คนละครึ่งเฟส 2 ใช้สิทธิคนละครึ่งได้เมื่อไหร่

คนละครึ่งเฟส 2 ใช้สิทธิคนละครึ่งได้เมื่อไหร่

ใช้สิทธิ “คนละครึ่ง” เฟส 2 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2564

เมื่อ SMS ท่านได้สิทธิโปรดใช้สิทธิครั้งแรกภายใน … (14 วัน)…วัน นับจากวันที่ 1 มกราคม 2564

รอ sms ยืนยันสิทธิ์ถึงเมื่อไหร่

รอรับ sms แจ้งผลลงทะเบัยนภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2563

แต่ใน App แจ้งว่า ไม่สามารถใช้สิทธิ คนละครึ่ง ได้ในเวลานี้

ตอบ : ช่วงนี้ยืนยันตัวตนใน app ให้เสร็จก่อน รอวันที่ 1 ม.ค. 64 เริ่มใช้สิทธิ์ โดยสามารถนำบัตรประชาชนไปยืนยันผ่าน ATM กรุงไทย ตู้แบบนี้ได้

  • เงื่อนไข สิทธิ์ คนละครึ่งเฟส 2 สามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 64 – 31 มีนาคม 64 ระหว่างเวลาไม่สามารถใช้สิทธิ์ คนละครึ่ง นอกเวลาดังกล่าวได้
  • ไม่จำกัดจังหวัดในการใช้สิทธิ์คนละครึ่ง
  • หากได้รับสิทธิ์แต่ไม่ใช้ภายใน 14 วัน จะถูกตัดสิทธิ์ให้ประชาชนอื่นเพื่อลงทะเบียนแทน

ใช้เงินคนละครึ่งเฟส 2 วันละกี่บาท ใช้ที่ไหน

ตอบ :

  • จ่ายเงิน G-wallet ชำระสินค้าได้ วันละ 150 บาท รวมกับองรัฐสนับสนุน 150 บาท รวม 300 บาทต่อวัน
  • ไม่จำกัดจังหวัดในการใช้สิทธิ์คนละครึ่ง
  • หากได้รับสิทธิ์แต่ไม่ใช้ภายใน 14 วัน จะถูกตัดสิทธิ์ให้ประชาชนอื่นเพื่อลงทะเบียนแทน

เตรียมเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มเมื่อไหร่

ตอบ : ต้นเดือนมกราคม หรือ วันที่15 ม.ค. 64

เงื่อนไขคนละครึ่ง เฟส 2 ฉบับเต็ม ที่คนลงทะเบียนไม่ได้อ่านกัน เพราะรีบ

หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และความยินยอมสำหรับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง

  1. 1. สาระสำคัญของโครงการคนละครึ่ง (โครงการฯ)
    1. * โครงการฯ ระยะแรก หมายถึง โครงการคนละครึ่ง ที่มีช่วงระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 *
    2. * โครงการฯ ระยะที่ 2 หมายถึง โครงการคนละครึ่ง ที่มีช่วงระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 *
    3. 1.1 ช่วงระยะเวลาดำเนินโครงการฯ คือ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564
    4. 1.2 คุณสมบัติของผู้ประกอบการร้านค้า (ร้านค้า) ที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ
      1. (1) เป็นผู้ประกอบการสัญชาติไทยประเภทใดประเภทหนึ่ง ดังต่อไปนี้
        1. (1.1) เป็นผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล
        2. (1.2) เป็นร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547
        3. (1.3) เป็นร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
      2. (2) เป็นร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com หรือผ่านสาขาธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ) และ/หรือให้ความยินยอมตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป
      3. (3) ไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านสะดวกซื้อธุรกิจแฟรนไชส์
      4. (4) ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการอื่น ๆ ของรัฐ
      5. (5) ไม่เป็นผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของมาตรการอื่น ๆ ของรัฐ หรือฝ่าฝืนมาตรการใด ๆ ของรัฐเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
    5. 1.3 คุณสมบัติของประชาชนที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ
      1. (1) มีหมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก
      2. (2) มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ ณ วันลงทะเบียน
      3. (3) เป็นผู้มีสัญชาติไทย
      4. (4) ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
      5. (5) ผู้มีสิทธิเขาร่วมโครงการฯ ระยะที่ 2 จะต้องเป็นผู้ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ระยะแรกที่ยืนยันการเข้าร่วมโครงการฯ ระยะที่ 2 ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือ เป็นผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ระยะที่ 2 ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2563
      6. (6) มีแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยกระบวนการยืนยันตัวตนเพื่อใช้บริการแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” (รวมทั้ง G-wallet ในบริการแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”) ให้เป็นไปตามที่ธนาคารกรุงไทยฯ ซึ่งเป็นผู้จัดทำระบบให้รัฐและเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับข้อมูลการพิสูจน์และยืนยันตัวตนดังกล่าวกำหนด
    6. 1.4 รัฐจะสนับสนุนเงินแก่ประชาชนในการซื้ออาหาร เครื่องดื่ม หรือสินค้าทั่วไป จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ เป็นจำนวนร้อยละ 50 ของราคาสุทธิในใบเสร็จรับเงิน โดยรัฐจะชำระเงินดังกล่าวให้แก่ร้านค้าโดยตรง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
      1. (1) ประชาชนต้องชำระค่าอาหาร เครื่องดื่ม หรือสินค้าทั่วไป ให้แก่ร้านค้าผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
      2. (2) ต้องมีการซื้อ-ขายอาหาร เครื่องดื่ม หรือสินค้ากันจริง
      3. (3) จำนวนเงินที่รัฐสนับสนุนให้ต่อหนึ่งหมายเลขประจำตัวประชาชนจะไม่เกินกว่า 150 บาทต่อวัน และไม่เกินกว่า 3,500 บาทรวมตลอดทั้งโครงการฯ
      4. (4) ค่าสินค้า เครื่องดื่ม หรืออาหาร ที่รัฐสนับสนุนเงิน ไม่รวมถึงสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ยาสูบที่มีชื่อเรียกอย่างอื่น และบริการต่าง ๆ
      5. (5) สำหรับผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ระยะที่ 2 จะต้องใช้สิทธิภายใน 14 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับข้อความสั้น (SMS) แจ้งว่าได้รับสิทธิ หากไม่ใช้สิทธิภายในเวลาดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิ และไม่สามารถลงทะเบียนได้อีก ในกรณีประชาชนลงทะเบียนสำเร็จก่อนวันที่โครงการฯ ระยะที่ 2 เริ่มเปิดให้ใช้สิทธิ (1 มกราคม 2564) ระยะเวลาดังกล่าวจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่โครงการฯ ระยะที่ 2 เริ่มเปิดให้ใช้สิทธิ
      6. (6) แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” จะสามารถใช้งานได้ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน
    7. 1.5 รัฐจะสนับสนุนเงินตามข้อ 1.4 รวมตลอดระยะเวลาโครงการฯ ให้แก่ประชาชนผู้ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ระยะแรก ไม่เกิน 10 ล้านหมายเลขประจำตัวประชาชน และประชาชนผู้ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ระยะที่ 2 ที่ไม่ใช่ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ระยะแรก ไม่เกิน 5 ล้านหมายเลขประจำตัวประชาชน ทั้งนี้ รัฐอาจพิจารณาเพิ่มเติมจำนวนสิทธิได้ในภายหลัง
    8. 1.6 การพิจารณาผู้ได้รับสิทธิตามข้อ 1.4 จะพิจารณาเมื่อประชาชนได้รับสิทธิ ตามลำดับก่อนหลัง จนกว่าจะครบจำนวนสิทธิตามข้อ 1.5 หรือจนกว่าจะสิ้นสุดโครงการฯ
  2. 2. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขสำหรับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการฯ
    1. 2.1 ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ต้องปฏิบัติตามสาระสำคัญของโครงการฯ รวมถึงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ
    2. 2.2 ห้ามผู้เข้าร่วมโครงการฯ กระทำการใด ๆ ที่สร้างความเข้าใจผิดต่อมาตรการและ/หรือโครงการของรัฐ หรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินโครงการฯ หรือมาตรการอื่น ๆ ของรัฐ
    3. 2.3 หากผู้เข้าร่วมโครงการฯ ไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการฯ ผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะต้องชดใช้ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นให้แก่รัฐภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งถึงการกระทำดังกล่าว โดยชดใช้ความเสียหายผ่านช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนด
    4. 2.4 กระบวนการพิจารณาและดำเนินการตามข้อ 2.3 ให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังกำหนด
    5. 2.5 ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ที่ได้รับสิทธิและใช้สิทธิตามข้อ 1.4 (5) แล้ว จะไม่มีสิทธิได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในมาตรการช้อปดีมีคืน
  3. 3. ข้อความตกลงยินยอมของประชาชนที่เข้าร่วมโครงการฯ
  4. * “ข้าพเจ้า” หมายถึง ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการฯ *
    1. 3.1 ข้าพเจ้าตกลงยินยอมให้กระทรวงการคลัง ธนาคารกรุงไทยฯ และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ข้าพเจ้าได้ให้ไว้ในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าจากโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการธงฟ้าประชารัฐ และโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
    2. 3.2 ข้าพเจ้าตกลงยินยอมให้กระทรวงการคลัง ธนาคารกรุงไทยฯ และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง จัดเก็บ ประมวลผล และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ข้าพเจ้าได้ให้ไว้ในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าจากโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการธงฟ้าประชารัฐ และโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต่อหน่วยงานของรัฐ และผู้รับให้บริการที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐ เพื่อการประมวลผลและการตรวจสอบข้อมูล และ/หรือเพื่อการยืนยันตัวตนหรือเพื่อการตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อรับสิทธิตามโครงการฯ และ/หรือเพื่อการบริหารจัดการโครงการฯ
    3. 3.3 ข้าพเจ้าตกลงยินยอมให้กระทรวงการคลัง หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ จัดเก็บ ประมวลผล และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้า เพื่อประโยชน์ในการดำเนินมาตรการอื่นของรัฐหรือเพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินในอนาคต
    4. 3.4 ข้าพเจ้าตกลงยินยอมให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องร้องขอ สอบถาม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าเพื่อประโยชน์ในการดำเนินโครงการฯ
    5. 3.5 ความยินยอมของข้าพเจ้าในอันที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บ ใช้ ประมวลผล หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าข้อ 3. นี้ ให้มีผลไปตลอดช่วงระยะเวลาดำเนินโครงการฯ เว้นแต่ความยินยอมตามข้อ 3.3
    6. 3.6 ข้าพเจ้าตกลงปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ และรับทราบว่าหากข้าพเจ้าไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการฯ ข้าพเจ้าจะต้องชดใช้ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นให้แก่กระทรวงการคลังภายใน 7 วัน โดยกระบวนการพิจารณาและดำเนินการให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังกำหนด
    7. 3.7 ข้าพเจ้ารับทราบและยินยอมว่า ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าข้าพเจ้าไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการฯ กระทรวงการคลังอาจพิจารณาระงับสิทธิตามโครงการฯ ของข้าพเจ้าเพื่อดำเนินการตรวจสอบ และหากพบว่าข้าพเจ้ากระทำการดังกล่าวจริง ข้าพเจ้าจะต้องชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นให้แก่กระทรวงการคลังภายใน 7 วัน ทั้งนี้ ให้การตัดสินของกระทรวงการคลังถือเป็นที่สุด
    8. 3.8 ข้าพเจ้ารับทราบว่าการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย
      ข้าพเจ้าได้อ่าน รับทราบ และตกลงยินยอมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่ข้าพเจ้าได้ให้ไว้ในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ แล้วแต่กรณี ถูกต้องตามความเป็นจริงทุกประการ หากข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง ข้าพเจ้าตกลงยินยอมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการระงับการจ่ายเงินตามโครงการฯ หรือชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ไม่ระงับซึ่งสิทธิของรัฐในอันที่จะดำเนินการตามกฎหมาย

ข้าพเจ้าได้อ่าน และตกลงยินยอมตามรายละเอียดข้อตกลงและความยินยอมข้างต้น
ยืนยัน
กลับหน้าหลัก
**หมายเหตุ ผู้ลงทะเบียนรับทราบว่า หากผู้ลงทะเบียนไม่ตกลงและยอมรับตามข้อตกลง
และเงื่อนไขข้างต้นจะไม่สามารถลงทะเบียนได้

Advertisements

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

king9