาน ใกล้กับเมืองเปียงมะนา หรือ เมืองเนปีดอว์ เมืองหลวงใหม่ของพม่า ปากแม่น้ำอยู่ที่ระหว่างเขตพะโคกับรัฐมอญ ซึ่งน่าจะเป็นบริเวณที่กว้างที่สุดด้วย
ใครที่คุ้นกับแม่น้ำในไทย ถ้ามาเห็นแม่น้ำสะโตงแล้วอดตะลึงไม่ได้ เพราะกว้างจนมองให้เต็มสายตายังลำบาก

ประวัติศาสตร์ไทย แม่น้ำสะโตงมีความสำคัญมาก และมากพอที่จะทำให้คนไทยจดจำชื่อของมันได้ สาเหตุก็เพราะเมื่อครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เสด็จหลบหนีจากการเป็นตัวประกันของพม่าที่เมืองพะโคหงสาวดี เมื่อปี พ.ศ. ๒๑๒๗ ทรงถูกกองทัพพม่าของพระมหาอุปราชมังสามเกียดติดตามมาจากหงสาวดี เมื่อมาถึงแม่น้ำสะโตงที่กั้นหงสาวดีกับเมืองมอญ (หรือจะเรียกว่ากั้นพม่ากับไทยก็ว่าได้) ทรงข้ามแม่น้ำได้ทันกาล ส่วนทัพพม่าอยู่อีกฝั่ง พระองค์จึงแสดง “กฤษฎานุภาพ” ด้วยการใช้พระแสงปืนยิงข้ามแม่น้ำสะโตง ไปถูกแม่ทัพพม่า ชื่อ สุรกรรมา เสียชีวิตคาคอช้าง

นับแต่นั้นมา พระแสงปืนต้นที่ทรงยิงข้ามแม่น้ำสะโตง ได้รับการขานชื่อว่า“พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง”

สุสานสงคราม Taukkyan

สุสานสงคราม Taukkyan เป็นสุสานสำหรับทหารพันธมิตรจากเครือจักรภพอังกฤษผู้เสียชีวิตในสงครามในพม่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง สุสานอยู่ในหมู่บ้าน Taukkyan ประมาณ 25 กิโลเมตรทางตอนเหนือของย่างกุ้งบนถนน Pyay
ใช้เวลาเดินทางจากใจกลางเมืองย่างกุ้งไม่นานมาก ไม่เสียค่าเข้าชม

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงทหารฝ่ายเครือจักรภพอังกฤษที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 กว่า 27,000 นาย ซึ่งจำนวนไม่น้อยเป็นทหารอินเดียและทหารแอฟริกัน โดยในบริเวณอนุสรณ์สถาน เป็นหลุมศพของทหาร แบ่งเป็นทหารที่เสียชีวิตในสงครามครั้งที่ 1 จำนวน 52 นาย และสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จำนวน 6,374 นาย ระบุตัวตนไม่ได้ จำนวน 867 นาย และมีการสลักชื่อทหารกว่า 27,000 นาย ที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่พม่า

พิพิธภัณฑ์โบจ็อกอองซาน โบจ็อก

บ้านพักของนายพลอองซาน ซูจี ปัจจุบันเป็น พิพิธภัณฑ์โบจ็อกอองซาน ( พิพิธภัณฑ์นายพลอองซาน)
บ้านหลังนี้ ท่านนายพลอยู่กับครอบครัวระหว่าง พ.ศ.2486-2490 จนท่านเสียชีวิตอย่างกะทันหันกลางปี 2490 จากการถูกสังหารภายในบ้าน

ลักษณะบ้านตั้งอยู่บนเนินสูง บ้านสองชั้น แต่มีป้อมสูงตรงส่วนหน้าของบ้านขึ้นไปเป็นชั้นสาม มีหน้าต่างให้มองออกไปด้านนอกด้วย นอกจากเพื่อความงามของสถาปัตยกรรมแล้ว ก็เพื่อความปลอดภัย


พระมหาเจดีย์ (Mahazedi Pagoda ) เป็นเจดีย์ที่สร้างโดย พระเจ้าบุเรงนอง ( King Ba Yin Naung)ดูสูงใหญ่ตระการตา เดิมพระบรมธาตเขี้ยวแก้บรรจุอยู่ แต่ต่อมาได้ย้ายพระบรมธาตุเขี้ยวแก้ว ไปประดิษฐาน ณ เมืองตองอู , เจดีย์ถูกทอดทิ้งมานานหลายศตวรรษและถูกทำลายโดยแผ่นดินไหวในปี 1930 เจดีย์ปัจจุบันได้รับการบูรณะในศตวรรษที่ผ่านมา
ที่นี่อนุญาตให้เฉพาะผู้ชายสามารถเดินขึ้นบันไดไปชมบรเวณด้านบนเจดีย์ได้ ควรขึ้นไปอย่างระมัดระวัง ข้างบนเจดีย์สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองพะโค (Bago) , เห็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์และเขื่อน Mazinn แต่สำหรับผู้ที่มีความกลัวสูงไม่ควรปีนขึ้นไป  ทั้งหมดผู้หญิงสามารถเดินได้เฉพาะรอบฐานเจดีย์แต่ไม่อนุญาตให้เดินขึ้นบันไดไปชมข้างบน


พระมหาเจดีย์ (Mahazedi Pagoda ) อยู่ที่เมือง พะโค ( Bago ) ห่างจาก เมืองย่างกุ้ง ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 80 กม.  ซึ่งเป็นเมืองของชาวมอญมาก่อนในอดีต และหากดูจากแผนที่ประเทศไทยแล้ว เมืองหงสาในอดีต อยู่ตรงกับ พื้นที่ จังหวัด แม่ฮ่องสอน และตาก ของเรานั้นเอง  และเมือง พะโคนี้ ยังมีมีแหล่งโบราณสถานสำคัญ ที่ใครไปต้องไปให้ได้ คือ Shwemawdaw Pagoda ( เจดีย์ชเวมอว์ดอว์ )  หรือที่คนไทยรู้จักกันในนามพระธาตุมุเตา

เรื่องที่เกี่ยวข้อง